ได้ชื่อว่าเคยเป็นรถ SUV ที่วิ่งได้เร็วที่สุดในโลก ทันทีที่ เบนท์ลีย์ เบนเทย์ก้า รถหรูระดับอัลตร้า ลักชัวรี่ เปิดตัวรุ่นแรกออกมาวิ่งบนถนนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
ล่าสุดได้พบเจอกับทีมงานการตลาด และประชาสัมพันธ์ เอเอเอส ออโต เซอร์วิส ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในบ้านเรา แจ้งว่ามีรถโมเดล เยียร์ 2025 เครื่องยนต์ V6 ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ให้ทดสอบ มีหรือที่ ‘ข่าวสด ยานยนต์’ จะพลาด

นัดเจอกันที่โชว์รูมสุดหรูใจกลางเมือง สี่แยกอโศก ใช้เวลาแนะนำตัวรถกันค่อนข้างนาน ด้วยรายละเอียดที่มากโข เพราะรถคันนี้ผลิตขึ้นด้วยความใส่ใจ ประณีตในทุกรายละเอียด ตามแบบฉบับคราฟต์แมนชิพ
เริ่มต้นกันที่ภายนอก ดีไซน์ไม่ทิ้งความลักชัวรี่ แม้จะเป็นรถแบบ SUV คงไว้ซึ่ง DNA บนเส้นสายด้านข้างตัวรถ ให้ความรู้สึกบึกบึน แต่ยังได้เรื่องของอากาศพลศาสตร์ด้วย

ไฟหน้าวงรี ดีไซน์ ‘คริสตัล คัต’ ได้รับแรงบันดาลใจจากแก้วแชมเปญ อันเป็นเอกลักษณ์ของเบนท์ลีย์
กระจังหน้าคริสตัล กริลล์ ทรงโค้ง เพิ่มมิติมากขึ้น จากเดิมแบนเรียบ ไฟเวลคัม เป็นรูปโลโก้ สามารถเปลี่ยนรูปได้ตามต้องการ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะคัน ล้ออัลลอยลายใหม่ ขนาด 21 นิ้ว ไฟท้ายแบบ 3 มิติ
ภายในหรูหราสมฐานะ ส่วนที่เป็นหนังเลือกใช้หนังจากสแกนดิเนเวีย เพราะมีรอยน้อย ตกแต่งได้ตามใจชอบ จะสีเดียว ทูโทน หรือมากกว่านั้น รวมทั้งหมดได้ 5 สี

คอนโซลหน้าทรงปีก ล้อกันไปกับโลโก้ เพิ่มความหรูด้วยการติดตั้งนาฬิกาอนาล็อกไว้ตรงกลาง หน้าจอกลางขนาด 14.3 นิ้ว รองรับความบันเทิง แสดงข้อมูล และสั่งการการใช้งานต่างๆ เครื่องเสียงมีให้เลือกว่าจะเป็นแบรนด์ Bang & Olufsen หรือ จะไปให้สุดกับแบรนด์ไฮเอนด์อย่าง Naim ก็ทำได้
ลายไม้มีให้เลือกมากมาย หรือจะเป็นลายหิน ซึ่งเป็นหินจริงจากแม่น้ำแต่ละแหล่งในสแกนดิเนเวีย ให้สีสัน และสัมผัสที่แตกต่างกัน
ด้วยแนวคิดของแบรนด์ เบนท์ลีย์ ที่ต้องการให้รถทุกคันถูกตกแต่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของลูกค้า แบบเป็นคันเดียวในโลก ดังนั้น จึงสามารถมิกซ์แอนด์แมตช์สีภายนอก สี และวัสดุภายใน รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถได้ตามต้องการ
ครั้งนี้ไปทดสอบพร้อมกับน้องนักข่าวอีก 1 คน สลับกันขับ ‘ข่าวสด ยานยนต์’ อาสาเป็นผู้ทดสอบก่อน เบาะนั่งขนาดใหญ่หนานุ่มโอบกระชับ ตัวรถที่สูงช่วยเรื่องทัศนวิสัยได้เป็นอย่างดี

รถปลั๊ก-อิน ไฮบริด คันนี้ ชาร์จไฟเต็มใช้เวลาประมาณ 2-2.30 ช.ม. สามารถวิ่งได้ 50 ก.ม. หากไฟมีเพียงพอ จะขับด้วยโหมดไฟฟ้าก่อน ตัวรถพุ่งทะยาน แม้รูปร่างใหญ่โตโอ่อ่าอยู่พอประมาณก็ตาม
จุดเด่นที่เห็นชัดคือช่วงล่างแบบถุงลม ที่แตกต่างจากทั่วไปให้ความนุ่มนวลแต่หนึบแน่น ไม่มีอาการโคลงเคลงให้ได้รู้สึกผ่านลูกระนาด รอยต่อถนน หรือคอสะพาน แรงสะเทือนเข้ามาถึงเบาะที่นั่งน้อยมาก

ด้วยเพราะทดสอบกันในกรุงเทพฯ ทำให้ไม่มีพื้นที่ให้ลองความเร็วสักเท่าไหร่ แต่เท่าที่จับสังเกตได้ จังหวะเร่งแซง หรือทำความเร็ว เร่งได้ทันใจ ด้วยกำลังสูงสุดที่ 462 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 700 นิวตัน-เมตร จะแรงไปไหน ในสเป๊กแจ้งว่าทำความเร็วได้สูงสุด 245 ก.ม.ต่อช.ม. และเร่งจาก 0-100 ก.ม. ภายใน 5.3 วินาที น้องๆ รถสปอร์ตชั้นดีเลยนะเนี่ย
ลองเลือกใช้โหมดสปอร์ต เสียงคำรามจากเครื่องยนต์แทรกเข้ามาในห้องโดยสารทันที เพราะโหมดนี้จะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เป็นหลัก แน่นอนว่าได้ความกระชับมากขึ้น ทั้งเครื่องยนต์ ช่วงล่าง เพิ่มความมั่นใจจังหวะทำความเร็วได้มากขึ้น

ได้เวลาสลับไปนั่งเต๊ะจุ๊ยที่เบาะหลัง สำหรับคันที่ทดสอบนี้เป็นรุ่น 5 ที่นั่ง คือสามารถนั่งเบาะหลังได้ 3 คน ไม่มีระบบนวดหลัง แต่ถ้าเลือกแบบ 4 ที่นั่ง หรือ 4+1 ที่นั่ง จะมีระบบนวดให้ด้วย
ช่วงล่างให้ความนุ่มนวล บางจังหวะรู้สึกเหมือนกับว่านุ่มมากกว่าตำแหน่งคนขับเสียด้วยซ้ำ แรงเหวี่ยง อาการโยกโยน ช่วงเปลี่ยนเลนกะทันหัน หรือเข้าโค้งหนักๆ มีให้พอรับรู้อยู่บ้าง แต่ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับบุคลิกภาพที่สูงใหญ่ขนาดนี้
สรุปโดยรวม แม้จะเป็นรถสไตล์ SUV คันใหญ่สุดหรูหรา ที่สามารถใช้ขับในเมืองได้ทุกวัน ยิ่งถ้าวิ่งวันละไม่ถึง 50 ก.ม. แทบไม่ต้องใช้น้ำมันสักหยด
จะมีอย่างเดียวที่ทำให้รู้สึกใจไม่ดี เสียวทุกครั้งที่มีมอเตอร์ไซค์เฉียดเข้ามาใกล้ ก็ค่าตัวเจ้าเบนท์ลีย์ เบนเทย์ก้า คันนี้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 15.8 ล้านบาท จะให้ไม่หวาดหวั่นได้อย่างไร
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ