เปิดตำนาน 117 ปี ‘ไทรอัมพ์’ ทำไมครองใจสาวกบิ๊กไบก์

เปิดตำนาน 117 ปี ‘ไทรอัมพ์’ ทำไมครองใจสาวกบิ๊กไบก์

เปิดตำนาน 117 ปี ‘ไทรอัมพ์’ ทำไมครองใจสาวกบิ๊กไบก์

เปิดตำนาน 117 ปี ‘ไทรอัมพ์’ ทำไมครองใจสาวกบิ๊กไบก์ – หากพูดถึงแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์สัญชาติอังกฤษ เชื่อว่าสาวกบิ๊กไบก์หลายคนต้องนึกถึง ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (Triumph Motorcycles) เป็นอันดับต้นๆ

ในเมืองไทยนั้นน่าจะคุ้นเคยกับแบรนด์นี้ในฐานะผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์แนวคลาสสิคเป็นส่วนใหญ่ แต่จริงๆ แล้ว ไทรอัมพ์ผลิตรถออกมาหลากหลายรูปแบบด้วยกันตลอดอายุ 117 ปี ที่ถือกำเนิด (ค.ศ.1902)

หัวใจหลักในการทำงานของ ไทรอัมพ์คือการยึดมั่นสัญญาและการมุ่งมั่นสร้างสรรค์รถจักรยานยนต์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ผสมผสานงานออกแบบที่สวย คลาสสิค ร่วมสมัย เข้ากับความแม่นยำในการควบคุมรถ และสมรรถนะ

เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ ตามสโลแกน “FOR THE RIDE”

เปิดตำนาน 117 ปี ‘ไทรอัมพ์’ ทำไมครองใจสาวกบิ๊กไบก์

ปัจจุบันไทรอัมพ์ได้ขยายขอบเขตการออกแบบและผลิตให้เหมาะกับผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ทั้งหมด โดยในประเทศไทย ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ผลิตและจำหน่ายครอบคลุม 3 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มโมเดิร์นคลาสสิค (Modern Classics) ทั้ง 13 รุ่น อันประกอบไปด้วย บอนเนวิลล์ ที 120 (Bonneville T120) บอนเนวิลล์ ที 120 แบล็ก (Bonneville T120 Black) บอนเนวิลล์ ที 100 (Bonneville T100) บอนเนวิลล์ ที 100 แบล็ก (Bonneville T100 Black)

รุ่นคลาสสิคร่วมสมัยอย่าง สตรีต ทวิน (Street Twin) สตรีต สแครมเบลอร์ (Street Scrambler) สแครมเบลอร์ 1200 เอ็กซ์ซี (Scrambler 1200 XC) และ สแครมเบลอร์ 1200 เอ็กซ์อี (Scrambler 1200 XE) รถสไตล์โมเดิร์นโรดสเตอร์ สปีด ทวิน (Speed Twin) รถสไตล์ Cafe Racer ในตำนานอย่าง ทรักซ์ตัน อาร์ (Thruxton R)

รุ่นคลาสสิคสวยสะกดทุกสายตาอย่าง บอนเนวิลล์ บ๊อบเบอร์ (Bonneville Bobber) บอนเนวิลล์ บอบเบอร์ แบล็ก (Bonneville Bobber Black) และ บอนเนวิลล์ สปีดมาสเตอร์ (Bonneville Speedmaster)

ตามมาด้วย กลุ่มแอดเวนเจอร์แอนด์ทัวริ่ง (Adventure & Touring) อันประกอบไปด้วย ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์ซีเอ (Tiger 800 XCA) ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์อาร์ที (Tiger 800 XRT) และ ไทเกอร์ 800 เอ็กซ์อาร์ (Tiger 800 XR) โฉมใหม่

และกลุ่ม เน็กเก็ตโรสเตอร์ (Naked Roadster) ได้แก่ สตรีต ทริปเปิล อาร์เอส (Street Triple RS)

เปิดตำนาน 117 ปี ‘ไทรอัมพ์’ ทำไมครองใจสาวกบิ๊กไบก์
โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐาน “ไทรอัมพ์ เวิลด์ สแตนดาร์ด” ทั่วโลก

นอกจากนี้ยังมีโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐาน “ไทรอัมพ์ เวิลด์ สแตนดาร์ด” 14 แห่งทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ 5 แห่ง ได้แก่ ไทรอัมพ์ พระราม 9 ไทรอัมพ์ พระราม 5 ไทรอัมพ์ บางนา ไทรอัมพ์ รังสิต และ ไทรอัมพ์ วิภาวดี

ส่วนต่างจังหวัด ประกอบด้วย ไทรอัมพ์ เชียงใหม่ ไทรอัมพ์ เชียงราย ไทรอัมพ์ พิษณุโลก ไทรอัมพ์ ลพบุรี ไทรอัมพ์ พัทยา ไทรอัมพ์ ขอนแก่น ไทรอัมพ์ อุบลราชธานี ไทรอัมพ์ หาดใหญ่ และ ไทรอัมพ์ ภูเก็ต

ไทรอัมพ์มีฐานการผลิตหลักในเมือง ฮิงก์ลีย์ (Hinckley) ประเทศอังกฤษ ส่วนเมืองไทยถูกเลือกเป็นอีกหนึ่งฐานการผลิตใหญ่ที่นิคมอมตะนคร จ.ชลบุรี

เปิดตำนาน 117 ปี ‘ไทรอัมพ์’ ทำไมครองใจสาวกบิ๊กไบก์

ทั้งสองโรงงานมีอัตราการผลิตประมาณ 60,000 คันต่อปีออกจำหน่ายทั่วโลก

พร้อมกันนี้ไทรอัมพ์ยังเปิด “ไทรอัมพ์ แฟกทอรี่ วิซิเตอร์ เอ็กซ์พีเรียนซ์” (Triumph Factory Visitor Experience) ที่เมืองฮิงก์ลีย์ เลสเตอร์ไชร์ ประเทศอังกฤษ เป็นจุดเช็กพอยต์ใหม่ของสาวกไทรอัมพ์ทั่วโลก

ที่นี่คล้ายๆ กับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของไทรอัมพ์ แสดงให้เห็นถึงจุดเริ่มต้นของรถมอเตอร์ไซค์ไทรอัมพ์ทุกคัน

ภายในประกอบไปด้วยหลากหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ วิศวกรรมการผลิตรถมอเตอร์ไซค์รุ่นต้นแบบ การจัดแสดงรถมอเตอร์ไซค์ที่หาชมยากและมีความสำคัญ

ตลอดจนยังเปิดให้เยี่ยมชมในส่วนของโรงงานผลิตที่ถือเป็นหัวใจการผลิตรถมอเตอร์ไซค์

ประวัติศาสตร์อันยาวนาน และรถจักรยานยนต์หลากหลายรูปแบบ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม ‘ไทรอัมพ์’ จึงครองใจสาวกได้ทั้งในเมืองไทยและทั่วโลก

บทความก่อนหน้านี้ฮือฮา!โคราชขุดพบ ไหโบราณ อายุกว่า 2 พันปี!! รอกรมศิลป์ตรวจสอบ
บทความถัดไป‘ฮอนด้า แอคคอร์ด’ใหม่ โชว์เจ๋ง-กวาดรางวัลทั่วโลก