‘ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์’ชูวิสัยทัศน์ ลูกค้ามาสด้าต้องพึงพอใจสูงสุด

19 เม.ย. 2565 - 13:46 น.

แม้ในปี 2564 ที่ผ่านมา จะเป็นปีที่ยากลำบากของวงการยานยนต์อีกหนึ่งปี เพราะมีอุปสรรคนานัปการ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ค่ายซูม ซูม มาสด้า ท้อถอยหรือหวั่นไหว

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ล่าสุดในงานแถลงข่าวประจำปี ผู้บริหารหนุ่ม ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงแนวทางการดำเนินงานของมาสด้า ประเทศไทย

กลยุทธ์ของมาสด้าในปีนี้
ยังคงเดินหน้าเต็มรูปแบบผ่านโมเดลธุรกิจที่เรียกว่า “Retention Business Model” โดยให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าแบรนด์ และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าในระยะยาว ซึ่งโมเดลธุรกิจใหม่นี้จะเป็นแกนหลักสำคัญที่จะถูกส่งต่อเพื่อกำหนดเป็นกลยุทธ์การทำงานในทุกๆ ส่วน

เริ่มจากการยกระดับคุณค่าแบรนด์ พร้อมทั้งสร้างความผูกพันกับลูกค้า ด้วยการมอบประสบการณ์และความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าตั้งแต่ก่อนตัดสินใจซื้อ ระหว่างซื้อ บริการหลังการขาย ไปจนถึงการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าไปตลอดอายุการใช้งาน ด้วยการขยายศูนย์ซ่อมตัวถังและสี การขยายไลน์ธุรกิจรถมือสอง MAZDA CPO การขยายศูนย์บริการตรวจเช็กระยะแบบเร่งด่วนภายใน 30 นาที หรือ Mazda Fast Service เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการเข้ารับบริการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น รวมถึงให้บริการได้ครบวงจร

การขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น การทำการตลาดดิจิทัล ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งจะสามารถทำแคมเปญโปรโมชั่นเข้าถึงลูกค้าแต่ละกลุ่มได้มากยิ่งขึ้น และการมุ่งมั่นสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงความเหมาะสมในแต่ละตลาด ตลอดจนสถานการณ์ด้านพลังงานของแต่ละภูมิภาค

แผนการขยายตลาดรถมือสอง
MAZDA CPO (Certified Pre-Owned) เริ่มดำเนินการแล้วในกทม.และหัวเมือง โดยมีทั้งหมด 3 แพลตฟอร์ม อยู่ในโชว์รูมมาสด้า อยู่ในศูนย์ซ่อมตัวถังและสี และสร้างขึ้นใหม่แยกต่างหาก หรือที่เรียกว่าสแตนด์อโลน จุดเด่นของ MAZDA CPO คือ ต้องเป็นรถที่อายุไม่เกิน 5 ปี หรือเลขไมล์ไม่เกิน 120,000 ก.ม. ไม่มีประวัติชนหนัก จมน้ำ หรือไฟไหม้ เข้าเช็กระยะอย่างต่อเนื่องที่ศูนย์บริการมาตรฐาน ผ่านการตรวจสอบสภาพรถ 119 จุด เครื่องยนต์สมบูรณ์ เลขไมล์แท้ พร้อมใช้งาน และรับฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance ปัจจุบันเปิดดำเนินการแล้ว 9 แห่ง ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ปีนี้ตั้งเป้าขยายเพิ่ม 18 แห่ง และเพิ่มขึ้นเป็น 38 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาคภายในปี 2568

ภาพรวมตลาดรถยนต์ในปีนี้
สถานการณ์ในปีนี้แม้ว่าจะยังมองไม่เห็นปัจจัยบวกที่ชัดเจน อีกทั้งยังมีปัจจัยลบที่อยู่นอกเหนือการควบคุมรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดในยุโรป ภาวะเงินเฟ้อ ค่าเงินบาทที่มีความผันผวน ความหวาดหวั่นต่อการกลายพันธุ์ของโรคโควิด-19 ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ระบบขนส่งโลจิสติกส์ และการขาดแคลนชิ้นส่วนเพื่อผลิตรถยนต์

แต่เชื่อว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว การที่ประชาชนได้รับวัคซีน เป้าหมายการปรับเป็นโรคประจำถิ่น การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ และมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ ล้วนแล้วจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นกลับมาได้เร็วขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เติบโตหวือหวามากนัก แต่เชื่อว่าจะดีกว่าปีผ่านมา

คาดว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ในปีงบประมาณนี้จะมียอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ 820,000-850,000 คัน และมาสด้าตั้งเป้ายอดขายไว้ที่มากกว่า 40,000 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 15%

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












seagame

ภาพที่



อัลบั้มภาพ ‘ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์’ชูวิสัยทัศน์ ลูกค้ามาสด้าต้องพึงพอใจสูงสุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง