กลายเป็นรถขวัญใจมหาชน อีก 1 รุ่น ของค่ายพี่ใหญ่โตโยต้า พลันที่เปิดตัว โตโยต้า ยาริส ครอส รถครอสโอเวอร์ สไตล์ SUV ไซต์เล็ก เทคโนโลยีไฮบริด เมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว
ช่วงก่อนหยุดยาวปีใหม่ โทรฯ เข้าไปหาผู้บริหารสาวอารมณ์ดี ‘แขไข’ สุชญา เชียรแกล้วกล้า รองผู้อำนวยการสาวฝ่ายบริหารการตลาด และประชาสัมพันธ์ หมาดๆ ได้รับคำตอบให้เข้าไปรับรถได้ในทันที

เป็นตัวท็อป รุ่น HEV PREMIUM LUXURY เคื่องยนต์ 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุดที่ 111 แรงม้า ไว้ให้ทดสอบ เข้าไปรับรถที่โตโยต้า อะไลฟ์ บางนา กม.3 การจราจรหนาแน่นติดขัดสลับหยุดนิ่ง ช่วงแรกเลือกใช้โหมดนอร์มอล จังหวะออกตัวไม่มีอาการอืดให้ได้รู้สึก แถมเสียงเงียบกริบเพราะส่งกำลังมาจากมอเตอร์
แต่เมื่อกดคันเร่ง เพื่อเติมกำลัง เสียงจากเครื่องยนต์ ที่มาทำหน้าที่ไปปั่นไฟ ทั้งส่งตรงไปที่มอเตอร์ และเก็บไว้ในแบตเตอรี่ แทรกเข้ามาในห้องโดยสารค่อนข้างชัด ใครที่ไม่ได้ขับรถเสียงเครื่องยนต์ดังๆ อาจจะไม่คุ้น ส่วนสายซิ่งน่าจะถูกใจสิ่งนี้
ระหว่างรถติด ไม่มีเหงา เพราะเชื่อมต่อได้ทั้ง แอปเปิล คาร์เพลย์ และแอนดรอยด์ ออโต เปิดดูระบบนำทางขึ้นจอใหญ่ ไม่ต้องเพ่งบนมือถือ หรือจะฟังเพลงผ่านบลูทูธก็ได้สบายๆ ปรับแต่งฟังก์ชั่นให้ตรงความต้องการ อาทิ เสียงไฟเลี้ยว ระบบล็อกประตู เลือกแบบความเร็ว 20 กม. แล้วล็อก หรือเปลี่ยนเกียร์แล้วล็อก ก็ทำได้

ขับไปได้ประมาณ 100 กม. ลองเปลี่ยนไปใช้โหมดประหยัด กดปุ่มโหมดการขับขี่ ที่อยู่บนพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น กดสั้นโหมดเพาเวอร์ กดยาวโหมดประหยัด เพราะส่วนใหญ่เข้าไปติดขัดอยู่ในเมือง เดี่ยวเร่ง เดี่ยวเบรก สลับกันไป ถือว่าเหมาะมาก แต่หากต้องการใช้ความเร็ว กำลังที่เรียกมาถูกหน่วงอยู่พอประมาณ และเครื่องยนต์ติดขึ้นมาเร็ว เพราะต้องใช้ไฟฟ้ามาก วิ่งไปได้สัก 100 กม. สลับกลับไปใช้โหมดนอร์มอล
ก่อนหมดน้ำมันถังแรก มีได้ออกนอกเมืองบ้าง แต่ก็ทำความเร็วไม่ได้มากนัก สุดท้ายวิ่งไปได้ 616.3 กม. อัตราสิ้นเปลืองที่หน้าจอแสดงไว้ 21.9 กม.ต่อลิตร เติมน้ำมันกลับเต็มถัง เตรียมเดินทางไกลไปจ.เชียงใหม่ เย็นวันสุดท้ายของปี ที่ ถ.สายเอเชียโล่งเหลือเกิน
อดใจไม่ไหว เลือกโหมดเพาเวอร์ รู้สึกได้ทันทีว่ากำลังที่เรียกมาใช้งานกระชับฉับไว ดุดันพร้อมจะพุ่งไปข้างหน้าแบบไม่ย่อ ไม่มีท้อ ทำให้ต้องใช้งานเบรกบ่อย ลองอยู่ได้ประมาณ 50 กม. กลับไปใช้โหมดนอร์มอลน่าจะตรงจริตมากกว่า

ขับทางไกลช่วงกลางคืน เปิดม่านหลังคาพาโนรามิค รูฟ ให้ผู้โดยสารชมท้องฟ้า และดวงดาว สร้างความเพลิดเพลินได้ไม่น้อย ถึงอ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง สัญญาณเตือนน้ำมันดังขึ้น ทำระยะทางไป 626.7 กม. อัตราสิ้นเปลือง 22.4 กม. ต่อลิตร
เติมเต็มขับต่อไปจ.เชียงใหม่ ช่วงดอยขุนตาลแม้เป็นทางขึ้นเขา แต่ด้วยถนน 2 เลน บ้าง 3 เลนบ้าง ทำให้ได้ใช้จังหวะเร่งแซงอยู่บ้าง กำลังที่เรียกมาใช้งานแบบปัจจุบันทันด่วน เจ้าโตโยต้า ยาริส ครอส ทำได้ไม่มีอืด ไม่มีตี้อ ไหลลื่นต่อเนื่อง แซงได้อย่างไม่น่าเกลียด หรือต้องลุ้นให้เหนื่อยใจ
พวงมาลัยเบาแต่คม ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถ ช่วงล่างมีตึงตังบ้าง บนทางไม่เรียบ แต่ไม่ถึงกับหัวสั่นหัวคลอน ตามบุคลิครถครอสโอเวอร์ ที่จะมานุ่มนิ่มคงเป็นไปไม่ได้

ขากลับทางลงเขา เลือกใช้เกียร์ B เพื่อใช้ เอ็นจิ้น เบรก มาช่วยให้ตัวรถไม่พุ่งลงเร็ว ไม่ว่าจะโค้ง หรือทางลาดชัน แทบไม่ต้องแตะเบรก ลดภาระการใช้เบรก เพราะการเบรกบนทางลาดบ่อยๆ เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการเบรกแตก อีกทั้งยังทำให้ได้กำลังไฟปั่นกลับไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ได้มากขึ้นอีกด้วย
เลือกกลับเข้ากรุงเทพฯ เส้นจ.พิษณุโลก วิ่งเข้าจ.ลพบุรี ถึงได้ยินเสียงเตือนน้ำมันใกล้หมด ดูระยะทางทำไว้ที่ 593.7 กม. อัตราสิ้นเปลือง 21.3 กม.ต่อลิตร ถือว่าประหยัดได้ใจเลยทีเดียว
โตโยต้า ยาริส ครอส ค่าตัวรุ่นท็อปที่นำมาทดสอบนี้อยู่ที่ 899,000 บาท และยังมีรุ่นรองท็อป ราคา 849,000 บาท ส่วนรุ่นเริ่มต้น 789,000 บาท
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ…เรื่อง