ถือเป็นค่ายรถที่สร้างกระแสให้รถอีวีในบ้านเราจุดติดค่ายหนึ่ง หลังจากที่ “เนต้า” ตัดสินใจนำ เนต้า วี (NETA V) เข้ามาทำตลาดบ้านเรา เป็นแบรนด์แรกๆ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
แต่ล่าสุดได้เปิดตัว เนต้า วี-ทู (NETA V-II) หรือก็คือเนต้า วี ไมเนอร์เชนจ์ นั่นเอง นอกจากหน้าตาที่ปรับเปลี่ยนให้ไฉไลมากขึ้นแล้ว ยังมีความพิเศษ ตรงเป็นรถที่ประกอบในประเทศไทย ส่งผลให้ทำราคาได้ค่อนข้างน่าสนใจ

และเพื่อพิสูจน์สมรรถนะ ว่ามีการปรับเปลี่ยนอะไรกันไปบ้าง ธิราภร ย้อยแสง ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ เนต้า ออโต้ ไทยแลนด์ จัดให้มีการทดสอบเล็กๆ กันที่ศูนย์ทดสอบยานยนต์ และยางล้อแห่งชาติ จ.ฉะเชิงเทรา
เน้นในเรื่องของระบบความปลอดภัย ที่คราวนี้ใส่มาแบบจัดเต็ม ADAS Level 2 กับตัวท็อป รุ่น SMART ซึ่งมีค่าตัว 569,000 บาท แต่หากมองว่าไม่จำเป็น มีรุ่น LITE ประหยัดไปได้ 20,000 บาท เพราะราคาอยู่ที่ 549,000 บาท เท่ากับเจ้าเนต้า วี รุ่นก่อน

ก่อนทดสอบพาดูรอบคันเสียหน่อย ไฟหน้ากลมโต LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ Starlight Grille ตกแต่งเส้นคาดโครเมียม ให้ความรู้สึกหรูหราขึ้นมาทันตา
รูปร่างโดยรวมยังเหมือนเดิม สไตล์ฟาสต์แบ๊ก (FASTBACK) เติมอารมณ์สปอร์ต ด้านท้ายปรับใหม่ค่อนข้างชัดเจน ทั้งยกตำแหน่งท้ายให้สูงขึ้น รวมถึงไฟท้าย LED แนวนอนพาดยาวซ้ายจรดขวา ที่สำคัญรุ่นใหม่นี้มีที่ปัดน้ำฝนหลังติดตั้ง มาให้พร้อม
ภายในยังคงเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือที่นั่งคู่หน้าปรับได้ 6 ทิศทาง เพิ่มการปรับสูง-ต่ำ เข้ามาให้ และที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย รองรับแอปเปิ้ล คาร์เพลย์ หน้าจอกลางขนาด 14.6 นิ้วแนวตั้ง ขนาดใหญ่ มองง่ายอ่านค่าได้ชัดเจน

มีระบบจ่ายกระแสไฟ V2L ให้กำลังสูงสุด 3,300 วัตต์ สายแคมปิ้งถูกใจสิ่งนี้ เพราะไม่ว่าจะชาบู ปิ้งย่าง หรือชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้า ทำได้อย่างสบายใจ
เริ่มสถานีแรก ทดสอบพละกำลัง และความคล่องตัว จังหวะออกตัวด้วยความที่ไม่ต้องรอรอบ กดไปเท่าไหร่ความเร็วมาเท่านั้น จากมอเตอร์ที่ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 150 นิวตัน-เมตร
ในสเป๊กแจ้งไว้ว่า ชาร์จเต็ม 100% วิ่งได้ระยะทาง 382 ก.ม. และมีระบบชาร์จเร็ว จาก 30-80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ส่วนการใช้งานจริง ต้องดูปัจจัย รอบข้างประกอบด้วย

ช่วงล่างรู้สึกถึงความกระชับมากขึ้น กับการทดสอบทำความเร็วบนทางยาว พวงมาลัยแม้จะเบา แต่ค่อนข้างคม เพิ่มความมั่นใจในการควบคุม โดยเฉพาะการเข้าโค้งบนความเร็วสูง ไม่มีอาการหวิวให้ได้รู้สึก
ต่อกันที่สถานีทดสอบระบบความปลอดภัย ADAS Level 2 ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน ขับตามคันหน้าได้โดยไม่ต้องแตะคันเร่ง เมื่อคันหน้าเบรกรถก็จะเบรกตาม และพร้อมเคลื่อนตัว เมื่อรถคันหน้าขับต่อไป
ระบบช่วยเบรก เมื่อมีความเสี่ยง ระบบทำงานได้ระดับที่ว่า แม้คันหน้าจะเปลี่ยนเลนกะทันหัน แล้วเจอรถอีกคันขวางหน้าอยู่ ก็สามารถเบรกได้อย่างนุ่มนวล

นอกจากนี้ ยังมีระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน ระบบรักษาตัวรถให้อยู่ในเลน ระบบควบคุมความเร็วเมื่อความเร็วต่ำ ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ
เรต้า วี-ทู มีสีให้เลือกมาตรฐาน 4 สี สีขาว White Storm สีเทา Midnight Gray สีชมพู Sakura Pink และสีเขียว Moonlight Green ขณะที่อีก 2 สี สีฟ้าอ่อน Baby Blue และสีชานม Milk Tea ที่มีเฉพาะรุ่นสมาร์ต
เห็นสเป๊ก สมรรถนะ และราคาแล้ว นักเลงรถหัวใจสีเขียว หลายคนอาจอยากเป็นเจ้าของ แวะไปทดลองขับกันได้ที่โชว์รูม เนต้า ทั่วประเทศ
แต่ถ้าคิดว่าตัวเองมีดวงในเรื่องชิงโชคแล้ว ต้องไม่พลาดร่วมสนุกกับกิจกรรม “ยิ่งเชียร์ ยิ่งสนุก ตัดคูปอง ลุ้นโชคคูณสอง” ด้วยการตัดคูปองในหนังสือพิมพ์ข่าวสด มติชน และนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ ระบุคำตอบว่าทีมชาติใดจะเป็นแชมป์ ยูโร 2024 แล้วส่งมาชิงรางวัล
ไม่แน่ว่าอาจได้เป็นเจ้าของรถอีวี เนต้า วี-ทู รุ่น LITE มูลค่า 549,000 บาท ไปฟรีๆ ก็เป็นได้
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ