ได้ทดลองขับแบบสัมผัสเบาๆ กับเจ้ามิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส รถยนต์อเนกประสงค์ สไตล์ SUV กันเมื่อช่วงเปิดตัวใหม่ๆ บอกเลยว่ายังไม่ค่อยได้รับรู้อรรถรสอะไรมากมายนัก
ล่าสุดทีมงานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย นำทีมโดย สาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และทีมงานประชาสัมพันธ์ ที่มี วิชญา นวลอุไร ผู้ช่วยผู้จัดการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์สาวอารมณ์ดี ได้จัดทริปทดสอบกันในเส้นทาง จ.ภูเก็ต ไปจ.กระบี่ มีหรือที่จะปล่อยให้พลาด

ก่อนขับกันบนถนนจริง ให้ทดลอง 2 โหมด จากทั้งหมด 7 โหมด คือโหมด Gravel สำหรับทางฝุ่น หรือถนนลูกรัง และโหมด Mud ไว้ลุยโคลน กับสถานการณ์จำลองที่เตรียมไว้
จัดไปคนละ 2 รอบ รอบแรกลองเบาๆ เข้าทางฝุ่นผ่านฉลุย ต่อด้วยเนินสลับให้ดูอาการล้อลอย แล้วต่อด้วยทางโคลน ค่อยๆ ไป ผ่านได้ไม่มีปัญหา
รอบต่อมาจัดเต็ม ทำความเร็วสูงบนทางฝุ่น มีอาการท้ายดิ้นอยู่บ้างเล็กๆ หากไม่ได้ใช้โหมดนี้ งานนี้มีบาน หรือหมุนแน่นอน

ก่อนลงลุยโคลนรอบนี้ ต้องเล็งไลน์ดีๆ เพราะทางเละกว่าโจ๊กไปแล้ว แถมทีมงานยังให้ขับสลับซ้าย-ขวา เหมือนตั้งใจให้รถติดอยู่ในบ่อโคลน และเป็นเช่นนั้นจริง
เสียงวิทยุสื่อสารแนะนำให้เติมคันเร่งเบาๆ ต่อเนื่องไม่ต้องถอน ให้นึกแปลกใจ เพราะปกติทั่วไปต้องให้ถอยหลัง แล้วหาร่องใหม่ค่อยวิ่งเข้าไป
แต่สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้คือ ไม่มีอาการล้อหมุนฟรี เหมือนทั่วไปเมื่ออยู่ในทางโคลน แม้จะเติมคันเร่งตลอด ระบบเข้ามาจัดการ ให้ล้อค่อยๆ ขยับ ค่อยๆ ตะกุย จนหลุดจากหลุมโคลนขับผ่านไปได้ แม้จะไม่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อก็ตาม
กลับมาขับบนถนนหลัก น้องที่ทดสอบร่วมคัน อาสาขับก่อน เลยเลือกไปนั่งเบาะหลัง พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง พื้นที่เหนือศรีษะ และวางขามีมาให้มากพอ ไม่อึดอัด เบาะนั่งแน่นแต่สั้นไปนิด รองรับไม่สุดต้นขา

ช่องแอร์หลังมีให้แต่เล็กไปหน่อย แรงลมส่งมาแบบแผ่วๆ ทำให้ต้องร้องขอความเย็นจากด้านหน้ามาเพิ่ม แรงเหวี่ยง แรงกระแทกจากช่วงล่าง ระหว่างนั่งเบาะหลังมีอยู่พอประมาณ เข้าใจได้ว่าเป็นบุคลิกของรถสไตล์นี้ แต่ไม่ถึงกับกระเด้งกระดอนกันจนหัวสั่นหัวคลอน
ก่อนสลับขึ้นเป็นคนขับทดสอบ มีเวลาพินิจพิจารณารอบคัน ดีไซน์ ภายใต้แนวคิด SILKY & SOLID ดูล้ำสมัย และทรงพลัง ด้านหน้า ADVANCE DYNAMIC SHIELD ไฟหน้า และไฟท้าย ICONIC T-SHAPE DESIGN ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED ไฟท้าย LED สี Smoked จัดเรียงเป็นรูปตัวที แปลกตา และเป็นเอกลักษณ์
ด้านข้าง เส้นสาย และการดีไซน์ ทำได้ค่อนข้างลงตัว แสดงออกถึงความปราดเปรียว และมั่นคง ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 18 นิ้ว เสริมด้วยซุ้มล้อที่เลือกใช้วัสดุ และสีที่ตัดกับสีรถ

ภายในตกแต่งด้วยสีทูโทน หน้าจอสัมผัส 12.3 นิ้ว รองรับแอปเปิ้ล คาร์เพลย์ และแอนดรอยด์ ออโต มีที่ชาร์จไร้สาย จอข้อมูลขนาด 8 นิ้ว แบ่งเป็น 3 ส่วน แสดงข้อมูลหลากหลายรูปแบบ
ได้เวลาบนถนนจริง กำลังที่เรียกมาใช้งานได้สูงสุด 116 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 225 นิวตัน-เมตร ทำให้ช่วงออกตัว แม้จะอยู่ในนอร์มอลโหมด แต่ให้ความจี๊ดจ๊าดสะใจ ในแบบฉบับการขับเคลื่อนแบบรถอีวี
เส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางขึ้น-ลงเนิน รวมถึงมีโค้งเป็นระยะๆ พวงมาลัยควบคุมทิศทางรถได้ดี ขณะที่ช่วงล่างบนทางเรียบนิ่งกริบ แต่กับทางโค้ง หากเข้าแรงเหมือนต้องใช้สมาธิเพิ่มขึ้น ยังไม่ค่อยกระชับสักเท่าไหร่ ส่วนความนุ่มนวลมีมาให้พอประมาณ ไม่ถึงกับซีดานชั้นดี แต่ก็ไม่สะท้านมาถึงพวงมาลัย และเบาะที่นั่ง

ทางโล่งๆ ลองความเร็วกันสักหน่อย แต่ก่อนขอปรับเป็นโหมด Tarmac ที่ทีมงานมิตซูบิชิแจ้งไว้ว่า เหมือนโหมดสปอร์ต ที่ทำให้ทั้งเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ทำงานได้รวดเร็วทันใจ
เข็มไมล์ไต่ความเร็วขึ้นไปเรื่อยๆ ช่วง 90-120 ก.ม.ต่อช.ม. เรียกมาได้สบายๆ ส่วนหลังจากนั้นอาจต้องรอหน่อย รวมถึงเสียงเครื่องยนต์ที่ดังขึ้นชัดเจน
ขับไปไม่ทันกี่กิโลเมตร ฝนตกลงมาอย่างหนัก ปรับเป็นโหมดถนนเปียก WET เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการยึดเกาะถนนให้ดียิ่งขึ้น

ถึงจุดหมายปลายทาง ขับกันไปทั้งสิ้น 171.5 ก.ม. อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 14.9 ก.ม.ต่อลิตร แม้จะไม่ว้าวมาก แต่ถือว่าประหยัดอยู่พอประมาณ กับการขับขี่ที่ค่อนข้างหนักหน่วง
ส่วนจะคุ้มกับค่าตัวราคาเริ่มต้น 899,000 บาท ถึงตัวท็อปที่ทดสอบในครั้งนี้ ราคา 1.089 ล้านบาท หรือไม่ แวะไปทดลองขับได้ด้วยตัวเอง ที่โชว์รูมมิตซูบิชิทั่วประเทศ
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ