‘โคโรลล่า อัลติส’ VS ‘มาสด้า 3’ เทียบฟอร์ม 2 เก๋ง‘ซี-เซ็กเมนต์’

‘โคโรลล่า อัลติส’ VS ‘มาสด้า 3’ 

โคโรลล่า อัลติส’ VS ‘มาสด้า 3’ 

เทียบฟอร์ม เก๋งซีเซ็กเมนต์

คอลัมน์ ข่าวสดยานยนต์

โคโรลล่า อัลติส’ VS ‘มาสด้า 3’  ร้อนระอุในพลันที่ 2 เก๋ง จาก 2 ค่ายใหญ่ของไทยเปิดตัวรถรุ่นใหม่มาประชันกัน

นั่นคือโตโยต้า โคโรลล่า อัลติสและมาสด้า 3’ ซึ่งถือว่าโดดเด่นยิ่งในตลาดซีเซ็กเมนต์

ทั้งคู่ถือเป็นรถที่มีเอกลักษณ์ไปคนละแบบ

โคโรลล่า อัลติสถือว่าเป็นรถจากค่ายดังและขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งของไทย โดยเฉพาะในตลาดแท็กซี่ เรียกว่ารถแท็กซี่แทบจะร้อยละร้อยเป็นรุ่นนี้ทั้งสิ้น

ขณะเดียวกันเป็นรถครอบครัวที่ได้รับความนิยมในระดับหนึ่ง

ส่วนมาสด้า 3’ เป็นรถในกลุ่มที่คน ชื่นชอบระบบช่วงล่างและเครื่องยนต์แรงๆ แต่ประหยัดให้ความสนใจจำนวนมาก

ด้วยเพราะเปิดตัวรุ่นใหม่แบบโมเดล เชนจ์ออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน ลองมาดูว่าแต่ละรุ่นมีจุดเด่นอะไรบ้าง

ประเดิมจับคู่ปะทะด้วยรูปลักษณ์ภายนอกอัลติส ใหม่ใช้เทคโนโลยีจากสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ ‘TNGA’ (Toyota New Global Architecture) ซึ่งเป็นการออกแบบให้กับรถโตโยต้าในรุ่นหลังๆ

ด้านหน้าออกแบบใหม่หมดเป็นเอกลักษณ์ที่เห็นในรุ่นหลักๆ ของโตโยต้า

ไฟหน้า LED Projector พร้อมระบบเปิดปิดอัตโนมัติ และปรับระดับไฟหน้าสูงต่ำอัตโนมัติ พร้อมไฟส่องสว่างกลางวันแบบ LED Daytime Running Lights ต่ำลงมาเป็นไฟ ตัดหมอก

ไฟท้าย LED Rear Lamps

ทั้งไฟหน้าและไฟท้ายออกแบบให้เรียวเล็กลง ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว

ส่วนมาสด้า 3’ มีให้เลือกทั้งแบบ 4 และ 5 ประตู นำแนวคิด‘KODO’รุ่นใหม่มาใช้ กระจังด้านหน้าอยู่ในระดับที่ต่ำลง เพิ่มการไหลลื่นและความสวยงามให้กับสัดส่วนของรถมากขึ้น

รูปทรงของโคมไฟใหม่องค์ประกอบที่ไม่จำเป็นทั้งหมดถูกตัดออก เพื่อให้เหลือเพียงสาระสำคัญของโคมไฟเท่านั้น มีขนาดเรียวเล็กลง ระบบไฟหน้า โปรเจ๊กเตอร์ LED อัจฉริยะ ALH (Adaptive LED Headlamps) พัฒนาให้ลำแสงละเอียดยิ่งขึ้น

ไฟท้าย LED มีขนาดเรียวเล็กลง

ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

ภาพรวมภายนอกต้องถือว่าแล้วแต่ความชอบ มาสด้า 3 ได้ความโฉบเฉี่ยวและอารมณ์สปอร์ต

ขณะที่อัลติส ดูให้อารมณ์รถครอบครัวมากกว่า

ภายในมาสด้า 3’ เน้นความเรียบง่ายด้วยวัสดุเกรดพรีเมียมเน้นสีดำตัดด้วยสีโครเมียม

แผงคอนโซลหน้าหุ้มด้วยวัสดุอ่อนนุ่ม พวงมาลัย 3 ก้าน พร้อมระบบมัลติฟังก์ชัน แผงหน้าปัดและมาตรวัดดิจิตอลแบบ TFT LCD แยกเป็น 3 วงกลม ตรงกลางเป็นมาตรวัดความ เร็วขนาดใหญ่ มีหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้า

ตรงกลางติดตั้งหน้าจอสี Center Display แบบ Widescreen ขนาด 8.8 นิ้ว ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander บริเวณคอนโซลกลางใกล้เกียร์ เชื่อมต่อ Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay

ระบบเสียง ‘Bose’ รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง

เบาะนั่งดีไซน์ใหม่ เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมหน่วยความจำ 2 ตำแหน่ง

ระบบแอร์อัตโนมัติ

อัลติสเน้นโทนดำตัดด้วยสีเงินแซมในบางจุด และสีเปียโนแบล็ก

พวงมาลัยหนังสีดำทรงดูเรียบๆ พร้อมระบบมัลติฟังก์ชัน มาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีขนาด 7 นิ้ว มีหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้ารถ

หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วรองรับ Apple CarPlay พร้อมระบบนำทาง Navigator รองรับ T-CONNECT ลำโพง 6 จุด

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมกรองอากาศ

แป้นเกียร์ออกแบบให้จับกระชับมือ พร้อมปุ่มเปลี่ยนโหมดการขับขี่ ระบบ Auto Brake Hold ระบบหน่วงแรงเบรกอัตโนมัติ และ Electric Parking Brake ระบบเบรกมือไฟฟ้า

เครื่องยนต์มาสด้า 3’ มีเครื่องยนต์บล็อกเดียว DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว ความจุ 1,998 ซีซี ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด สกายแอ๊กทีฟ กำลัง สูงสุด 165 แรงม้า แรงบิด 213 นิวตันเมตร

มีระบบการควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง ‘G-Vectoring Control Plus’ (GVC Plus) ใช้เบรกเพื่อเพิ่มการควบคุมการหันเหของตัวรถ เป็นการเพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมรถ เมื่อผู้ขับขี่ขับรถออกจากโค้งโดยคืนพวงมาลัยกลับไปที่ตำแหน่งกึ่งกลาง

ช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังกึ่งอิสระทอร์ชั่นบีม

อัลติสมี 3 บล็อกทั้งขนาด 1.6 ลิตร กำลังสูงสุด 125 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 156 นิวตันเมตร

เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร กำลังสูงสุด 140 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 177 นิวตันเมตร

ทั้ง 2 รุ่นใช้ระบบเกียร์ SUPER CVT-i 7 สปีดพร้อม Sequential Shift

และรุ่นท็อป 1.8 ลิตร ไฮบริด เกียร์ E-CVT ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 กำลังสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิด 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบต่อนาที

มอเตอร์ไฟฟ้า 53 กิโลวัตต์ ทั้ง 2 ระบบร่วมกันให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า

ระบบรองรับด้านหน้า อิสระแม็กเฟอร์สัน สตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังอิสระแบบปีกนกคู่ พร้อมเหล็กกันโคลง

ดิสก์เบรก 4 ล้อ

ขณะที่เทคโนโลยีความสะดวกสบายและความปลอดภัย

อัลติสมีครบ ทั้งกล้องมองภาพขณะถอยหลัง ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน

ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง สัญญาณเตือนกะระยะท้ายรถ ระบบแจ้งเตือนเมื่อลมยางผิดปกติ

ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ระบบควบคุมการทรงตัวระบบป้องกันล้อล็อก ระบบกระจายแรงเบรก ระบบเสริมแรงเบรก

ถุงลมเสริมความปลอดภัยระบบ SRS 7 ตำแหน่ง

ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ DRCC ซึ่งจะปรับความเร็วรถตามคันหน้ากระทั่งหยุดนิ่ง และออกตัวเองเมื่อรถคันหน้าขยับออกไป

ระบบความปลอดภัยก่อนการชน ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ กลางเลน

มาสด้า 3’ ใช้มาตรฐานความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี ‘i-ACTIV SENSE’ เช่น ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมบริเวณหัวเข่าด้านคนขับ รวม 7 ตำแหน่ง

‘โคโรลล่า อัลติส’ VS ‘มาสด้า 3’

ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ, ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า, ระบบช่วยหยุดรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง, ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง

ระบบช่วยเบรกและหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง, ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน ฯลฯ

ส่วนราคามาสด้า 3 ถือว่าแรงกว่าพอสมควรเมื่อเทียบรุ่นต่อรุ่น ทั้งรุ่น 4 และ 5 ประตู เริ่มต้น 969,000-1,198,000 บาท

ด้านอัลติสเริ่มต้น 829,000-1,099,000 บาท

บทความก่อนหน้านี้7 ชั่วโมงเรียนดี
บทความถัดไป‘ขับขี่ปลอดภัย ใส่หมวกนิรภัย’ กิจกรรม‘สยามมิชลิน’สู่ปีที่ 26