ฮอนด้า Super-ONE รถ EV ทรงกล่องกระทัดรัด นำเข้าทั้งคันจากญี่ปุ่น เปิดราคา 990,000 บาท จำกัดปีนี้ 30 คัน จองออนไลน์พร้อมกัน 17 ส.ค. นี้ วันเดียวเท่านั้น

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหาร และซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัว Honda Super-ONE ใหม่ ในประเทศไทย ไม่เพียงเติมเต็มไลน์อัปยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ของฮอนด้าให้หลากหลายและครอบคลุมยิ่งขึ้น แต่ยังสะท้อนความมุ่งมั่นส่งมอบ ‘ความสนุกในการขับขี่’ (The Fun of Driving) อันเป็น DNA สำคัญที่ฮอนด้ายึดมั่นมาโดยตลอด

ซึ่ง Honda Super-ONE คือบทพิสูจน์ว่ารถยนต์ไฟฟ้าสามารถมอบความเร้าใจในการขับขี่ได้อย่างลงตัว ผ่านดีไซน์ทรง Boxy อันเป็นเอกลักษณ์ คาแรกเตอร์ที่โดดเด่น และ BOOST Mode ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะรุ่น ในราคาจำหน่าย 990,000 บาท โดยในปีนี้ Super-ONE จะจำหน่ายในประเทศไทย 30 คันเท่านั้น

ฮอนด้า เชื่อว่าการเปิดตัวครั้งนี้จะช่วยสร้างสีสันและมอบทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้ที่มองหารถที่โดดเด่นและขับสนุกในแบบฉบับฮอนด้า พร้อมเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเรียนรู้ความต้องการของตลาด เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

Honda Super-ONE ใหม่ รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กขับสนุกจากฮอนด้า พัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ในกลุ่ม N Series สู่สัดส่วนตัวรถในสไตล์ Low & Wide โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงเหลี่ยมสไตล์ Boxy พร้อมโป่งล้ออันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนคาแรกเตอร์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร รองรับการขับขี่ถึง 5 โหมด

โดยมาพร้อมไฮไลต์ BOOST Mode ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะรุ่น ช่วยปลุกความสนุกเร้าใจในทุกการขับขี่ ผสานระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์และระบบ Active Sound Control ที่สร้างเสียงเครื่องยนต์เสมือนจริง เพิ่มฟีลลิ่งสปอร์ตทุกครั้งที่กดคันเร่ง ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง

มาพร้อมเบาะนั่งคู่หน้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ตที่โอบกระชับ และเบาะหลังที่แยกพับแบบ 50:50 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย พร้อมฟังก์ชันเพื่อความสะดวกสบาย เทคโนโลยีการขับขี่ และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครันกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน อีกทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ครอบคลุม 6 ฟังก์ชันการใช้งาน เติมเต็มทุกประสบการณ์การเดินทางให้มั่นใจยิ่งขึ้น

ตอบสนองทันใจ มอบการขับขี่ที่นุ่มนวลแต่สนุกในทุกสปีด ให้กำลังสูงสุด 70 กิโลวัตต์ เมื่อใช้งาน BOOST Mode และมอบแรงบิดสูงสุด 162 นิวตัน-เมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนความจุ 29.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 253 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ภายใต้การทดสอบมาตรฐาน NEDC) มาพร้อมระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์ ที่ควบคุมได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว ให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความแตกต่าง

ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้วยบริการหลังการขายจากเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าที่ได้มาตรฐานกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ รองรับการดูแลหลังการขายอย่างทั่วถึง เพื่อมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์คัลเจอร์สนุกเร้าใจสไตล์ญี่ปุ่นสู่มือชาวไทย บนความอุ่นใจและไว้วางใจได้ตลอดอายุการใช้งาน

การนำเข้า Honda Super-ONE สู่ตลาดประเทศไทยในครั้งนี้ สะท้อนอีกบทสำคัญของฮอนด้าในการขยายไลน์อัปยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ให้ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายยิ่งขึ้น

พร้อมมอบทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ และความสนุกในการขับขี่เฉพาะตัว ทั้งยังเป็นก้าวสำคัญในการเรียนรู้และทำความเข้าใจความต้องการของตลาด เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/super-one

ข้อเสนอพิเศษ!* สำหรับ Honda Super-ONE ใหม่

เมื่อจองตั้งแต่ 17 ส.ค. 2569 – 30 ก.ย. 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2569

  • ดอกเบี้ย เริ่มต้น 1.69%*
  • ฟรีประกันภัย ชั้น 1* (1 ปี)
  • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กม. รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

· รับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 160,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร. 0 2341 7777

อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

  • เว็บไซต์: www.honda.co.th
  • Facebook Official Account: Honda Thailand
  • LINE Official Account: @honda-thailand

ไฮไลต์ข้อมูลผลิตภัณฑ์ Honda Super-ONE ใหม่ IT’S SO KULT! ทะยานไปได้ทุกที่ สนุกได้สุดในแบบของคุณ

ดีไซน์ภายนอกที่ปลุกความเร้าใจ

  • ดีไซน์โป่งล้อ (Blister Fenders) อันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยเน้นสัดส่วนตัวรถแบบ Low & Wide ให้ดูมั่นคง ทรงพลัง
  • สเกิร์ตข้าง (Side Sill Garnish) ที่เชื่อมต่อกับซุ้มล้อ เสริมเส้นสายด้านข้างให้ต่อเนื่อง เพิ่มความสปอร์ต
  • ช่องดักอากาศด้านล่าง (Tech Lower Intake) ที่โดดเด่นด้วยลวดลายรูปทรง Heat Sink พร้อมช่องรับอากาศบริเวณกระจังหน้า (Offset Power Bulge) และปีกหน้าด้านล่าง (Dynamic Aero Wing) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนอากาศเพื่อระบายความร้อนของตัวรถ
  • ช่องระบายอากาศด้านหลัง (Rear Breather Duct) ออกแบบให้ช่วยนำอากาศจากด้านหน้าสู่ท้ายรถอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดแรงต้านอากาศและเสริมสมรรถนะด้านอากาศพลศาสตร์

· โลโก้ Honda ด้านท้ายแบบตัวอักษรแนวนอน ในโทนสี Platinum ถ่ายทอดความพรีเมียมและทันสมัย พร้อมสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่น

· ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ดีไซน์สไตล์สปอร์ตแบบ 8 ก้าน ถ่ายทอดแนวคิด Light & Tough ที่ผสานความเบาและความแข็งแกร่งเข้าไว้ด้วยกัน

  • ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
  • ไฟหน้าแบบ LED ทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ และไฟท้ายแบบ LED
  • ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว พร้อมพับเก็บอัตโนมัติ
  • สปอยเลอร์หลัง

พื้นที่ที่ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมบูสต์ทุกวันให้สนุกยิ่งขึ้น

  • ภายในห้องโดยสารสีทรีโทน ขาว/เทา/ฟ้า ตกแต่งด้วยด้ายสีฟ้า สะท้อนบุคลิกความสนุกอย่างมีสไตล์ เติมฟีลลิ่งความเพลิดเพลินในทุกการเดินทาง
  • เบาะนั่งคู่หน้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ต

· ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร บริเวณแผงคอนโซล โดยจะเปลี่ยนโทนจากสีน้ำเงินเป็นสีม่วงเมื่อเลือกโหมดการขับขี่ BOOST Mode มอบความรู้สึกมีชีวิตชีวาและฟีลลิ่งการขับขี่ที่เร้าใจ

· พวงมาลัยหุ้มหนังแท้คุณภาพสูง ตกแต่งด้วย Blue Stitching

พร้อมฟังก์ชันการใช้งานเพื่อความสะดวกสบายและเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ให้ทุกวันง่ายขึ้น และทุกการเดินทางสนุกขึ้น

  • Google Built-in เติมเต็มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
  • ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 8 ตำแหน่ง ถ่ายทอดพลังเสียงรอบทิศทางผ่านการจัดวางลำโพงอย่างพิถีพิถันในตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อมิติเสียงที่สมจริงและเติมเต็มสุนทรียะในทุกการเดินทาง
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
  • พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน
  • ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหน้า Type-C 2 ตำแหน่ง กำลังไฟ 60W
  • ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT เจเนอเรชันที่ 4
  • เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบทำความร้อน (Heater Front Seats)
  • ระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์

สมรรถนะแบบรถยนต์ไฟฟ้าที่บูสต์ความสนุกเร้าใจในทุกการขับขี่

  • มาพร้อมแพลตฟอร์มน้ำหนักเบาที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ในกลุ่ม N Series มอบสมรรถนะการขับขี่ที่คล่องตัวและมั่นใจ ผสานกับความกว้างของช่วงล้อและยางหน้ากว้างขนาดใหญ่ ที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมรถขณะเข้าโค้งและเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง
  • ตอบสนองทันใจ มอบการขับขี่ที่นุ่มนวลแต่สนุกในทุกสปีด ให้กำลังสูงสุด 70 กิโลวัตต์ เมื่อใช้งาน BOOST Mode มอบสมรรถนะที่แรงเร้าใจด้วยแรงบิดสูงสุด 162 นิวตัน-เมตร
  • มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนความจุ 29.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง มอบระยะทางวิ่งสูงสุด 253 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ภายใต้การทดสอบมาตรฐาน NEDC)
  • ทำงานกับระบบเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์ ที่ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เพียงการกดปุ่มที่แผงเกียร์ที่บริเวณคอนโซลกลาง
  • รองรับถึง 5 โหมดการขับขี่ ได้แก่ ECON, CITY, NORMAL, SPORT และ BOOST ที่สามารถเลือกโหมดให้ปรับคาแรกเตอร์การขับขี่ได้ตามต้องการ ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์และทุกอารมณ์การขับขี่ โดยเลือกได้อย่างง่ายดายผ่านการดันขึ้น-ดึงลงสวิตช์ฟังก์ชัน Drive Mode บริเวณคอนโซลกลาง ในขณะที่โหมด BOOST จะติดตั้งไว้บนพวงมาลัยช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเรียกใช้งานได้ทันที เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจยิ่งขึ้น

พร้อมเทคโนโลยีการขับขี่ที่ออกแบบเพื่อประสบการณ์เร้าใจในทุกครั้งที่อยู่หลังพวงมาลัย อาทิ

  • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ดีไซน์ที่ผสานทั้งความคลาสสิกและฟังก์ชัน โดยแบ่งพื้นที่ด้านบนในการแสดงตำแหน่งเกียร์เสมือน (Simulated gear level display) และแบ่งพื้นที่การแสดงข้อมูลการขับขี่เป็น 3 มาตรวัด (Triple Meter Design)
  • ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)

· ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake: EPB)

· ระบบ Auto Brake Hold

เทคโนโลยีความปลอดภัยเพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง

  • เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ทำงานผ่านกล้องมุมกว้างด้านหน้าในการตรวจจับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน และคนเดินถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีฟังก์ชันการทำงาน 6 ฟังก์ชันหลัก ได้แก่
  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC) พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (with Low-Speed Follow: LSF)
  • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอื่น ๆ อาทิ

  • เซนเซอร์กะระยะ หน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด
  • กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
  • ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
  • ถุงลมคู่หน้า
  • ถุงลมด้านข้างคู่หน้า
  • ม่านถุงลมด้านข้าง
  • ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)
  • ระบบป้องกันล้อล็อกและระบบกระจายแรงเบรก (ABS & EBD)
  • ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
  • ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)

พร้อมเปิดให้ลูกค้าชาวไทยลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ในการจอง Honda Super-ONE ใหม่ อย่างเป็นทางการพร้อมกัน ในวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 – 17.00 น. วันเดียว ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.honda.co.th/e-quotation จัดจำหน่ายด้วยสีภายนอก สีเทาลูมินัส (Luminous Gray) พร้อมหลังคาสีดำ (ทูโทน) และสีภายในห้องโดยสารสีทรีโทน (ขาว/เทา/ฟ้า) ตกแต่งด้วยด้ายสีฟ้า พร้อมเริ่มส่งมอบรถให้แก่ลูกค้าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน