เปิดตัวเป็นแพ็คคู่ตามสไตล์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่อวดโฉมน้องเล็กทั้งเก๋ง‘เอ-คลาส’ และเอสยูวี‘จีแอลเอ’ โดยเอ-คลาส มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ‘A 200 Progressive’ และ‘A 200 AMG Dynamic’ แตกต่างกันที่ชุดแต่งและอุปกรณ์เสริมต่างๆ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

มาเริ่มกันที่เก๋งเล็กดีไซน์ภายนอกเน้นความเรียบง่ายและให้ความสำคัญกับผิวสัมผัส ด้านหน้าของตัวรถดูมีความล้ำสมัยสอดรับกับช่วงกระโปรงหน้าที่ลาดตัวต่ำและทอดตัวยาว กระจังหน้าแบบ diamond radiator grille ประกอบด้วยเส้นเดี่ยวแนวนอน พร้อมตราสัญลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์

A 200 AMG Dynamic

โคมไฟหน้าแบบ LED High Performance ที่มีความเพรียวบาง และกรอบโครเมียมที่ทำงานร่วมกับไฟส่องสว่างขณะขับขี่ตอนกลางวันแบบ LED ที่มีลักษณะคล้ายคบเพลิง ด้านกว้างของตัวรถถูกออกแบบมาให้ดูทรงพลังและเร้าอารมณ์ สอดรับกับเส้นสายด้านข้างที่ทอดตัวอยู่บริเวณช่วงล่างของตัวถัง ช่วยให้ตัวรถดูกว้าง กระจกมองข้างนั้นอยู่ในระนาบเดียวกับขอบล่างของกระจกห้องโดยสารพอดี ล้อขนาด 18 นิ้ว แบบ 5 ก้านคู่

ห้องโดยสารดูทันสมัยและกว้างขวางพวงมาลัยตกแต่งแบบสปอร์ตท้ายตัดหุ้มด้วยหนังชนิด nappa พร้อมระบบควบคุมหน้าจอบนพวงมาลัยแบบ Touch control หน้าปัดล้ำสมัยออกแบบทรงปีกนกที่ทอดยาวตั้งแต่ประตูหน้า ผ่านคอนโซลกลาง เชื่อมไปจนถึงด้านบนของแผงหน้าปัดฝั่งผู้ขับขี่ที่มาพร้อมกับหน้าจอ Widescreen ขนาด 10.25 นิ้วต่อกัน 2 หน้าจอ เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

A 200 AMG Dynamic

หน้าจอทั้งสองจะอยู่ติดกันและมีลักษณะลอยตัวแบ่งการแสดงผลเป็น 2 ส่วน คือแผงหน้าปัดสำหรับแสดงมาตรวัดต่างๆ ซึ่งเป็นหน้าจอแบบ Widescreen ขนาดใหญ่ด้วยอัตราส่วนหน้าจอแบบ 16:9 เพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจน

อีกส่วนหนึ่งจะเป็นหน้าจออินโฟเทนเมนต์พร้อมระบบปฏิบัติการหน้าจอแบบ MBUX ที่ใช้ระบบสัมผัส (Touchscreen) โดยผู้ขับขี่สามารถควบคุมและออกคำสั่งได้ด้วยการสัมผัสที่หน้าจอ หรือใช้ Touchpad ห้องโดยสารยังมีระบบไฟส่องสว่างแบบ Ambient Light ให้เลือกถึง 64 สี ช่วยขับเน้นเอกลักษณ์ความสปอร์ตโดดเด่นยิ่งขึ้น

A 200 Progressive

เบาะที่นั่งเพิ่มความกระชับในการขับขี่ด้วยเบาะที่นั่งแบบ sport seat หุ้มด้วยหนัง ARTICO / DINAMICA microfibre เข็มขัดนิรภัยตกแต่งด้วยสีแดง และมาพร้อมหน่วยบันทึกความจำ เบาะด้านหลังยังสามารถพับได้แบบ 40:20:40

ขุมพลังเบนซิน 4 สูบเทอร์โบ ความจุ 1,332 ซีซี กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมจาก 0-100 กิโลเมตรในเวลาเพียง 8.1 วินาที ทว่ามีอัตราการปล่อยไอเสียต่ำเพียง 119-124 กรัม/กม. และยังมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยมเฉลี่ยเพียง 5.2 ลิตร/100 กม.

เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยของ Mercedes-Benz A-Class มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีในรถยนต์รุ่นก่อนหน้ามากมาย เช่น ระบบช่วยหยุดรถ (Active Brake Assist) และระบบช่วยจอดพร้อมกล้องหลัง (Parking package with reversing camera) ที่จะช่วยให้การถอยจอดง่ายขึ้นอีกด้วย

A 200 Progressive

นอกจากนั้นยังมีเทคโนโลยีที่เป็นไฮไลท์ของรถยนต์รุ่นใหม่นี้คือบริการ Mercedes me connect ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ

A 200 Progressive ราคา 1,990,000 บาท และ A 200 AMG Dynamic ราคา 2,150,000 บาท

GLA 200 AMG Dynamic

ด้านGLA 200 AMG Dynamic คอมแพ็คเอสยูวีเจเนอเรชั่นที่ 2 ดีไซน์ภายนอกตัวถังสั้นลงเล็กน้อยดูคอมแพ็คมากขึ้นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง วามสูงของตัวถังที่เพิ่มขึ้นเป็น 1,605 มิลลิเมตร ทำให้ตัวรถในภาพรวมดูมีรูปทรงที่สูงขึ้น ส่งผลให้ห้องโดยสารแถวหน้ามีพื้นที่เหนือศีรษะมากขึ้น ในขณะที่ห้องโดยสารแถวหลังก็มีพื้นที่วางขาที่กว้างขึ้น

กระจังหน้าและไฟหน้าดูโดดเด่น ขณะที่ส่วนด้านท้ายดูกว้างขึ้น ไฟท้ายถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนในแต่ละฝั่ง โดยปรับตำแหน่งของทับทิมสะท้อนแสงมาไว้ที่บริเวณกันชนท้าย ส่งผลให้ประตูด้านหลังสามารถเปิดได้กว้างขึ้นกว่าเดิมและจัดเก็บสัมภาระได้ง่ายขึ้น

GLA 200 AMG Dynamic

ห้องโดยสารให้ความรู้สึกสปอร์ต โมเดิร์น ด้วยชุดตกแต่งภายในแบบ AMG Interior package หน้าจอ Widescreen ขนาด 10.25 นิ้วต่อกัน 2 หน้าจอ ช่องลมของเครื่องปรับอากาศนั้นได้รับการออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจมาจากใบพัดของเครื่องบินเจ็ต (turbine)

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันที่ตกแต่งแบบสปอร์ตหุ้มด้วยหนัง nappa รวมไปถึงระบบไฟส่องสว่างแบบ Ambient Light ในห้องโดยสารที่มีให้เลือกถึง 64 สี ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ไม่ต่างจาก‘A 200 AMG Dynamic’ เครื่องยนต์บล็อกเดียวกัน เทคโนโลยีการขับขี่และระบบความปลอดภัยต่างๆ มาครบไม่แพ้รุ่นใหญ่

GLA 200 AMG Dynamic ราคา 2,399,000 บาท

GLA 200 AMG Dynamic

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน