Khaosod
Online

วันศุกร์ ที่ 3 ก.ค. 2563

ลองของจริงรถยนต์ไฟฟ้า4รุ่นรวด ‘บีเอ็มฯ-ฮุนได-นิสสันลีฟ-อัลเมร่า’

9 มิ.ย. 2562 - 10:46 น.

ลองของจริงรถยนต์ไฟฟ้า4รุ่นรวด ‘บีเอ็มฯ-ฮุนได-นิสสันลีฟ-อัลเมร่า’

ในงานแสดงเทคโนโลยีและการประชุมนานาชาติ ด้านพลังงานทดแทน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่ใหญ่และ ครบวงจรที่สุดในภูมิภาคอาเซียน หรือ ‘ASEAN Sustainable Energy Week’ (ASE) ระหว่างวันที่ 5-8 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ไบเทค บางนา

‘ASE’ เป็นงานที่รวบรวมนวัตกรรมล่าสุดด้านพลังงาน แสงสว่าง ศูนย์ข้อมูล การควบคุมมลภาวะทางอากาศ การบำบัด น้ำเสีย การกรองน้ำ อุปกรณ์ประจุไฟฟ้าในยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงระบบขับเคลื่อน อีกมากมาย จากผู้ประกอบการแบรนด์ชั้นนำ 1,500 ราย จาก 30 ประเทศ ทั่วโลก

ในงานเดียวกันนี้ยังมีงานแสดงย่อยอีกหลายอย่าง แต่ที่ถือเป็นไฮไลต์ต้องยกให้งานแสดงเทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฟฟ้าและ อุปกรณ์ ระบบจัดการแบตเตอรี่ อุปกรณ์ตรวจตราและควบคุมสถานีชาร์จประจุไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle Asia เพราะรถยนต์ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นเทรนด์ อนาคตของโลกยานยนต์

รถยนต์2

นอกจากการนำเสนอนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ต่อเนื่อง เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว ผู้จัดงานยังได้รวบรวมรถยนต์ไฟฟ้า 100% มาให้ผู้ที่สนใจได้ร่วมทดลองขับเบาๆ ที่ลานด้านหลังฮอลล์จัดงาน ของศูนย์นิทรรศการ และการประชุมไบเทค จากหลากหลายค่าย

อาทิ ค่ายกังหันฟ้า-ขาว บีเอ็มดับเบิลยู ที่มี i3s รถเก๋ง 4 ที่นั่ง ประตูตู้กับข้าวเป็นตัวชูโรง นำร่องรถยนต์ไฟฟ้าของค่าย

นิสสัน ลีฟ รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก เปิดตัวขายในบ้านเรามาพักใหญ่ กับค่าตัว 1.99 ล้านบาท

ฮุนได มาทั้ง ไอออนิก และรถสไตล์ครอสโอเวอร์ ฮุนได โคนา ราคาเริ่มต้น 1.849-2.259 ล้านบาท

ค่าย BYD ที่นำรถยนต์ไฟฟ้ามาทำเป็นรถแท็กซี่ วีไอพี รับส่งผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ ค่ายฟอมม์ รถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด บริษัทร่วมทุนไทย-ญี่ปุ่น

รถยนต์2

และรถที่ติดตั้งชุดประกอบรถยนต์ไฟฟ้า ดัดแปลง ซึ่งเป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยคันต้นแบบติดตั้งอยู่ในนิสสัน อัลเมร่า นอกจากนี้ยังมีรถบัสไฟฟ้าไว้ให้ขึ้นไปลองโดยสารอีกด้วย

จัดกันมาเต็มเหนี่ยวขนาดนี้ มีหรือที่จะพลาด ว่าแล้วรีบลงทะเบียนร่วมแจมทดลองขับในทันที แต่ด้วยเวลามีจำกัดเลือกขับเพียงบางรุ่น

สนามที่แม้จะมีพื้นที่ไม่มาก ผู้จัดดีไซน์เน้นให้รับรู้ถึงสมรรถนะของช่วงล่าง และการควบคุมรถ ด้วยการ วางกรวยยางบังคับให้เลี้ยวไปมาเป็นรูปตัวเอส 2 ชั้น รวมถึงโค้งตีวงกว้าง ก่อนจะมาจบที่ทางตรงที่มีระยะทางไม่ถึง 100 เมตร แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะเพียงพอให้ได้ซึมซับประสิทธิภาพของรถแต่ละคันได้พอสมควร

เริ่มกันที่บีเอ็มดับเบิลยู ‘i3s’ รูปร่างน่ารัก เข้าไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับ เอื้อมมือไปกดปุ่มสตาร์ต เครื่องยนต์ ที่อยู่บริเวณแป้นเกียร์ที่คอพวงมาลัย ใครที่เป็นนักขับอายุเกินหลักสี่ดอนเมืองไปแล้ว ให้นึกถึงตำแหน่งเกียร์มือในรถยนต์หลายรุ่น ในสมัยอดีต

รถยนต์2

กำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าที่เคลมว่ามีอยู่ถึง 170 แรงม้า พร้อมเทคโนโลยี BMW eDrive สามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 150 ก.ม./ช.ม. ชาร์จไฟเต็มแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน 22 กิโลวัตต์ หนึ่งครั้งวิ่งได้ระยะทาง 130-160 ก.ม.

จังหวะการออกตัวไม่จี๊ดจ๊าดเท่าที่ควร รู้สึกถึงความหน่วงของตัวรถ การเข้าโค้งทำได้ยังไม่เนียนเท่าที่ควร ด้วยพวงมาลัยที่หนักต้องเผื่อองศาวงเลี้ยวมากพอดู

แต่กับช่วงทางตรงทำออกมาได้น่าประทับใจ เข็มไมล์ไต่ความเร็วขึ้นไปถึง 80 ก.ม.ต่อช.ม. กับระยะทางสั้นๆ

สรุปว่าดูรูปร่างกะทัดรัด แต่การขับไม่ค่อยกระชับสักเท่าไหร่

ต่อกันกับ ‘นิสสัน ลีฟ’ แฮตช์แบ๊กไฟฟ้า 100% ที่พัฒนาต่อยอดกันมาหลายเจเนอเรชั่นแล้ว เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่นักเลงรถหัวใจสีเขียวอ้าแขนต้อนรับกันอย่างท่วมท้น มียอดขายทิ้งห่างคู่แข่งอันดับ 2 อยู่หลายช่วงตัว

รถยนต์2

ดีไซน์รถแทบไม่ต่างจากรถยนต์ทั่วไป มีเพียงแป้นคันเกียร์เท่านั้นที่บ่งชี้ถึงความเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ดึงคันเกียร์เข้าหาตัวเล็กน้อย แล้วดันลงเป็นตำแหน่งเดินหน้า

การออกตัวแม้หลังจะไม่ติดเบาะแต่ก็แรงได้ใจอยู่พอตัว พละกำลังที่ได้จากมอเตอร์ขนาด 110 กิโลวัตต์ หรือ 150 แรงม้า พร้อมด้วยแรงบิด 320 นิวตัน-เมตร ช่วยให้ตัวรถมีความคล่องแคล่วว่องไว

ความคมของพวงมาลัยมีพอสมควร อาจจะไม่กริบนัก แต่ยังสามารถควบคุมได้ดี

มาถึงทางตรงความเร็วที่ทำได้ขึ้นไปถึง 70 ก.ม.ต่อช.ม. แบบนี้เร่งแซงใครก็ฉลุย

รถยนต์ไฟฟ้าจากแดนกิมจิ น้องใหม่ล่าสุดในบ้านเรา ที่เปิดตัวหมาดๆ ในงานมอเตอร์โชว์ เมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา ‘ฮุนได โคนา อิเล็กทริก’ (KONA electric) เรียกเสียง ครางฮือในหมู่นักเลงรถครอสโอเวอร์ดังกระหึ่ม ด้วยรูปลักษณ์ที่ดีไซน์ภายนอกมาให้รับรู้ได้ถึงความเป็นรถสปอร์ตครอสโอเวอร์ ส่วนภายในเน้นความล้ำสมัย ให้สมกับการเป็นยานยนต์แห่งโลกอนาคต

ที่นำมาให้ทดลองวันนี้เป็นรุ่น SEL หรือตัวท็อป เข้าไปนั่งตำแหน่งคนขับ มองหาคันเกียร์แต่ไม่เจอ มีเพียงปุ่มให้กดลงไปว่าเป็นตำแหน่ง D หรือ R หรือ N และ P สะดวกและเข้าใจง่าย

ภายในตกแต่งหรูหราทันสมัย ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก พร้อมเครื่องเสียงและหน้าจอสัมผัสแบบ Floating Touch Screen รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย

ก่อนเริ่มทดลองขับเจ้าหน้าที่แจ้งว่า รถคันนี้แรงเอาเรื่อง ดูจากสเป๊กก็น่าจะไม่ผิดปากมากนัก แบตเตอรี่แบบลิเทียมไอออนโพลิเมอร์ แรงดันไฟฟ้าสูงขนาด 64 กิโลวัตต์-ชั่วโมง มอเตอร์ไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวร กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 395 นิวตัน-เมตร ชาร์จไฟฟ้าเต็มหนึ่งครั้ง วิ่งได้ระยะทาง 482 ก.ม. แต่ก็น่ะ ไอ้เราก็ผ่านมานักต่อนัก จะสักเท่าไหร่กันเชียว

กดคันเร่งเบาๆ หลังติดเบาะแทบไม่รู้ตัว จังหวะหักพวงมาลัยเข้าโค้งรูป ตัวเอส ให้ความรู้สึกหนึบแน่น พวงมาลัยมีความแม่นยำ ช่วยให้ควบคุมตัวรถไปได้อย่างใจนึก ขนาดกรวยยางที่วางอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างอึดอัดสำหรับรถขนาดครอสโอเวอร์ แต่ก็ผ่านไปได้โดยไม่โดนเลยแม้แต่อันเดียว

มาถึงทางตรงหลังจากหยุดสนิท ตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งแล้วค่อยกดคันเร่งให้เต็มที่ กับระยะทางไม่ถึง 100 เมตร

ตัวรถพุ่งทะยานไปข้างหน้าราวกับลูกธนูออกจากคันศร แถมด้วยอาการล้อฟรี ไม่ต่างจากม้าหนุ่มสุดพยศที่กำลังได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ ความเร็วขึ้นไปถึงเกือบ 80 ก.ม. ต่อช.ม. ในชั่วเวลาไม่กี่วินาที เร็วขนาดนี้ซูเปอร์คาร์ก็ซูเปอร์คาร์เถอะ ไม่ใช่จะกินกันได้ง่ายๆ

ปิดท้ายที่รถยนต์ผลงานฝีมือคนไทย ‘i-EV’ ดัดแปลงใส่รถอีโคคาร์ ‘นิสสัน อัลเมร่า’ ที่ยกเครื่องยนต์สันดาปออกไป แล้วนำชุดคิตระบบไฟฟ้ามาใส่แทนทั้งดุ้น แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 40 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ซ่อนอยู่ในห้องสัมภาระด้านท้าย ทำให้รถคันนี้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นร่วม 200 ก.ก.

แต่ก็ดีไปอย่างเพราะรู้สึกได้ถึงการเกาะถนน ที่เพิ่มขึ้น ระหว่างการเข้าโค้งรูปตัวเอสบนความเร็วพอประมาณ เมื่อเทียบกับรุ่นปกติที่อาจจะรู้สึกหวิวได้

ในช่วงทางตรงจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่ถือเป็นบุคลิกของนิสสัน อัลเมร่า อยู่แล้ว ที่มีอาการหน่วงนิดๆ คันนี้ก็ยังคงใช้เกียร์ลูกเดิม จึงไม่มีอะไรแตกต่าง แถมดูจะอืดกว่าเล็กน้อยด้วยซ้ำ จากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นมามากโข

แต่เชื่อเถอะใครที่ใช้รถประเภทนี้ เขาไม่ขับเร็วกันหรอก ส่วนใหญ่ใช้งานในเมือง เดี๋ยวเร่ง เดี๋ยวเบรก อยู่ร่ำไป

ใครที่สนใจชุดคิตของการไฟฟ้า ฝ่ายผลิตอดใจนิดหนึ่ง เพราะยังอยู่ในช่วงทดลองและพัฒนา แว่วว่ากลางปีหน้า จะเริ่มถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการเพื่อนำไปติดตั้งให้กับเจ้าของรถยนต์ที่สนใจ ซึ่งสามารถใช้ได้กับรถทุกยี่ห้อในราคาเซ็ตละไม่เกิน 200,000 บาท

ดูเทคโนโลยีของรถไฟฟ้าในปัจจุบัน และความสนใจของค่ายต่างๆ รวมถึง ยอดรถในเมืองไทย โอกาสที่รถไฟฟ้าจะได้รับความนิยมในบ้านเราคงไม่นานเกินรอ

โดย กิตติพงศ์ ศรีเจริญ

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ ลองของจริงรถยนต์ไฟฟ้า4รุ่นรวด ‘บีเอ็มฯ-ฮุนได-นิสสันลีฟ-อัลเมร่า’
ข่าวที่เกี่ยวข้อง