MG HS เอสยูวีตัวกลั่น พลังเทอร์โบ-เทคโนโลยีแน่น

MG HS เอสยูวีตัวกลั่น พลังเทอร์โบ-เทคโนโลยีแน่น

MG HS เอสยูวีตัวกลั่น พลังเทอร์โบ-เทคโนโลยีแน่น – หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดเอสยูวีขนาดเล็ก ด้วยรุ่น ‘ZS’ ที่มีทั้งเครื่องยนต์ธรรมดา และไฟฟ้า 100% หรือ ‘EV’ มาวันนี้ค่าย ‘เอ็มจี’ ขอต่อยอดด้วยเอสยูวีรุ่นกลาง ‘HS’

โดดเด่นด้วยเส้นสายตัวถังแบบ British Shoulder Line ที่เน้นเรื่องความโค้งมนของตัว รถ กระจังหน้าดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ MG มาพร้อมแนวคิด ‘Stella Magnetic Field’ ได้แรงบันดาลใจมาจากกลุ่มดาวบนท้องฟ้า

ไฟหน้าแบบแอลอีดี โปรเจ็กเตอร์ ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights)

ไฟท้ายแบบ Space Light Field ไฟเลี้ยวทั้งด้านหน้าและหลังที่แสดงผลไล่ระดับแบบ Sequential เพิ่มความหรูหรายิ่งขึ้น

ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

ฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้า (Electric Liftgate) ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน

ห้องโดยสารสีสันงดงามเน้นโทนแดงตัดกับสีดำ (รุ่นท็อป) ให้ความเป็นสปอร์ตมากขึ้น

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน หน้าจอแสดงผลที่มาตรวัดแบบ Interactive Multi-Function Display ขนาด 7 นิ้ว แสดงข้อมูลทั้งเรื่องการขับขี่ ระบบความปลอดภัย ระบบความบันเทิง และระบบนำทาง

ตรงกลางเป็นหน้าจอหลักแบบ Smart Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว พร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ ‘i-SMART’ เอกสิทธิ์เฉพาะของเอ็มจี ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถสื่อสารกันได้เพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะเป็น Smart Command ระบบสั่งการที่สามารถสั่งการได้ด้วยเสียงภาษาไทย ที่มีฟังก์ชันการ สั่งการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการโทร.ออก สั่งการควบคุมระบบเครื่องเสียง ระบบปรับอากาศ ระบบเปิด-ปิดหน้าต่างฝั่งคนขับ และระบบเปิด-ปิดหลังคาซันรูฟ

รวมถึงค้นหาจุดที่น่าสนใจ ผ่าน Navigator

นอกจากนี้ยังสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอ ทัชสกรีนภายในรถ หรือเลือกสั่งการผ่าน MG Mobile Application บนสมาร์ตโฟน Smart Connect ที่ค้นหา เพลงฮิต เพลงดังผ่าน Online Music และค้นหาร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวและโรงแรม แสดงผลการจราจร รวมถึงอัพเดตข่าวสารในปัจจุบันบนหน้าจอ ในรถ

และ Smart Check ที่สามารถตรวจสอบสถานะ และตรวจเช็กรถได้อย่างง่ายดาย ตลอดจนการสั่งการล็อกหรือปลดล็อกประตูรถ ตรวจสอบตำแหน่งรถ แจ้งเตือนเมื่อพบสิ่งผิดปกติ และช่วยค้นหาศูนย์บริการ รวมถึงการบันทึกการดูแลรักษารถตามระยะ

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone และ ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ตสีดำสลับแดงที่มีส่วนหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara (เฉพาะรุ่น X) ในขณะที่เบาะหลังนั่งสบายปรับพับได้ แบบ 60:40 พร้อมพนักพิงปรับองศาได้และที่วางแขน ขนาดใหญ่

ไฟในห้องโดยสารแบบ Interactive Ambient Light ที่มีแสงต้อนรับทันทีที่เปิดประตู สามารถปรับโทนแสงภายในห้องโดยสารได้มากถึง 64 เฉดสี รวมทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนแบบอัตโนมัติตามโหมดการขับขี่

หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) ขนาดใหญ่

เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร ระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) 7 สปีด ให้กำลังสูงสุดถึง 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 250 นิวตัน-เมตร

ปุ่มปรับโหมดการขับขี่ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ถึง 4 โหมด

Normal สำหรับการขับขี่แบบทั่วไป

Eco เพื่อการประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

Sport เพื่อเพิ่มความสนุกในการขับขี่

และ Custom เลือกรูปแบบการขับขี่ได้ตามต้องการ

มีปุ่ม ‘Super Sport’ บนพวงมาลัยที่ช่วยเร่งพลังการขับขี่ให้แรงขึ้น

ระบบช่วงล่างด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังมัลติลิงก์

ความปลอดภัยและระบบป้องกันการชนมีให้ครบ เช่น ความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ 14 ระบบ อาทิ ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง ระบบลดความเสี่ยงที่จะทำให้รถพลิกคว่ำ ARP ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง

ติดตั้งถุงลมนิรภัย 6 จุด กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน เป็นต้น

มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย

รุ่น C ราคา 919,000 บาท

รุ่น D ราคา 1,019,000 บาท

และ รุ่น X ราคา 1,119,000 บาท

พิเศษ 1,000 คันแรก รับส่วนลดเงินสดหรือ วงเงินใช้สำหรับซื้อชุดอุปกรณ์ตกแต่งของเอ็มจี มูลค่า 34,000 บาท

บทความก่อนหน้านี้ปารีณา โต้ ปชป.-ภูมิใจไทย แบนสารเคมีอันตราย หาทางออกให้เกษตรกรหรือยัง ?
บทความถัดไปสกายเวลล์จากจีน-บุกไทย เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 4 รุ่นรวด