แม้‘ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก’ เก๋งกลางตัวเก่งสไตล์สปอร์ต 5 ประตู ของค่ายฮอนด้า จะเปิดตัวมาแล้วระยะหนึ่ง แต่ดูเหมือนความร้อนแรง ยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลาย ดูได้จากรถใหม่ป้ายแดง ที่มีให้เห็นเป็นระยะๆ บนท้องถนน
‘ข่าวสด ยานยนต์’ไม่รอช้าที่จะนำมาทดสอบอีกครั้ง เพราะเมื่อคราวที่ไปกับทริปของฮอนด้า ได้ขับในระยะทางสั้นๆ ครั้งนี้ขอจัดให้หนำใจ นัดแนะกับทีมงานประชาสัมพันธ์ เพื่อรับรถมาทดสอบ ได้รับการตอบรับอย่างดี ให้เข้าไปรับรถที่สำนักงานใหญ่ ย่านอุดมสุข ช่วงบ่ายวันศุกร์

เบาะนั่งโอบกระชับ ปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง ช่วยให้หาตำแหน่งที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น กระจกหน้าบานใหญ่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน ขนาดกระชับมือแบบ เอื้อมมือไปกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ เสียงคำรามเข้ามาในห้องโดยสารพอให้ได้อารมณ์สปอร์ต
การจราจรหนาแน่นได้ใจอยู่พอควร กว่าจะลัดเลาะผ่านเพื่อนร่วมถนนน้อยใหญ่ จนขึ้นทางด่วนได้ใช้เวลาอยู่พอประมาณ อาศัยความคล่องตัวตามบุคลิครถสปอร์ต ประกอบกับ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO ช่วยนำพาให้ตัวรถเร่งแซงได้อย่างไม่น่าเกลียด

วันรุ่งขึ้นมุ่งหน้าสู่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ใช้เส้นทางถ.กาญจนาภิเษก ออกเดินทางกันแต่เช้า คิดว่ารถจะไม่ติด ที่ไหนได้ ไม่ต่างจากวันธรรมดาเลยแม้แต่น้อย ค่อยๆ ตามกันไปแบบไม่รีบร้อน กำลังของรถเรียกมาใช้งานได้ตั้งแต่ตีนต้น เรียกว่ากดเป็นมา ไม่รอช้าให้อึดอัดใจ
กําลังก็ยังไหลลื่นต่อเนื่องไปถึงตีนปลาย เมื่อยามมีพื้นที่ถนนให้ลองความเร็วปลาย หลังจากผ่านแม่กลองไปแล้ว การจราจรเริ่มเบาบางลงบ้าง วันนั้นจัดไปที่กว่า 180 กม.ต่อชม. ซึ่งยังมีให้ไปต่อ แต่แค่นี้ก็จี้ดจ้าดได้ใจแล้ว
ไม่ผิดปากจากที่วิศวกรแดนปลาดิบของฮอนด้า แจ้งไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งร่วมทริปว่า ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก คันนี้ทำความเร็วได้สูงสุด 200 กม.ต่อชม. บนถ.ออโต้บาร์น ประเทศเยอรมัน ถนนที่ไม่จำกัดความเร็ว เป็นเครื่องรับประกันว่าแม้เครื่องยนต์จะเล็ก แต่แรงพอตัว

เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT จังหวะการเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล และสอดคล้องกับลักษณะการขับขี่ แต่ถ้าอยากสนุกมากขึ้น ลากรอบได้ตามใจ แค่ปรับตำแหน่งเกียร์ไปโหมดสปอร์ต(S) ก็จะสามารถเปลี่นเกียร์ได้ด้วยตัวเอง ที่แป้นหลังพวงมาลัย แบบแพดเดิล ชิพ
ช่วงล่างบนย่านความเร็วสูง ให้ความเสถียรกว่าจะรู้สึกว่าต้องกำพวงมาลัยแน่นขึ้นหน่อย เกิน 160 กม.ต่อชม. ไปแล้ว ขณะที่ความนุ่มนวลมีมาให้มากพอ ไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะกระเด้งกระดอน ถือเป็นเอกลักษณ์ของค่ายฮอนด้า

ส่วนเสียงลม ที่เล็ดลอดเข้ามาในรถ เหลือบดูทีไหร่เข็มไมล์เกิน 130 กม.ต่อชม. แล้วทุกครั้ง ผ่านจุดปราบเซียนได้แบบเนียนๆ จังหวะเข้าโค้ง รับรู้แรงเหวี่ยงเล็กๆ โดยเฉพาะโค้งลึกบนความเร็วสูง เหมือนพวงมาลัยมีช่วงฟรีอยู่นิดหนึ่ง ทำให้ต้องเติมพวงมาลัยอีกหน่อย แต่ถ้าเข้าบนความเร็วที่เหมาะสม ทุกอย่างไหลลื่น
ดีไซน์ภายนอก ฝากระโปรงหน้างุ้มลงทำให้ดูเหมือนตัวรถพุ่งไปข้างหน้าตลอดเวลา กันชนหน้าหน้าขนาดใหญ่ ติดตั้งไฟตัดหมอกไว้ที่ช่องดักลมแบบรังผึ้ง ไฟหน้าดีไซน์สปอร์ตแบบ LED และไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน เส้นข้างตัวรถคมชัด เส้นหลังคาท้ายสูงขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นซีดาน ไฟท้ายรูปตัว C แบบ LED กันชนท้ายออกแบบให้มีเหลี่ยมสัน และช่องระบายอากาศแบบรังผื้งขนาดใหญ่

ภายในเติมเต็มอารมณ์สปอร์ต ด้วยโทนสีดำ มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบเรืองแสง แผงคอนโซลกลางออกแบบภายใต้แนวคิด Tech Center เปรียบเสมือนศูนย์กลางเทคโนโลยี เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อแอปเปิล คาร์ เพลย์ หรือจะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นผ่านช่องเสียบ ยูเอสบี หรือเอชดีเอ็มไอ
พวงมาลัย 3 ก้าน มัลติฟังก์ชั่น ห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายกว้างขวาง เพิ่มพิ้นที่ด้วยการพับเบาะนั่งแถวสอง เพื่อให้สามารถวางสัมภาระได้หลากหลายรูปแบบ รองรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตกลางแจ้งได้สบายๆ
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ….รายงาน
ข้อมูลทางเทคนิค
แบบตัวถัง เก๋ง 5 ประตู
เครื่องยนต์ DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว VTEC TURBO
ความจุ 1,498 ซีซี.
กำลังสูงสุด 173 แรงม้า/5,500 รอบฯ
แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร/1,700-5,500 รอบฯ
ระบบรองรับ(หน้า) แม็คเฟอร์สันสตรัท/เหล็กกันโคลง
ระบบรองรับ(หลัง) มัลติลิงค์/เหล็กกันโคลง
มิติ(กว้างxยาวxสูง) 1,799×4,501×1,421 ม.ม.
ราคา 1,169,000 บาท