ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูคาทิสติ จำกัด ผู้ผลิต และจำหน่ายรถบิ๊กไบค์ระดับพรีเมี่ยม “ดูคาติ” เปิดเผยว่า ยอดขายของดูคาติในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ค่อนข้างหดตัวซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วโลก ซึ่งถือเป็นธรรมชาติของสินค้าระดับพรีเมี่ยม ที่เมื่อมียอดขายสูงมากจะชะลอตัวระยะหนึ่ง แล้วกลับมามียอดขายที่สูงขึ้นกว่าเดิม หรือที่เรียกว่าทฤษฐีสปริงบอร์ด เนื่องจากเมื่อมีลูกค้าใหม่เข้ามามาก ทำให้แฟนพันธุ์แท้มองว่าแบรนด์เริ่มไม่อยู่ในระดับพรีเมี่ยม ต่อเมื่อรู้สึกว่ากลับมาเป็นแบรนด์พรีเมี่ยมอีกครั้ง ลูกค้ากลุ่มนี้ก็จะกลับมาซื้อใช้งานเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม ดีเอ็นเอ ของดูคาติ ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ผลิตคันแรกเมื่อกว่า 91 ปีที่แล้ว คือความเป็นรถสปอร์ต ที่ให้ทั้งความแรง น้ำหนักเบา ทำให้มีความคล่องตัว และมีเสียงที่เร้าใจ ที่อยู่ในดูคาติทุกตระกูล ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเน็กเก็ต ไบค์ กลุ่มทัวร์ริ่ง กลุ่มครุยเซอร์ เป็นต้น ทำให้ลูกค้าที่เคยใช้งานแล้ว จะกลับมาซื้อซ้ำอีก

สำหรับแผนการตลาดครึ่งปีหลังของปีนี้ เน้นกลยุทธ์การนำเสนอรถรุ่นใหม่ ออกมาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ล่าสุดเปิดตัว ดูคาติ SuperSport ที่มาภายใต้แนวคิดที่ว่า ทุกๆ วัน เป็นวันพิเศษ และเหนือกว่าธรรมดาได้ – Everyday Extraordinary ดีไซน์สปอร์ตร้อนแรง แต่สามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน ท่านั่งที่ผ่อนคลาย ไม่ต้องก้มมากจนเกินไป เครื่องยนต์ขนาด 937 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 113 แรงม้า ระบบเกียร์แบบเดียวกับที่ใช้ในรถแข่ง MotoGP เพิ่มความสนุกเร้าใจยิ่งขึ้น มีให้เลือก 3 รุ่น SuperSport ราคา 559,000 บาท SuperSport S สีแดง ราคา 699,000 บาท และ SuperSport S สีขาว ราคา 709,000 บาท

ด้านกิจกรรมการตลาด ให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ พร้อมทั้งเข้าไปใกล้ชิดลูกค้ามากยิ่งขึ้น ทั้งการจัดโรดโชว์ เพิ่มความถี่ในการให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้เห็นรถ และแบรนด์ดูคาติ ขณะที่ลูกค้าปัจจุบัน จัด‘โมบิลิตี้ เซอร์วิส’ หากลูกค้ารวมกลุ่มกันได้พอสมควรสามารถให้ทีมช่างของดูคาติ ไปให้บริการตรวจเช็ครถได้ถึงสถานที่ อาทิ ร้านกาแฟ ในคอมมูนิตี้ มอลล์ โดยจะจัดรถรุ่นต่างๆ ไปให้ลูกค้าได้ทดลองขับระหว่างรอการให้บริการด้วย ซึ่งช่วยสร้างยอดขายได้อย่างน่าพอใจ

นอกจากนี้ในส่วนของบริการหลังการขาย บริษัทปรับโครงสร้างราคาอะไหล่ และบริการทั้งหมด ทำให้ราคาถูกลงกว่าเดิมเฉลี่ย 42% ส่งผลให้ลูกค้านำรถเข้ามาซ่อมบำรุงที่ดีลเลอร์ดูคาติ ซึ่งมีอยู่ 13 แห่ง และจะเปิดเพิ่มอีก 2 แห่ง ที่จ.ลพบุรี และจ.พิษณุโลก ภายในสิ้นปีนี้ เพิ่มขึ้นกว่า 30% นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน