ได้ฤกษ์ปรับโฉม จีดับเบิลยูเอ็ม ฮาวาล เอช 6 (GWM HAVAL H6) กันไปตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ได้กระแสตอบรับจากนักเลงรถ SUV บ้านเราอยู่ไม่น้อย
ล่าสุด ‘ข่าวสด ยานยนต์’ มีโอกาสได้ทดสอบเจ้าฮาวาล เอช 6 ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) นัดรับรถกันที่โชว์รูมย่านรามอินทรา ได้เป็นตัวท็อปรุ่น ULTRA มีค่าตัวอยู่ที่ 1.229 ล้านบาท
โดยการออกแบบภายนอกดีไซน์ด้านหน้าแบบ Star Matrix เพิ่มมิติให้ดูล้ำสมัย กระจังหน้าขนาดใหญ่สีโครเมียม ไล่ระดับช่องระบายอากาศเป็นเอกลักษณ์

ไฟหน้า Intelligent LED Headlamp เปิด-ปิดไฟอัตโนมัติ ปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ และไฟส่องนำทางหลังดับเครื่องยนต์ (Follow me home)
ไฟท้าย LED Taillight Strip ดีไซน์เป็นแนวยาว พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ระบบประตูท้ายเปิด-ปิดไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรี เสริมความดุดันขึ้นด้วยล้ออัลลอยลายสปอร์ตสีดำ ขนาด 19 นิ้ว
ภายในสไตล์ Minimalist กว้างขวาง สะดวกสบาย คอนโซลหน้าสีทูโทน พร้อมตกแต่งด้วยวัสดุสี Rose Gold, Silver, Piano Black, Chrome ให้ความโมเดิร์น

หน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อความบันเทิง เนวิเกเตอร์ ที่ค้นหาสถานที่ต่างๆ ได้ทันที หน้าจอแสดงข้อมูลขนาด 10.25 นิ้ว มองเห็นเด่นชัด และยังมีจอแสดงข้อมูลบนกระจกหน้าเพื่อไม่ต้องละสายตาจากถนน เพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้นด้วยที่ชาร์จไร้สาย
เบาะนั่งหนังสังเคราะห์ พร้อมระบบระบายอากาศ คนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับตำแหน่งเบาะผู้โดยสารที่ข้างตัวเบาะเพื่อให้ไม่ว่าจะผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารตอนหลังปรับได้ง่ายๆ
เบาะนั่งหลังพร้อมที่เท้าแขนกลาง ปรับพับแยก 60:40 เพิ่มพื้นที่ในการเก็บสัมภาระ มีแอร์หลัง และช่องเสียบ USB เพื่อชาร์จไฟ

ตามสเป๊กแล้ว เจ้า ฮาวาล เอช6 PHEV คันนี้ วิ่งได้ไฟฟ้าชาร์จเต็มได้ 150 ก.ม. และเมื่อรวมกับน้ำมันเต็มถังสามารถทำระยะทางกว่า 1,200 ก.ม.
แต่เสียดายที่ตอนรับรถดูแล้วไฟฟ้ามีอยู่เพียง 14% แต่น้ำมันเต็มถัง แสดงค่าไว้ว่าวิ่งได้ 1,011 ก.ม. พยายามหาปุ่มเพื่อเซ็ต 0 ระยะทาง แต่ไม่เจอ เลยใช้วิธีจำตัวเลขล่าสุด 5,812 ก.ม. เพื่อไปลบตอนทดสอบเสร็จว่าวิ่งไประยะทางเท่าไรแทน
ถนนย่านรามอินทราแม้จะมี 4 เลน แต่เพื่อนร่วมทางหนาตาทำให้ต้องไหลตามกันไป ตีนต้นแรงจัดตามสไตล์การขับขี่ด้วยไฟฟ้า แม้อยู่ในโหมดประหยัดอยู่ก็ตาม อาศัยความสูงใหญ่ช่วยให้มองเห็นเหตุการณ์ด้านหน้าได้ไกล เร่งแซงซ้าย-ขวาได้สบายมือ

กำลังของเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 326 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 530 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์แบบ DHT ที่พัฒนามารองรับการทำงานที่หลากหลายของรถยนต์ไฮบริด
เลือกทดสอบเส้นทางมุ่งหน้าไปจ.ชลบุรี ปรับเป็นโหมดมาตรฐาน รู้สึกได้ถึงความนิ่มนวลของช่วงล่าง ที่บางครั้งแอบมีย้วยเมื่อเข้าโค้งแรงๆ ใช้โหมดนี้ไปสัก 50 ก.ม. หันไปถามผู้โดยสารว่าไหวไหม ได้คำตอบว่าลองเปลี่ยนเป็นโหมดสปอร์ตอาจจะดีขึ้น

กำลังที่เรียกมาใช้งานเร็ว แรงขึ้น รวมถึงช่วงล่างที่มีความกระชับ อาการย้วยเวลาเข้าโค้ง หรือบนความเร็วสูงหายไปเกือบปลิดทิ้ง
ทำความเร็วบนทางเรียบ ขยับความเร็วไปเรื่อยๆ เข็มไมล์ไต่ขึ้นแบบไม่มีเหนื่อย ไม่มีท้อ หรือจะกดเร่งความเร็วแบบปัจจุบันทันด่วน ทำได้หายห่วง ตัวรถพุ่งทะยานไปราวกับลูกธนูออกจากคันศร
ขากลับเจอะเจอกับฝนชุดใหญ่ตลอดทางบนเส้นมอเตอร์เวย์ เลือกใช้โหมดถนนลื่น อาศัยจังหวะโยกซ้ายแซงขวา เก็บไปทีละคันสองคัน ไม่มีอาการท้ายบานหรือหลุดให้ได้เห็น รวมถึงเมื่อวิ่งฝ่าน้ำรอการระบาย พวงมาลัยไม่ขืน และไม่มีอาการเหินน้ำ เพิ่มความมั่นใจอย่างมาก

จะมีที่ขัดใจเล็กๆ คือที่ปัดน้ำฝน จังหวะแรกเหมือนปัดไม่เข้าจังหวะเท่าไหร่เพราะไม่มีให้ตั้งหน่วงเวลา ครั้นไปจังหวะสองก็เร็วไป รวมถึงที่ปัดน้ำฝนกระจกหลัง ต้องอ้อมมือเข้าไปด้านในก้านปัดน้ำฝน แอบใช้งานยากอยู่สักหน่อย
ส่งมอบรถคืน วิ่งได้ระยะทางเพิ่มขึ้นเป็น 6,253 ก.ม. เท่ากับทดสอบไป 441 ก.ม. เหลือวิ่งด้วยน้ำมันได้อีก 239 ก.ม. ไฟฟ้าเหลือ 20% ไม่ต้องแปลกใจไปว่าไฟเหลือเพิ่มขึ้นเพราะระบบชาร์จไฟเข้ามาเพิ่มนั่นเอง รวมๆ แล้วถ้าเป็นสายโหดรวมทั้งน้ำมันและไฟฟ้าเต็มที่น่าจะได้ประมาณ 1,000 ก.ม.ก็ถือว่าไม่น้อยอยู่นะ
แวะไปทดลองขับจีดับเบิลยูเอ็ม ฮาวาล เอช 6 PHEV ที่โชว์รูม หรือที่ค่ายนี้เรียกเท่ๆ ว่าพาร์ตเนอร์ ทั้ง 70 แห่งทั่วประเทศ
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ