แม้จะเป็นการทดลองขับวนรอบๆ ถ.เลียบด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ แค่ครึ่งวัน แต่บอกได้เลยว่า เจ้า ‘อวาทาร์ วัน วัน’ (AVATR 11) รถอีวี SUV พรีเมียม ที่นัยว่าหรูหราที่สุดของค่าย ฉางอาน จากแดนมังกร มีหลายอย่างที่น่าสนใจไม่น้อย
ดีไซน์ภายนอกเรียบหรู ชุดไฟหน้า LED เรียงร้อยเป็นลายดีไซน์เฉพาะ กันชนหน้าขนาดใหญ่แบบปิดทึบ
มือจับประตูแบบซ่อน หลังคาด้านท้ายลาดลง ให้อารมณ์รถทรงคูเป้ ด้านท้ายดีไซน์ใหม่กระจกบานเล็ก เพื่อเพิ่มพื้นที่กับสัมภาระ เมื่อยามเดินทางไกล หรือไปออกรอบ

ฝาท้ายไฟฟ้า ติดตั้งสปอยเลอร์หลังแบบไฟฟ้า เมื่อไม่ได้ใช้งานเนียนเรียบไปกับฝาท้าย ชุดไฟท้าย เป็นเส้นตรงแนวนอนยาว ล้อแม็กซ์แบบหลายซี่ ขนาด 22 นิ้ว พร้อมคาลิบเบอร์ Brembo
ภายในหรูหรา ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Keystone (หินหลักบนยอดโค้ง) หลังคาพาโนรามาขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย แอร์อัตโนมัติ 2 โซนแยกซ้าย-ขวา
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบท้ายตัด เบาะนั่งหนัง Nappa ติดตั้งพัดลมระบายอากาศ ลดความร้อน และกลิ่นอับชื้น เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง

หน้าจอสี 3 จอ จอข้อมูล และจอผู้โดยสารขนาด 10.25 นิ้ว จอกลางขนาด 15.6 นิ้ว เครื่องเสียงจาก Meridian แบรนด์ระดับไฮเอนด์ชั้นนำจากอังกฤษ
รอบแรกขอเป็นผู้โดยสาร เข้าไปนั่งเบาะหลัง แม้จะเป็นรถสไตล์คูเป้ แต่ไม่รู้สึกอึดอัด เพราะพื้นที่เหนือศีรษะมีมากพอ เบาะนั่งนุ่มแน่น มีช่องแอร์ให้ 2 ตัว พนักวางแขนมีที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย
ก่อนออกเดินทาง ลืมเอกสารไว้ที่ห้องบรรยาย เปิดประตูจะลงจากรถ ด้วยการกดปุ่ม 2 ครั้ง ปรากฏว่าประตูเปิดไปไม่สุด ได้ความว่าเพราะระบบเซ็นเซอร์จับเจอมีคนยืนอยู่ ซึ่งเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจากคน สัตว์ หรือสิ่งของ และเมื่อกดปุ่ม 1 ครั้ง ประตูจะปิดให้อัตโนมัติ พร้อมระบบดูด เงียบสนิท

เบาะนั่งหลังที่เอนเล็กน้อย พื้นที่วางเท้ากว้าง ความนุ่มนวลมีมาให้มากพอ แม้จะเป็นรถสไตล์ SUV ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้อย่างมาก
ได้เวลาขึ้นนั่งตำแหน่งคนขับ กระจกหน้าบานใหญ่ และตัวรถที่สูง ทำให้ได้ทัศนวิสัยการขับขี่ที่ดี หลบหลีกเพื่อนร่วมทางใหญ่น้อยได้แบบสบายมือ
กระจกมองหลัง สามารถแสดงภาพจากกล้องแบบสตรีมมิ่ง เอาจริงๆ ตรงนี้ต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่พอประมาณ เพราะเหมือนนั่งดูภาพยนตร์อยู่ สุดท้ายกลับไปใช้แบบปกติ แม้กระจกหลังจะเล็กทำให้มีมุมอับอยู่มาก แต่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า

ขุมกำลังมาจากมอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 313 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 370 นิวตัน-เมตร รองรับการชาร์จ AC 11 kW และ DC 240kW ใช้งาน V2L หรือจ่ายกระแสไฟให้อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ได้ทั้ง 2 รุ่น
แต่ต่างกันตรงแบตเตอรี่ รุ่น Long Range มีขนาด 116.79 kWh ชาร์จเต็ม 100% วิ่งได้ระยะทาง 680 ก.ม. ชาร์จไฟจาก 30-80% ในเวลา 25 นาที และรุ่น Standard ขนาด 90.38 kWh เมื่อชาร์จเต็ม 100% วิ่งระยะทาง 575 ก.ม. ชาร์จไฟจาก 30-80% ในเวลา 15 นาที ใช้เวลาน้อยกว่าเพราะแบตเตอรี่ขนาดเล็กกว่านั่นเอง
กำลังในช่วงตีนต้น เรียกมาใช้งานได้ทันใจตามบุคลิกรถไฟฟ้า เพิ่มความมั่นใจทั้งการออกตัว และเร่งแซง เสียดายว่าครั้งนี้ไม่ได้ลองความเร็วปลาย เพราะไม่ได้วิ่งยาวๆ
อีกสิ่งหนึ่งที่โดดเด่นคือ ความเงียบ แน่นอนว่ามอเตอร์นั้นเงียบอยู่แล้ว แต่เสียงรบกวนรอบด้าน ไม่ว่าจะเสียงลม เสียงรถที่อยู่ข้างๆ หรือเสียงจากยางที่บดไปบนถนน เข้ามาในห้องโดยสารน้อยมาก ไม่ว่าจะนั่งอยู่ที่เบาะด้านหลัง หรือตำแหน่งคนขับ ลดความเครียดในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี

ระบบความปลอดภัย ใส่มาแบบจัดเต็ม เพราะเป็นระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง L2+ (ADAS) ทำงานผสานกันจากเรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 5 ตัว และกล้อง HD 5 ตัว มาพร้อมฟังก์ชันต่างๆ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันแบบผสมผสาน (IACC) ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนขณะฉุกเฉิน (ELK) ระบบเตือนเมื่อมีรถมาด้านข้าง เป็นต้น
ใครที่มองหารถอีวี SUV สุดหรูอยู่ ไปสัมผัสและทดลองขับที่โชว์รูม อวาทาร์ ว่าจะโดนใจหรือไม่
กระซิบนิดหนึ่ง ว่างานนี้ต้องรีบหน่อย เพราะมีราคาพิเศษ กับรุ่น Standard Range ราคา 1.99 ล้านบาท จาก 2.099 ล้านบาท และรุ่น Long Range ราคา 2.199 ล้านบาท จาก 2.299 ล้านบาท หรือลดไปรุ่นละ 100,000 บาท สำหรับ 200 คันแรก หรือก่อน 31 ธ.ค.นี้ เท่านั้น
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ