‘มิชลิน’เบื้องหลังความสำเร็จ ‘พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์’

‘มิชลิน’เบื้องหลังความสำเร็จ ‘พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์’  

‘มิชลิน’เบื้องหลังความสำเร็จ – ควันหลงการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก (Moto GP) รายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

‘มิชลิน’เบื้องหลังความสำเร็จ ‘พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์’ : รายงานพิเศษ

ปีนี้ ‘มิชลิน’ ยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นยางเพียงแบรนด์เดียวในการดูแล เพื่อมอบยางสมรรถนะสูงให้กับทีมแข่งทุกทีมที่เข้าแข่งขัน โดยนำข้อมูลที่ได้จากการแข่งขันเมื่อปีที่แล้ว ไปวิเคราะห์ แล้วพัฒนายางออกมาให้เหมาะสมกับพื้นสนาม และสภาพอากาศ

ทำให้ในการแข่งขันครั้งนี้มีความพร้อมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ส่งผลให้ ‘ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร’ รุกกี้ชาวฝรั่งเศส ทีมปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที สร้างสถิติสนามใหม่ กับเวลา 1 นาที 29.719 วินาที ทำลายสถิติ ‘มาร์ก มาร์เกวซ’ ทำไว้ในปีที่แล้วด้วยเวลา 1 นาที 30.088 วินาที

การแข่งขันแต่ละสนาม มิชลินจัดเตรียมยางล้อสำหรับใช้ในการแข่งขันจำนวนทั้งสิ้น 1,400 เส้น ขนส่งมากับตู้คอนเทนเนอร์ที่ควบคุมอุณหภูมิที่ 20 องศาเซลเซียส เพื่อคงไว้ซึ่งความสดใหม่ และประสิทธิภาพของยาง

‘มิชลิน’เบื้องหลังความสำเร็จ ‘พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์’ : รายงานพิเศษ

นักแข่งแต่ละคนจะได้ยางหน้า 10 เส้น ยางหลัง 13 เส้น นอกจากนี้มียางสำหรับพื้นเปียก ยางหน้า 5 เส้น ยางหลัง 6 เส้น ซึ่ง มิชลินมียางทุกแบบที่ใช้สำหรับการแข่งขันไว้รองรับ

โดยเฉพาะยางสลิกจะมีทั้ง ‘ซอฟต์ มีเดียม’ และ ‘ฮาร์ดคอมปาวด์’ รวมไปถึงยางสำหรับการแข่งขันในพื้นเปียกด้วย

การแข่งขันแต่ละครั้งยางที่ผ่านการใช้งานแล้ว จะถูกเก็บข้อมูลจากทีมงานจำนวน 20 คน แบ่งออกเป็นช่างถอดล้อ 11 คน วิศวกรที่จะเข้าไปประจำในแต่ละทีม เพื่อให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเลือกใช้ยาง 7 คน และอีก 2 คน เป็นผู้บริหารดูแลประสานงาน ทำให้มิชลินมีข้อมูลการใช้ยางของนักแข่งแต่ละคนอย่าง ครบถ้วน

การประมวลผลของทีมงานมิชลิน สามารถบอกได้ว่านักแข่งแต่ละคนขับขี่กันอย่างไร

สำหรับนักแข่งที่ใช้การขับขี่ที่รุนแรงมากที่สุด ต้องยกให้ ‘มาร์ก มาร์เกวซ’ และ ‘คาร์ล ครัตโลว์’

ส่วนที่ใช้ยางได้อย่างนุ่มนวล รักษาสภาพยางได้ดีได้แก่ ‘ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร’

นอกจากนี้ทีมงานมิชลินยังนำผลจากการแข่งขันนี้ส่งต่อไปยังแล็บพัฒนายางล้อ เพื่อผลิตยางรถจักรยานยนต์ที่มีประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสูง ให้เหมาะสมกับแต่ละภูมิประเทศ และลักษณะการใช้งานมากที่สุด

การแข่งขันรายการโมโต จีพี ในปีหน้า ที่ประเทศไทย จะจัดขึ้นในเดือนมี.ค. และแว่วว่าอาจจะเป็นการแข่งขันแบบ ‘ไนต์ เรซ’ หรือขี่กันในเวลากลางคืน ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละทีมต้องเตรียมตัว คิดวางแผนในการแข่งขัน

รวมถึง ‘มิชลิน’ ที่ต้องพัฒนายางล้อออกมาให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ แน่นอนว่าแตกต่างจากเดือนต.ค.อย่างมาก

ขณะที่ผลงานของนักแข่ง และยางชุดใหม่จะเป็นอย่างไร…โปรดรอติดตาม

กิตติพงศ์ ศรีเจริญ

บทความก่อนหน้านี้ลือ “อนาคตใหม่” งดออกเสียง พ.ร.ก.โอนกำลังพลฯ “ธนาธร” โร่โต้ข่าวสะพัด!
บทความถัดไปเตือนประชาชนระวังถูกหลอกลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยแอบอ้างชื่อผู้มีชื่อเสียง และ ก.ล.ต.