เป็นรุ่นรถที่นำพาค่ายดาวสามแฉกก้าวสู่ยุคใหม่ ในบทบาทของรถอีวีอย่างเต็มตัว ด้วยเพราะ The all-new electric CLA ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ พัฒนาเพื่อสร้างบรรทัดฐานให้กับรถอีวี ในลักชัวรี่ เซ็กเมนต์
บ้านเราโชว์ตัวในช่วงงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ปลายปีที่ผ่านมา กับรุ่น CLA 250+ electric ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีลูกค้าจองแล้ว 250 คัน แม้ยังไม่รู้ราคา เพราะจะประกาศในงานมอเตอร์โชว์ ปลายเดือนมี.ค.ที่จะถึงนี้

และเพื่อให้รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลง ทีมงานได้จัดรถเพื่อทดสอบเบาๆ จำลองการขับขี่ 3-4 รูปแบบ ให้ได้เห็นสมรรถนะกันพอหอมปากหอมคอ ภายในงานแถลงข่าวสรุปภาพรวมผลประกอบการของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เมื่อปีที่แล้ว และแนวทางการทำตลาดปีนี้
เมอร์เซเดส-เบนซ์ CLA 250+ electric ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นด้วยแพลตฟอร์ม MMA (Mercedes-Benz Modular Architecture) ที่เน้นความยืดหยุ่น และประสิทธิภาพการผลิตให้สามารถประยุกต์ใช้ได้กับรถยนต์ทุกระบบขับเคลื่อน
มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวแบบ Permanently Excited Synchronous Motors (PSM) และระบบส่งกำลังแบบ 2 จังหวะ (Two-speed transmission) ให้กำลังสูงสุด 272 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 335 นิวตัน-เมตร

ติดตั้งแบตเตอรี่ 800V ขนาด 85 kWh ที่ให้ระยะทางการขับขี่สูงสุด 792 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP และมีประสิทธิภาพการชาร์จพลังงานที่รองรับ DC Charge สูงสุด 320 kW ชาร์จ 10 นาที ด้วยกระแสไฟเต็มกำลัง สามารถขับขี่ได้ไกล 325 กิโลเมตร
ดีไซน์โดยผสานแนวคิด Sensual Purity ดีเอ็นเอของแบรนด์ที่สะท้อนความเป็น Iconic Luxury อันหรูหราและเรียบง่าย แต่ยังคงเต็มไปด้วยความโดดเด่นที่และเอกลักษณ์ของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น กระจังหน้า Starpanel ที่แสดงผลในรูปแบบแอนิเมชั่น ไฟหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมระบบ Daytime Running Light และไฟท้ายแบบ Digital Jewelry ตัวรถด้านท้ายลาดลงให้อารมณ์รถคูเป้ และเป็นดีไซน์ที่โดนใจแฟนพันธุ์แท้เบนซ์มาโดยตลอด

ภายในของ The all-new electric CLA ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนหินญี่ปุ่น หรือ Zen Garden คงไว้เฉพาะสิ่งที่เป็นแก่นแท้ ติดตั้งระบบปฏิบัติการ MB.OS ที่มีศักยภาพเทียบชั้น supercomputer ทำงานผสานกับหน้าจอ MBUX Superscreen เชื่อมต่อกัน 3 หน้าจอ ประกอบไปด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 10.25 นิ้ว จอกลางขนาด 14 นิ้ว และจอฝั่งผู้โดยสารขนาด 14 นิ้ว มาพร้อมการแสดงผลแบบ real-time 3D (Unity Engine)
เทคโนโลยีระดับแอดวานซ์ เป็นครั้งแรกที่แม้รถเคลื่อนที่ สามารถชมภาพยนตร์ หรือซีรีส์ได้ต่อเนื่อง แต่หากเซ็นเซอร์จับเจอว่า ผู้ขับหันมามองจอ ภาพจะดับลงทันที คงไว้แต่เสียง คือยังคงเล่นต่อเนื่องจนผู้ขับไม่มองแล้ว ภาพจึงจะกลับมาเป็นปกติ
เทคโนโลยี AI ด้วยระบบ MBUX Virtual Assistance สามารถสื่อสารโต้ตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยมีการร่วมมือกับ Googleและ Microsoft ทำให้สามารถรองรับการใช้งานแอปพลิเคชันระดับโลกมากมาย อาทิ ChatGPT, Gemini, Google Maps, Microsoft Teams, Webex และ Zoom เป็นต้น

ได้เวลาทดลองขับ เงียบ แต่แรงเร้าใจ คือคำนิยามที่ให้กับเจ้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ CLA 250+ electric คันนี้ เพราะแค่แตะคันเร่งเบาๆ ตัวรถพร้อมกระโจนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วแต่ภายในห้องโดยสารแทบไม่ได้ยินเสียงใดๆ เลย
รอบแรกลองเบาๆ ดูเส้นทางว่าทีมงานให้ขับแบบไหน เริ่มจากขับแบบสลาลม สลับซ้าย-ขวาไปมา ต่อด้วยกลับรถในทางแคบ เปลี่ยนเลนบนความเร็วสูง และจบด้วยหยุดรถให้อยู่ในตำแหน่งที่กำหนด
รอบสองงานนี้ใส่ไม่ยั้ง พวงมาลัยที่เบาแต่คมช่วยให้ควบคุมตัวรถได้ดั่งใจ ช่วงล่างเนียนกริบไม่มีอาการโยน อาการร่อน แม้อยู่บนย่านความเร็วสูง ขณะที่หักพวงมาลัยซ้าย-ขวา ตลอดเวลา

แม้ตัวรถค่อนข้างยาว แต่การกลับรถในที่แคบไม่ได้ทำให้หนักใจแม้แต่น้อย สถานการณ์เปลี่ยนเลนกะทันหันตัวรถกลับมาตั้งตรงราวกับว่าไม่ได้ผ่านสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงมาก่อน ขณะที่ระบบเบรกที่แม่นยำช่วยให้หยุดรถในช่องที่กำหนดถึงจะทำความเร็วสูงมาก็ตาม
เป็นหนึ่งตัวเลือกสำหรับใครที่กำลังมองหารถอีวีหรู เพราะเจ้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ CLA 250+ electric คันนี้ให้ทั้งความแรง ความหรู ไว้ในคันเดียวกันได้อย่างกลมกลืน
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ