ในงานแถลงผลประกอบการ และแสดงวิสัยทัศน์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย รวมถึงงาน เมอร์เซเดส-เบนซ์ คลับ (ประเทศไทย) ในการรวมรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ คลาสสิคในตำนาน มาขับขี่กันในแบบ Road Trip ที่จ.ชลบุรี
ทีมงานการตลาด และประชาสัมพันธ์ จัดให้ผู้สื่อข่าวขับขี่ทดสอบรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมกันไปด้วย ‘ข่าวสด ยานยนต์’ ได้เจ้า Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ Final EDITION สปอร์ตคูเป้ 4 ประตู ตัวกลั่น

ว่ากันว่า CLS 53 AMG คันนี้ นอกจากจะเป็นตัวแรงอันดับต้นๆ ของค่ายดาวสามแฉกแล้ว ในเรื่องของยอดขายก็สร้างความโดดเด่นไม่แพ้กัน มีสัดส่วนในกลุ่ม AMG อยู่ถึง 30% ส่วนหนึ่งน่าจะเพราะเป็นรุ่นสุดท้ายที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในเบนซิน แบบ 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร ทำให้สายสะสมรีบเก็บเข้าคอลเล็กชั่นกันพัลวัน
รับรถกันย่านสาทร พอมีเวลาเดินดูรอบคัน ว่ามีอะไรที่แตกต่างจากรุ่นปกติบ้าง ภายนอกเสริมความดุดันด้วยชุดแต่ง AMG Night Package II โทนสีดำ เติมความสปอร์ตให้กระจังหน้าครีบแนวตั้งขึ้นไปอีกขั้น

ไฟส่องสว่างบริเวณใต้ประตูเป็นตราสัญลักษณ์ AMG สัญลักษณ์ Turbo 4MATIC+ ด้านข้าง แบบโครเมียมรมดำ โลโก้ Mercedes-Benz และสัญลักษณ์ AMG CLS 53 ด้านหลัง แบบโครเมียมรมดำ ล้ออัลลอย 5-twin spoke สีดำ ขนาด 20 นิ้ว มาพร้อมคาลิเปอร์สีแดง และอักษร AMG

สัมผัสแรกกับเบาะนั่งหุ้มหนัง AMG Nappa leather สีดำที่ประดับด้วยขอบสีแดง ขนาดใหญ่นุ่มสบาย มีปีกโอบด้านข้าง ช่วยเพิ่มความกระชับไม่รู้สึกหลุดจากเบาะในจังหวะเปลี่ยนเลน หรือเลี้ยวบนความเร็วสูง
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน AMG Performance steering wheel ทรงท้ายตัด ได้รับแรงบันดาลใจจากมอเตอร์สปอร์ต ตกแต่งด้วยหนัง Nappa และ DINAMICA microfibre
มาพร้อมปุ่ม AMG เส้นทางลัดเพื่อเข้าโหมดการขับขี่ ได้สะดวกยิ่งขึ้น หน้าจอกลาง และจอแสดงข้อมูล ขนาดเท่ากัน 10.25 นิ้ว และยังมีจอข้อมูลบนกระจกหน้า เพื่อไม่ต้องละสายตาจากถนน
กดปุ่มสตาร์ต เสียงคำรามจากเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ กำลังสูงสุด 435 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 520 นิวตัน-เมตร ก้องเข้ามาในห้องโดยสาร ปลุกอารมณ์ให้อยากออกไปโลดแล่นในบัดดล

การจราจรย่านสาทร แม้จะเป็นช่วงสาย แต่ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนร่วมทางจะบางตา อาศัยความปราดเปรียว หลบหลีกพี่ใหญ่ น้องเล็ก ลัดเลาะเร่งแซงสบายมือ
กว่าจะเริ่มโล่ง ขึ้นทางด่วนบูรพาวิถีไปพักใหญ่ ว่าแล้วปรับเป็นโหมดสปอร์ต พลัส ด้วยปุ่มที่พวงมาลัย รู้สึกได้ถึงความกระชับ ไม่ว่าจะช่วงล่าง การเปลี่ยนเกียร์ ความเร็วที่เรียกมาใช้งาน รวมถึงเสียงเครื่องยนต์ และจากท่อไอเสียที่กระหึ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เพิ่มความสนุก เร้าใจขึ้นอีกเป็นกอง
เกียร์อัตโนมัติ AMG Speedshift TCT 9G 9 สปีด พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ทำงานได้อย่างนุ่มนวล ไม่มีรอยต่อให้ได้รู้สึก โหมดแมนวลเชนจ์เกียร์ต่ำได้ดั่งใจ เพิ่มความมั่นใจในการชะลอรถได้เป็นอย่างดี
เข้า ถ.มอเตอร์เวย์ การจราจรเริ่มคับคั่งอีกครั้ง ปรับไปโหมดคอมฟอร์ด ความรู้สึกผ่อนคลายสบายๆ และถึงอยู่โหมดนี้แต่ยังสามารถเรียกความเร็วมาใช้งานได้แบบปัจจุบันทันด่วน ชนิดกดเป็นมาเช่นกัน ที่สำคัญไต่ความเร็วไปแบบชนิดไม่มีหมด ความเร็วสูงสุดที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ เคลมไว้อยู่ที่ 250 ก.ม.ต่อช.ม. น่าจะไม่เกินจริง

ช่วงล่างนิ่งกริบ ไม่ว่าจะบนย่านความเร็วสูง เปลี่ยนเลนกะทันหัน หรือเข้าโค้งแรงๆ ด้วยช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL+ ระบบกันสะเทือนด้วยถุงลมแบบ multi-chamber ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความเร็ว และน้ำหนักบรรทุก
ขณะที่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AMG Performance 4MATIC+ ออกแบบมาเพื่อเน้นการขับเคลื่อนด้านหลัง การกระจายแรงบิดที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เต็มรูปแบบ ทั้งที่เพลาหน้า และเพลาหลังเพิ่มการยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น

ส่วนความนุ่มนวลอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับรถแรงแบบนี้ เพราะต้องแลกกับความหนึบแน่น แต่ก็ใช่ว่าจะกระด้างจนกระเด้งกระดอนขนาดนั้น
เป็นเจ้าของตัวแรง Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ Final EDITION ด้วยค่าตัว 5.88 ล้านบาท
แต่งานนี้ต้องรีบหน่อย เพราะเป็นเวอร์ชั่นสุดท้าย และจากนี้ไปจะกลายเป็นแรร์ ไอเทม ที่ใครก็หมายปองอย่างแน่นอน
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ