มิตซูบิชิ ตอกย้ำความมั่นใจให้ลูกค้าเจ้าของรถยนต์ไฮบริด ขยายเวลารับประกันคุณภาพเพิ่มเป็น 7 ปี หรือ 150,000 กม. จากเดิม 5 ปี 100,000 กม. พร้อมรับประกันระบบไฮบริด 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
รายงานข่าวจาก บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิต และจำหน่ายรถยนต์ “มิตซูบิชิ” แจ้งว่า เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้ารถยนต์ไฮบริดของมิตซูบิชิ ล่าสุดได้เปิดตัว “โปรแกรมขยายระยะเวลาการรับประกัน (Extended Warranty Program) รูปแบบใหม่” ที่ให้ความคุ้มครองทั้งคุณภาพผลิตภัณฑ์ และระบบไฮบริด นานสูงสุด 7 ปี
สะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ “เรามั่นใจในคุณภาพ ถึงกล้ารับประกันที่ยาวนานกว่า”และตอกย้ำการเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งในตลาดรถยนต์ไฮบริด ด้วยการมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกค้าที่เป็นเจ้าของ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นไป
รวมถึง ขยายความคุ้มครองไปยังลูกค้าปัจจุบันที่เป็นเจ้าของรถยนต์ทั้งสามรุ่น นับตั้งแต่วันแรกของการเปิดตัว อันเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในระยะยาว ตามมาตรฐานการบริการหลังการขาย ภายใต้แนวคิด “เราดูแล คุณแค่ขับ”

โปรแกรมขยายระยะเวลาการรับประกัน รูปแบบใหม่ เป็นการขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์ สูงสุด 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (จากเดิม 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร) และรับประกันระบบไฮบริด 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (จากเดิม 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง) การขยายระยะเวลาการรับประกันครอบคลุมถึงลูกค้าปัจจุบัน ภายใต้เงื่อนไขการรับสิทธิ์ขยายเวลา
โดยลูกค้าจะต้องเข้ารับบริการเช็กระยะอย่างต่อเนื่องทุก ๆ 10,000 กิโลเมตร หรือทุก 6 เดือน ครบ 10 ครั้ง โดยไม่ขาดระยะ และมีสถานะสมาชิก M-Care (โปรแกรมเพื่อมอบความคุ้มค่าและแบ่งเบาค่าใช้จ่าย สำหรับลูกค้ารถยนต์มิตซูบิชิ ที่เข้ารับบริการเช็กระยะที่ศูนย์บริการอย่างสม่ำเสมอ) ระดับ GOLD ขึ้นไป
รวมถึงลงทะเบียนและเพิ่มข้อมูลรถผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive เพื่อใช้ตรวจสอบระดับสมาชิก ทั้งนี้ การรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฮบริดยังคงครอบคลุมระยะเวลา 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ตามเงื่อนไขการรับประกันเดิม
โปรแกรมขยายระยะเวลาการรับประกัน (Extended Warranty Program) รูปแบบใหม่ ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฮบริด แต่ยังช่วยให้ลูกค้าวางแผนค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษา ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมลดความเสี่ยงหลังสิ้นสุดระยะเวลาการรับประกันมาตรฐาน เสริมคุณค่าการถือครอง ตลอดจนเพิ่มมูลค่าการขายต่อในอนาคต