เปิดตัวทำตลาดในบ้านเรามาระยะหนึ่งแล้ว สำหรับแบรนด์รถอีวี ‘โอโมดา’ (OMODA) ภายใต้ร่มเงาอีกหนึ่งยักษ์ใหญ่แห่งวงการรถยนต์ไฟฟ้า จากแดนมังกร เชอรี่ ออโตโมบิล (Chery Automobile)
ประเดิมเปิดตัวด้วยเจ้าโอโมดา ซี5 อีวี (OMODA C5 EV) รถสไตล์ SUV ขนาดกลาง ที่ว่ากันว่ามีอัตราเติบโตสูง และแข่งขันกันรุนแรงที่สุดตลาดหนึ่ง
นัดรับรถกันที่โชว์รูม ถ.สุขุมวิท ย่านอุดมสุข บางนา ทีมเจ้าหน้าที่อธิบายอุปกรณ์การใช้งานต่างๆ เรียบร้อย มีเวลาพอให้เดินดูรอบคัน

ดีไซน์ภายนอกกระจังหน้าทึบสไตล์รถอีวี ติดตั้งชื่อแบรนด์ขนาดใหญ่มองเห็นเด่นชัด ซ่อนที่ชาร์จไฟฟ้าไว้อย่างเนียนตา แม้หลายคนมองว่าเป็นตำแหน่งที่อันตราย หากเกิดอุบัติเหตุ แต่เป็นจุดที่ชาร์จได้สะดวกที่สุดเหมือนกัน
ไฟเดย์ไทม์เรียวยาวด้านบน ชุดไฟหน้า LED อยู่บริเวณกันชน รวมถึงไฟตัดหมอก ไฟท้าย LED ไฟเลี้ยวแบบไฟวิ่ง (sequential) นอกจากเท่แล้ว ยังช่วยให้มองเห็นชัดเจน
เส้นด้านข้างลาดลงด้านหลังให้อารมณ์รถคูเป้ และยังช่วยในเรื่องของอากาศพลศาสตร์ ที่ 0.28 CD เป็นตัวเลขค่อนข้างดี กับรถสไตล์ SUV หลังคาซันรูฟ ติดตั้งราวหลังคามาให้พร้อม ระบบ V2L จ่ายกระแสไฟให้อุปกรณ์ไฟฟ้าได้ 3.3 กิโลวัตต์

ภายในดูทันสมัยตามแบบฉบับรถอีวี เน้นโทนสีดำให้ความรู้สึกเรียบหรู หน้าจอขนาดใหญ่ 24.6 นิ้ว พาดยาวตั้งแต่หลังพวงมาลัย ถึงกลางคอนโซลหน้า หน้าจอกลางควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ และเป็นจอแสดงภาพพาโนรามิก 540 องศา รอบคัน รวมถึงใต้ท้องรถด้วย
เบาะนั่งคู่หน้าทรงสปอร์ต ฝั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ผู้โดยสารปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศ เบาะหลังพับ 60/40 เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ มีที่ชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย 50 วัตต์ เร็ว แรง สะใจ ระบบปรับอากาศแยกอิสระ 2 โซน ปรับบรรยากาศภายในห้องโดยสารด้วยไฟเรืองแสง 64 เฉดสี

พร้อมออกเดินทาง ครั้งนี้เน้นทดสอบในเมืองเป็นหลัก การจราจรบน ถ.สุขุมวิท แม้จะเป็นช่วงสาย แต่เพื่อนร่วมทางไม่ได้บางตา
อาศัยความสูงของตัวรถ ทำให้มองไปข้างหน้าได้ไกล และความแรงจากมอเตอร์ที่ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 340 นิวตัน-เมตร โยกซ้าย-แซงขวาได้อย่างพลิ้วไหว
แต่มีจุดที่ควรระวังอยู่หน่อย ตรงระบบหน่วงเพื่อชาร์จไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่เมื่อถอนคันเร่ง แม้จะเลือกแบบเบาสุดจาก 3 ระดับ หากถอนเท้าเร็ว ตัวรถมีอาการหน่วงให้ได้รู้สึก ควรผ่อนเบาๆ เพื่อให้ตัวรถไหลตามแรงเฉื่อยแบบธรรมชาติ ช่วยบรรเทาได้เยอะ

โหมดการขับขี่มีให้เลือก 3 แบบ ประหยัด มาตรฐาน และสปอร์ต เน้นโหมดประหยัดเพราะใช้ในเมือง แต่มีโอกาสได้ลองความเร็วปลาย ปรับใช้โหมดสปอร์ต ได้ความปรู๊ดปร๊าดเพิ่มขึ้นมาพอสมควร ช่วยให้เร่งแซงได้สบายใจ ส่วนโหมดมาตรฐานแทบไม่ต่างจากประหยัดสักเท่าไหร่
สิ่งที่โดดเด่นเห็นชัดคือ เรื่องของความเงียบ กว่าจะได้ยินเสียงลมแทรกเข้ามาในห้องโดยสาร ความเร็วทะลุ 130 ก.ม.ต่อช.ม.ไปแล้วทุกครั้ง ผ่านจุดปราบเซียนที่ 120 ก.ม.ไปได้อย่างฉลุย
ช่วงล่างมีความหนึบแน่น แต่นั่นต้องแลกกับความนุ่มนวลที่เสียไปบ้าง แต่ใช่ว่าจะแข็งกระด้าง ผ่านถนนขรุขระ หลุม บ่อ คอสะพาน แม้จะใช้ความเร็วพอสมควร ก็ไม่ถึงกับกระเด้งกระดอน จนหัวสั่นหัวคลอน

ความปลอดภัยจัดเต็มด้วยระบบ Adas + dms 17+1 อาทิ ระบบป้องกันรถออกนอกเลน ระบบเตือนจุดอับสายตา ระบบเบรกฉุกเฉิน ระบบเตือนเมื่อเปิดประตู ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เป็นต้น
ก่อนออกจากโชว์รูม แบตเตอรี่แสดงสถานะไว้ที่ 93% วิ่งได้ระยะทาง 401 ก.ม. ทดสอบกันไป 253.6 ก.ม. ไฟฟ้าในแบตเตอรี่เหลืออยู่ 37% วิ่งได้อีก 156 ก.ม. คิดเร็วๆ ชาร์จเต็ม 100% น่าจะได้ระยะร่วม 450 ก.ม. จากเอกสารที่ว่าไว้วิ่งได้สูงสุด 505 ก.ม. ถือว่าเป็นรถอีวีที่ทำระยะทางได้ใกล้เคียงกับสเป๊กมากที่สุดค่ายหนึ่ง

ส่วนจะคุ้มค่ากับค่าตัว รุ่น Long Range Plus ที่มีให้เลือก 3 สี ขาว ดำ และเทา ราคา 899,000 บาท และรุ่น Long Rage Ultimate ที่มีให้เลือก 5 สี ดำ เทา แดง ขาวหลังคาดำ และเขียวหลังคาดำ ราคา 949,000 บาท
ตรงนี้ต้องไปทดลอง และเปรียบเทียบด้วยตัวเอง ที่โชว์รูมโอโมดา แอนด์ เจคู ทั้ง 22 ทั่วประเทศ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ