เปิดตัวกันไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่กว่าจะได้คิวเจ้าโตโยต้า โคโรลล่า อัลติส HEV-GR Sport มาทดสอบ ผ่านไปหลายเดือนพอสมควร ด้วยความฮอตฮิตติดดาวที่ใครก็อยากสัมผัส ที่ว่าทั้งแรง ทั้งประหยัดนั้นเป็นอย่างไร
แต่สุดท้ายพีอาร์ค่ายโตโยต้า ‘แขไข’ สุชญา เชียรแกล้วกล้า รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการตลาด และประชาสัมพันธ์ ก็หารถมาให้ ‘ข่าวสด ยานยนต์’ ได้ทดสอบในที่สุด

ดีไซน์ภายนอกดุดัน กระจังหน้าติดตั้งสัญลักษณ์ GR Sport สีดำเงาทั้งด้านบน ด้านล่าง กันชนหน้า กันชนหลังสีเดียวกับตัวรถ สเกิร์ตด้านข้างและด้านหลังดีไซน์เฉพาะรุ่น GR Sport สปอยเลอร์ท้ายสีดำเติมเต็มอารมณ์สปอร์ต ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว เฉพาะรุ่น GR Sport
ไฟหน้า LED โปรเจ็กเตอร์ เปิด-ปิดอัตโนมัติ พร้อมระบบหน่วง Follow-Me-Home ให้เข้าบ้านได้อย่างปลอดภัย พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน และไฟตัดหมอก กระจกมองข้างสีดำ ติดตั้งไฟเลี้ยว LED ปรับไฟฟ้า และพับเก็บไฟฟ้าอัตโนมัติ
ภายในแต่งโทนสีดำ ดูเคร่งขรึม เบาะนั่งคู่หน้าทรงสปอร์ตแบบหนัง Suede แบบเจาะรู และหนังสังเคราะห์ เดินด้ายสีแดง พร้อมสัญลักษณ์ GR ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้าเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า ระบบปรับอากาศแยกอิสระซ้าย-ขวา

จอแสดงข้อมูลการขับขี่ 12.3 นิ้ว มองเห็นเด่นชัด ปรับแต่งได้ตามต้องการ จอกลางระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อหลากหลายรูปแบบ รวมถึงแสดงภาพด้านหลังเวลาเข้าเกียร์ถอย สะดวกสบายด้วยระบบชาร์จไร้สายที่อยู่เหนือคันเกียร์
รับรถกันที่โตโยต้า อะไลฟ์ ที่ ถ.บางนา-ตราด ก.ม.3 แม้จะเป็นช่วงสายวันธรรมดา แต่การจราจรย่านนั้นไม่ได้บางตาแต่อย่างใด เลือกใช้โหมด ECO เพื่อความประหยัด อาศัยความคล่องตัวลัดเลาะเร่งแซงซ้าย-ขวาเพื่อนร่วมทางได้อย่างสบายมือ

มุ่งหน้าสู่จ.ชลบุรี ช่วงแรกยังเต็มไปด้วยพี่ใหญ่ รถพ่วง รถบรรทุก วิ่งกันเต็มทุกเลน ทำความเร็วตามกันไป แซงบ้างในบางจังหวะ รู้สึกถึงอาการหน่วงอยู่บ้าง
ปรับเป็นโหมดนอร์มอลที่ปุ่มเหนือคันเกียร์ ตรงนี้ใช้งานค่อนข้างยากเพราะต้องเอื้อมมือเพื่อใช้งาน หากอยู่ที่พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันน่าจะใช้งานได้ง่ายขึ้น และยังไม่ต้องละสายตาจากถนนด้วย

เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว แบบ VVT-i ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า เรียกกำลังมาใช้งานได้สูงสุด 122 แรงม้า ทำความเร็วได้ดีตั้งแต่ตีนต้น หรือแม้แต่คิกดาวน์ เพื่อเร่งแซงได้ทันใจ
เกียร์อัตโนมัติ E-CVT ปรับเปลี่ยนได้อย่างนุ่มนวลทั้งบนย่านความเร็วต่ำ และเมื่อทำความเร็วสูง ไร้รอยต่อให้ได้รู้สึก มีเกียร์ B ที่ช่วยชะลอความเร็ว ยามลงทางลาดชัน หรือเรียกกำลังมาใช้งาน คล้ายกับการเชนจ์เกียร์ต่ำ
กว่าที่ถนนจะโล่งจนทำความเร็วได้เต็มๆ ออกเลี่ยงเมืองชลบุรีไปแล้วโน้น ไม่รอช้าปรับเป็นโหมดพาวเวอร์ เสียงเครื่องยนต์ดุดันขึ้นเล็กน้อย เครื่องยนต์ลากรอบมากขึ้น ความเร็วรถเหมือนถูกปลดปล่อย ไม่อั้นโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับโหมด ECO ช่วยให้การขับขี่สนุกขึ้น
ช่วงล่างด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังอิสระแบบปีกนกคู่ พร้อมเหล็กกันโคลง ปรับแต่งเฉพาะรุ่น GR Sport ให้ความรู้สึกถึงความกระชับ มั่นใจทั้งบนทางเรียบ ทางโค้ง รวมถึงเปลี่ยนเลนบนความเร็วสูง ไม่มีอาการโยนหรือบานให้ได้รู้สึก

ความปลอดภัยใส่มาให้เต็มคัน ระบบควบคุมการทรงตัว VSC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ LDA เมื่อไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่มากยิ่งขึ้น

ทริปนี้ทดสอบกันไปรวม 333 ก.ม. น้ำมันในถังเหลือให้วิ่งได้อีก 458 ก.ม. อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 20.8 ก.ม. ประหยัดได้ใจอยู่ไม่น้อยกับการใช้งานหนักหน่วงทั้งที่ติดในเมืองและทำความเร็วสูง หากขับกันแบบทั่วไป น้ำมัน 1 ถังอาจได้เห็นตัวเลข 900 ก.ม.ก็เป็นได้
ใครที่มองหารถที่ให้อารมณ์สปอร์ตพร้อมกับความประหยัด โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส HEV-GR Sport คันนี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ส่วนจะคุ้มค่ากับค่าตัว 1.129 ล้านบาทหรือไม่ แวะไปพิสูจน์ที่โชว์รูมโตโยต้าได้ด้วยตัวเอง
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ