ตรงกับสำนวนที่ว่า “ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน” สุด สำหรับค่าย GWM เพราะพลันที่จากเจ้าแทงค์ 300 ดีเซล ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม
ล่าสุดตัดสินใจนำเครื่องยนต์เดียวกัน ดีเซล 2.4 ลิตร เทอร์โบ มาใส่ไว้ในเจ้าแทงค์ 500 รถ PPV แบบ 7 ที่นั่ง รุ่นพี่ที่เน้นเรื่องความหรูหรา โอ่อ่า ด้วยหวังว่าจะได้รับกระแสตอบรับที่ดีเช่นเดียวกัน
จัดรถล็อตแรกให้ผู้สื่อข่าวสายยานยนต์ได้ชิมลาง ทดสอบบนถนนจริง ประมาณว่าอยากฟังฟีดแบ็กเพื่อนำไปประมวลผล ก่อนเปิดตัว และประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ซึ่งยังไม่ได้กำหนดว่าเป็นวันที่เท่าไหร่ เวลาใด

“ข่าวสด ยานยนต์” ได้ร่วมทริปเส้นทางไป จ.กาญจนบุรี ได้รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ตัวท็อป 2.4T ULTRA ทีมงานภูมิใจนำเสนอว่า พัฒนามาเพื่อตลาดบ้านเราโดยเฉพาะ
สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเจนที่สุด คือการนำยางอะไหล่ไปไว้ใต้ท้องรถ จากเดิมแขวนอยู่ที่ประตูท้าย ช่วยอวดโฉมบั้นท้ายที่ดีไซน์เรียบหรู ไฟท้ายแนวตั้งมองเห็นเด่นชัด ประตูท้ายเปิดแบบบานออก เหมือนเปิดตู้เย็น เวลาปิดแค่ดันเบาๆ ระบบดูดช่วยให้ปิดสนิทได้อย่างไร้กังวล แต่ระบบดูดนี้มีที่ประตูท้ายเพียงอย่างเดียว

ดีไซน์ภายนอกในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อนี้ ยังคงละม้ายคล้ายคลึงกับรุ่นไฮบริด ขนาดตัวที่สูงใหญ่ ชนิดที่ขับในเมืองไม่มีมอเตอร์ไซค์แทรกเบียดเข้ามาใกล้เลยแม้แต่คันเดียว ด้วยเพราะแค่ตัวเองก็แทบเต็มเลนแล้ว
ภายในจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัล TFT ขนาด 12.3 นิ้ว และยังมีข้อมูลแสดงที่กระจกบานหน้าเพื่อไม่ต้องละสายตาจากถนน หน้าจอสัมผัสมัลติมีเดียขนาด 14.6 นิ้ว ในรุ่น 2.4T ULTRA เชื่อมต่อแอปพลิเคชั่น

ระบบชาร์จไร้สาย 50W พร้อมพอร์ต Type-A/C ด้านหน้า และ Type-A ด้านหลัง รองรับการชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมระบบกรองอากาศ N95 เพื่อคุณภาพอากาศภายในห้องโดยสาร
พร้อมออกเดินทาง เปิดประตูเบาะนั่งด้านหน้าทั้ง 2 ฝั่งที่ติดตั้งระบบ Welcome seat ปรับเลื่อนออก ช่วยให้เข้า-ออกตัวรถได้สะดวกยิ่งขึ้น ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบนวดไฟฟ้า
กำลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 เทอร์โบ ทำงานผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร จังหวะออกตัวอาจจะไม่ได้จี๊ดจ๊าด หรือว้าวเท่ากับรุ่นน้อง แทงค์ 300 ดีเซล ด้วยน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น 280 ก.ก. ทำให้เจ้าแทงค์ 500 ดีเซลคันนี้หนักกว่า 2 ตัน แต่ไม่ถึงกับอืดเป็นเรือเกลือ

วิ่งในเมืองอย่างที่บอก ไม่ค่อยมีใครเข้าใกล้ ทำให้ขับได้อย่างไร้กังวล จะมีก็แต่เรื่องของเบรกที่ให้ความรู้สึกว่าดื้อเท้าอยู่พอสมควร ทำให้ต้องเผื่อระยะไว้ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะขับช้าๆ ตามคันหน้า ในช่วงการจราจรติดขัด หรือจังหวะทำความเร็วสูง
อีกอย่างที่ยังไม่ค่อยราบรื่นเท่าที่ควร คือก้านไฟเลี้ยวที่เป็นระบบไฟฟ้า เมื่อกดหนักเพื่อให้ไฟเลี้ยวติดค้าง แล้วจะปรับคืนเพื่อให้หยุดการทำงาน กลายเป็นไปเปิดไฟเลี้ยวอีกข้าง เอ๊ะ หรือว่าใส่น้ำหนักมากเกินไป ลองใหม่ เหมือนเดิม เรียกว่าต้อง น้ำหนักเป๊ะจริง ถึงจะสั่งการได้ดั่งใจ
ออกนอกเมือง ได้พิสูจน์ความแรงของเครื่องยนต์ เรียกมาใช้งานได้อย่างทันอกทันใจ แม้จะอยู่บนโหมดนอร์มอล เสียงเครื่องยนต์เบา เมื่อเทียบกับดีเซลทั่วไป ทำให้ไม่เครียดเมื่อทำความเร็วสูง

จะว่าเป็นเพราะการเก็บเสียงห้องโดยสาร ที่ทีมงานแจ้งว่ากระจกที่บานประตูเป็นแบบ 2 ชั้น ช่วยให้เงียบขึ้นก็ไม่เชิง เพราะเสียงลมมีมาให้ได้ยินก่อนถึงจุดปราบเซียน 120 ก.ม.ต่อช.ม. อยู่หลายครั้ง
ช่วงล่างมีแอบย้วยให้ได้รู้สึก อาจด้วยเพราะเน้นความนุ่มนวล งานนี้แก้ด้วยปรับเป็นโหมดสปอร์ต ช่วงล่าง และเครื่องยนต์ปรับกระชับขึ้นทันตา เพิ่มความมั่นใจมากขึ้น

ระหว่างทางมีเส้นที่ต้องไต่เขาอยู่บ้าง กำลังเครื่องยนต์มีมาให้เหลือๆ แต่ถ้าอยากสนุกขึ้น โดยเฉพาะช่วงทางโค้งบนเนินชัน หรือทางลาด ปรับเชนจ์เกียร์ต่ำได้ด้วยปลายนิ้วที่แป้นแพดเดิล ชิพ สบายๆ
นอกจากนี้ทีมงานยังพาลัดเลาะผ่านไร่อ้อย เส้นทางที่ชาวบ้านใช้งานทั่วไป ทำให้รับรู้ถึงช่วงล่างมีความนุ่มนวลอยู่พอประมาณ เมื่อต้องผ่านทางลูกรังที่มีฝุ่นหนา และเนินสลับไป
แวะไปทดลองขับเพื่อพิสูจน์สมรรถนะของเจ้า GWM แทงค์ 500 เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 เทอร์โบ ที่โชว์รูม GWM ทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันนี้ ส่วนราคาค่าตัว งานนี้ต้องร้องเพลงรอไปก่อน
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ