ไม่เคยแผ่วกับการนำเสนอรถรุ่นใหม่เพราะมีเข้ามาตลอด สำหรับค่ายเรเว่ ออโตโมทีฟ ล่าสุดเปิดตัวกันอีก 1 รุ่น บีวายดี ซีล 5 (BYD SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID) เก๋งเล็ก 4 ประตู ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) เป็นรุ่นที่ 7 ในบ้านเรา และเป็นรุ่นที่ 2 ที่ผลิตจากโรงงานบีวายดี จ.ระยอง

เพื่อให้รับรู้ถึงสมรรถนะว่าเป็นอย่างไร ทีมงานได้จัดทริปทดสอบ นำโดยผู้บริหารสาวมากความสามารถ ‘ตุ๊ก’ พุทธชาด แสนสะสม ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์
ก่อนออกเดินทางมีเวลาพิจารณารูปลักษณ์รอบคัน เป็นรุ่น Premium หรือตัวท็อป ภายนอกออกแบบมาภายใต้แนวคิด OCEAN AESTHETICS กระจังหน้าไร้กรอบแบบ DOT MATRIX ไฟหน้า LED แบบ STARLIGHT กันชนขนาดใหญ่ พร้อมเส้นคาดโครเมียมแนวนอน ไฟท้าย LED รมดำ รูปทรงเรขาคณิต ไฟเลี้ยวด้านหลังแบบ Sequential หรือไฟวิ่ง

ภายใน เบาะนั่งด้านหน้าฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบท้ายตัด หน้าจอเรือนไมล์ขนาด 8.8 นิ้ว
หน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว แบบลอยตัว ที่ชาร์จไร้สาย ระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย
คอลโซลกลางมีปุ่มเกียร์ที่ใช้งานด้วยการบิดซ้าย-ขวา พร้อมด้วย Smart Control ใช้งานง่ายไม่ต้องละสายตาจากถนน
มีช่องแอร์ให้ความเย็นผู้โดยสารเบาะหลัง ช่องชาร์จไฟ เบาะหลังพับแยก 60:40 ทะลุไปถึงที่เก็บสัมภาระด้านท้าย เพิ่มพื้นที่สำหรับของชิ้นยาว
เส้นทางที่ทีมงานบีวายดีกำหนดไว้ให้ทดสอบครั้งนี้จากบีวายดี อะคาเดมี ย่านบางนา ไปจ.สมุทรสาคร ระยะทางรวมพอได้ แต่ด้วยเพราะมีการแข่งขันประหยัดน้ำมัน ซึ่ง ‘ข่าวสด ยานยนต์’ ไม่ถนัดกับการขับลักษณะนี้ ด้วยเหตุผลส่วนตัวเลยตัดสินใจแจ้งว่าไม่ร่วมทริปและเลือกไปในเส้นทางที่ชอบแทน

ระยะทางของไฟฟ้าที่เคลมไว้ว่าเจ้า บีวายดี ซีล 5 หากชาร์จเต็ม 100% จะได้อยู่ที่ 120 ก.ม. จินตนาการว่ามีบ้านอยู่บางนาแล้วต้องไป-กลับที่ทำงาน อมตะซิตี้ จ.ชลบุรี หรือปลายทางลงทางด่วนบูรพาวิถีพอดี แบบนี้แทบไม่ต้องใช้น้ำมันกันเลยทีเดียว
บน ถ.บางนา เพื่อนร่วมทางคลาคล่ำเต็มทุกช่องทาง ดีว่าทางด่วนอยู่ไม่ไกล แต่ถึงกระนั้นรถก็ยังมากอยู่ดี ต้องค่อยๆ ไล่แซงไปทีละคันสองคัน ดีว่ากำลังจากขุมพลังไฮบริดที่เน้นไฟฟ้าเป็นหลักในทุกช่วงความเร็ว ช่วยให้การออกตัวเร่งแซงจี๊ดจ๊าดพอตัว
กว่าจะโล่งพอให้ทำความเร็วปลายได้ผ่านบางวัวกันไปแล้ว กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเรียกมาใช้งานได้สูงสุด 145 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 300 นิวตัน-เมตร
ค่อยๆ ขยับความเร็ว 90-120 ก.ม.ต่อช.ม. ไหลลื่นต่อเนื่อง แต่ต่อจากนั้นเป็นแบบค่อยมาค่อยไป ซึ่งเป็นปกติของการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่ต้นมาแรง ปลายมาช้า ความเร็วสูงสุดที่ทำได้ 147 ก.ม.ต่อช.ม. ขยี้แค่ไหนก็ไม่มีให้ไปต่อ

ช่วงล่างแม้อยู่บนย่านความเร็วสูงยังคงให้ความรู้สึกหนึบแน่น ซึ่งนั่นต้องแลกไปกับความนุ่มนวลที่ลดลง แต่ใช่ว่าจะถึงกับกระแทกกระทั้นจนกระเทือนเลื่อนลั่น
ก่อนออกเดินทางแบตเตอรี่มีไฟฟ้าอยู่ 98% น้ำมันเต็มถังวิ่งได้ 1,085 ก.ม. ถึงสุดทางลงทางด่วนบูรพาวิถี วิ่งไประยะทาง 61.1 ก.ม. แบตเตอรี่เหลืออยู่ 31% ยังอยู่ในโหมด EV
ขากลับจำลองว่าเลิกงาน ไม่ได้รีบเดินทาง เลือกใช้เส้นบางนา-ตราด ที่ขึ้นชื่อเรื่องรถใหญ่ไร้วินัย ขับกันเต็มทั้ง 3 เลนที่มีอยู่ แถมบางทีแทรกแซงขึ้นมาแบบไม่มีสัญญาณใดๆ และยังเจอกับที่กลับรถด้านขวาอยู่เป็นระยะๆ
ทำให้ต้องใช้สมาธิจดจ่ออยู่กับถนน หาทางโยกซ้ายแซงขวากันตลอดเส้นทาง ดีว่าพวงมาลัยของเจ้าบีวายดี ซีล 5 ค่อนข้างคมและเบา ทำให้ควบคุมไปยังทิศทางที่ต้องการได้ดั่งใจ

เหลือบดูเข็มไมล์ ปรับเป็นโหมด HEV หรือไฮบริดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทันทราบ ระยะทางขับไปแล้ว 108.2 ก.ม.
แบตเตอรี่มี 26% น้ำมันเหลือให้วิ่งได้อีก 1,063 ก.ม. แสดงว่าใช้น้ำมันมาระยะหนึ่งแล้ว
กลับถึงบีวายดี อะคาเดมี ขับกันไปทั้งหมด 120.2 ก.ม. ไฟฟ้าเหลือ 23% เพราะมีการรีเจนไฟกลับเข้าไปไว้ในแบตเตอรี่อยู่ต่อเนื่อง เลยไม่ลงถึง 0% ส่วนน้ำมันเหลือให้วิ่งได้อีก 1,058 ก.ม. เท่ากับหายไป 27 ก.ม.

ซึ่งถังน้ำมันจากที่ระบุไว้ 45 ลิตร กลับมาบ้านชาร์จไฟเต็มทุกวัน ใช้ไป-กลับที่ทำงาน ไม่ได้ออกนอกเส้นทาง มีร่วม 2 เดือนกว่าจะได้แวะปั๊มเติมน้ำมันกันครั้งหนึ่งเลยทีเดียว
นับเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ซึ่งค่าตัวเจ้าบีวายดี ซีล 5 ช่วยแนะนำอยู่ที่ 699,900 บาท จากปกติ 769,900 บาท จะคุ้มค่ากับการใช้งานหรือไม่ต้องแวะไปทดลองขับกันที่โชว์รูมบีวายดีทั่วประเทศ
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ