‘มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต’ ท้าแกร่ง-ตะลุยแก่งกระจาน

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ตท้าแกร่งตะลุยแก่งกระจาน

คอลัมน์ – ทดสอบ

‘มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต’ – ด้วยดีไซน์ภายนอก ภายในของมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ตที่มาในแนวยานยนต์แห่งอนาคต จุดกระแสให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกเป็นเจ้าของ จนกลายเป็น อันดับต้นๆ ของเซกเมนต์รถปิกอัพดัดแปลง หรือพีพีวี

ล่าสุดปรับโฉมให้ดูโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น พร้อมทั้งอัดแน่นอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีความปลอดภัย ประมาณว่าให้มากที่สุดในคลาสเดียวกัน

‘มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต’

เพื่อเป็นการยืนยันว่ามีอุปกรณ์ และเทคโนโลยีมากมาย รวมถึงรับรู้ถึงสมรรถนะการขับขี่เอกอธิ รัตนอารีกรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายในประเทศ และบริการหลังการขาย ไม่รอช้าที่จะจัดทริปทดสอบ

เลือกเส้นทางจากกรุงเทพฯหัวหิน .ประจวบคีรีขันธ์ แต่ครั้นจะวิ่งตรงๆ ก็ดูจะไม่สมฐานะรถอเนกประสงค์ขับเคลื่อนสี่ล้อ จึงให้วกเข้าไปสำรวจเส้นทางในป่าของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ดูว่าระบบต่างๆ ที่มีมาให้นั้น ใช้งานได้จริง ไม่ติงนังแล้ว ยังมีสะดวกสบายเพียงใด

นัดเจอกันช่วงสายวันธรรมดาย่านสาทร แนะนำตัวรถกันพอหอมปากหอมคอ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ 4WD GT-PREMIUM ซึ่งเป็นตัวท็อป จอดรอพร้อมอยู่แล้ว ให้นักข่าวขับกันคันละ 2 คน

ได้ประกบคู่กับเจ้าของรายการรถยนต์ ออโต้ วาไรตี้ชัยรัตน์ ไพศาลธนจิตรที่มีช่วงเกาะล้อพาเที่ยว กำลังได้รับการกล่าวขวัญอย่างมากในหมู่ท่านผู้ชม

ตกลงกันว่าขาไป ข่าวสด ยานยนต์ จะว่าเดี่ยวไม้เดียวถึงหัวหินเลย เพราะคร่าวๆ ระยะทางแล้วประมาณ 300 .. ถือว่าสมน้ำ สมเนื้อได้เจอทั้งในเมือง นอกเมือง และออฟโรด ครบรส

ข้อดีของรถอเนกประสงค์ คือความสูงใหญ่ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ได้มากยิ่งขึ้น เบาะนั่งปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง ไม่เฉพาะด้านคนขับ แต่ยังหมายรวมถึงฝั่งผู้โดยสารด้วย

.สาทร แม้จะเป็นช่วงเที่ยงวัน แต่ก็ยังคลาคล่ำไปด้วยรถน้อยใหญ่ แต่ไม่ได้น่ากังวลใจ เพราะสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้หลายช่วงตัว แถมด้วยระบบเตือนเมื่อมีวัตถุเข้ามาใกล้ตัวรถรอบคัน จังหวะเปลี่ยนเลนทำได้อย่างคล่องมือ

ความสะดวกที่เพิ่มขึ้นยามใช้ในเมือง คือระบบ BRAKE AUTO HOLD ตัวรถจะถูกหน่วงไว้แม้จะอยู่ในตำแหน่งเกียร์ D เมื่อจอดสนิทติดไฟแดง และเมื่อต้องการเดินทางต่อ แตะคันเร่งเบาๆ ตัวรถจะเคลื่อนออกไปในทันที ไม่ต้องเปลี่ยนเป็นเกียร์ว่างใส่เบรกมือ

มุ่งหน้าขึ้นทางด่วน ต่อเนื่องไปยังถ.พระราม 2 การจราจรก็ยังหนาแน่นอยู่พอสมควร ดีว่าเครื่องยนต์เรียกกำลังมาใช้งานได้ตั้งแต่ตีนต้น และรวมถึงจังหวะเร่งแซง คิกดาวน์ทีเดียว ตัวรถทะยานไปราวกับลูกธนู เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ไม่มีรอยกระตุกให้ได้รู้สึกเลยแม้แต่น้อย

กว่าเพื่อนร่วมถนนจะบางตา ข้ามสะพานแม่น้ำแม่กลองไปแล้ว ไม่รอช้ากดคันเร่งเพิ่มความเร็วในทันที เข็มไมล์ขยับเพิ่มขึ้นอย่างกับไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย 150-160-170 ..ต่อช.. เข้าไปแล้ว ช่วงล่างยังไม่มีทีท่าจะสั่นไหวให้ได้รู้สึก เรียกว่าเนียนกริ๊บ จนนึกว่ากำลังขับรถ SUV ชั้นดี

ขับกันมาเพลินๆ อยู่ๆ ฝนกระหน่ำมาแบบไม่ลืมหูลืมตา ปัดน้ำฝนเบอร์ 3 ยังแทบมองไม่เห็นข้างหน้า ไม่รอช้าเพื่อความไม่ประมาท ปรับโหมดการขับขี่เป็น 4H ที่จะถ่ายทอดกำลังเครื่องยนต์ไปที่ล้อหน้า 40% และล้อหลัง 60% เหมาะกับถนนเปียกลื่น ช่วยให้ตัวรถหนึบแน่นเกาะถนนยิ่งขึ้น

ตัดเข้าถนนสายรองไปยังอ.หนองหญ้า ปล้อง เพื่อมุ่งสู่แก่งกระจาน เป็นถนน 2 เลนสวน และมีโค้งอยู่พอสมควร จังหวะเข้าออกโค้งทำได้อย่างสบายมือ ด้วยพวงมาลัยที่ค่อนข้างคม ลองเข้าโค้งบนความเร็วสูง มีออกอาการท้ายบานอยู่บ้าง กับโค้งที่ลึกและไม่รับ เอาเป็นว่าถ้าความเร็วเหมาะสม ไม่ว่าจะโค้งแบบไหนก็ผ่านได้สบายๆ

ความนุ่มนวลของช่วงล่าง เซ็ตมาให้ตัวรถมีความหนึบแน่น ทำให้เมื่อผ่านหลุมบ่อ คอสะพาน อาจจะไม่ได้นุ่ม แต่จะใช้คำว่ากระด้างก็ยังไม่ถึงขนาดนั้น

ผ่านเข้าไปยังอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมที่จะลุยเส้นทางที่เจ้าหน้าที่ไว้ใช้สำรวจป่า ก่อนมาถึงมีฝนตกลงมาหนักพอดู ทำให้ถนนดินลูกรังกลายสภาพเป็นดินโคลน เพื่อความไม่ประมาทปรับโหมดเป็นแบบ 4HLc แบบง่ายๆ ด้วยการหมุนปุ่มเปลี่ยนโหมดการขับขี่ ที่อยู่คอนโซลกลางใกล้กับคันเกียร์

รู้สึกได้ถึงความหน่วงของตัวรถ ด้วยเพราะระบบได้ถ่ายทอดกำลังเครื่องยนต์ไปยังล้อหน้า 50% และล้อหลัง 50% เท่ากันตลอดเวลา เหมาะกับสภาพถนนเปียกลื่น หรือมีดินโคลน ถนนทุรกันดาร แต่ยังสามารถทำความเร็วได้

ตลอดระยะทาง 9 .. รูปแบบถนนสลับกันไปมาทั้งดินโคลนสุดลื่นจากฝนฉ่ำ และต้องผ่านลำธารทั้งสิ้น 7 ลำธาร ซึ่งความสูงและแรงของน้ำแต่ละลำธารแตกต่างกัน แต่อุปสรรคเท่านี้ ผ่านได้อย่างฉลุย

ส่วนอะไรบ้างที่เพิ่มเติมขึ้นมา อาทิ ชุดไฟหน้าโปรเจ็กเตอร์แบบ Bi-LED ปรับระดับลำแสงอัตโนมัติ มาพร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน ชุดไฟเลี้ยวที่มาอยู่กับไฟตัดหมอกบริเวณกันชนหน้า ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ต ทูโทน ไฟท้าย LED แม้ดีไซน์จะคล้ายเดิม แต่ความยาวของแนวไฟที่เคยทอดไปถึงกันชนท้ายสั้นลง

ภายในจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 8 นิ้ว ปรับเปลี่ยนได้ 3 รูปแบบ ตำแหน่งวัดรอบ เข็มไมล์ บอกระดับน้ำมัน และวัดความร้อน ระบบความบันเทิง หน้าจอระบบสัมผัส 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน และแอพพลิเคชั่น M-Connect

ประตูท้ายเปิดปิดด้วยไฟฟ้า มาพร้อมระบบแฮนด์ฟรี ด้วยการเตะเท้าเข้าไปใต้กันชน

อัดแน่นเทคโนโลยีอันทันสมัยขนาดนี้มาในค่าตัว 1.599 ล้านบาท แต่ถ้าคิดว่าไม่ได้ใช้งานมากมายขนาดนี้ ยังมีตัวเริ่มต้น ราคา 1.299 ล้านบาท และตัวรองท็อป 1.469 ล้านบาท ไว้เป็นตัวเลือก

โดยกิตติพงศ์ ศรีเจริญ

บทความก่อนหน้านี้‘โตโยต้า กาซูฯ’สนาม3แข่งรถทางเรียบสุดมัน
บทความถัดไปเปิดมุมมอง‘ภาครัฐ-เอกชน’หนี้ครัวเรือนไทยแตะ13ล้านล.