ถูกจับตามองเป็นพิเศษตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดตัว เพราะเจ้าเอ็มจี IM6 มีความแตกต่าง ทั้งดีไซน์ และเทคโนโลยี ด้วยการวางตำแหน่งให้เป็นรถอีวี SUV ระดับพรีเมียม
และกว่าจะได้คิวทดสอบต้องใช้เวลาพอสมควรด้วยความฮอตฮิตติดดาว แต่ในที่สุดก็ได้มาอยู่ในมือ นัดรับรถกับประชาสัมพันธ์หนุ่มมาดโอปป้า ‘สุภกิจ วิเศษไพฑูรย์’ แห่ง เอ็มจี เซลส์ ประเทศไทย กันที่สำนักงานใหญ่ย่านสีลม

เบาะนั่งปรับไฟฟ้า ช่วยให้ได้ตำแหน่งที่เป๊ะ แต่มองหาปุ่มปรับกระจกมองข้างไม่เจอเพราะต้องเข้าไปที่หน้าจอควบคุมที่อยู่ตรงคอนโซลกลาง แล้วจึงจะปรับด้วยปุ่มที่พวงมาลัย ตรงนี้ดูค่อนข้างยุ่งยากอยู่สักหน่อย ยิ่งถ้าเป็นรถที่ต้องขับกันหลายคน
การจราจรย่านนั้นเป็นที่รู้กันว่าสาหัสสากรรจ์แค่ไหน เต็มไปด้วยรถน้อยใหญ่เต็มทุกเลน ดีว่าความสูงใหญ่ ช่วยให้มองเหตุการณ์ด้านหน้าได้ไกล หลบหลีกซ้าย-ขวาได้ถูกจังหวะ ไปได้เร็วกว่า

แถมคล่องตัวยิ่งขึ้นแม้มิติตัวรถจะยาวราวกับรถปิกอัพ 4.9 เมตร ด้วยเทคโนโลยีระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ (Intelligent Four-Wheel Steering System) ทำให้การเปลี่ยนเลนมีเสถียรภาพแม้ในช่วงความเร็วสูง รวมถึงการกลับรถในที่แคบที่ทำได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วยรัศมีวงเลี้ยว 5.1 เมตร
จะมีขัดตาก็ตรงกระจกบานหลัง และกระจกมองหลังที่ค่อนข้างเล็ก แถมยังมีหัวหมอนของที่นั่งกลางแถวสองขวางตาอยู่หน่อยๆ ทำให้มองเห็นแค่หลังคารถคันหลัง ต้องดึงลงถึงมองได้ชัดขึ้น แต่ก็ยังไม่เคลียร์ ต้องอาศัยกระจกมองข้างมากกว่าปกติ
แม้กำลังและแรงบิดจากสเป๊กรุ่นที่ทดสอบ Premium 2WD มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 295 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ซึ่งดูค่อนข้างแรงอยู่พอสมควร

การออกตัว หรือเร่งแซงทำได้ทันใจ แต่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล ไม่กระโชกโฮกฮาก หรือกระชากหลังติดเบาะ ถ้าให้จำกัดความคือแรงแบบผู้ดีประมาณนั้น
ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ Double Wishbone ด้านหลังแบบอิสระมัลติลิงก์ ให้ความรู้สึกนุ่มหนึบแน่นมั่นคง ไม่ว่าจะบนย่านความเร็วสูง หรือผ่านหลุม บ่อ คอสะพาน แทบไม่มีอาการสะท้านให้ได้รู้สึก
โหมดการขับขี่มีให้เลือก 6 แบบ Eco/ Comfort/ Sport/ Snow/ Custom และ Super Eco จากที่ลองโหมด Eco และ Sport ตัวรถมีอาการหน่วงจากการรีเจนแบตเตอรี่ แม้จะเลือกให้ระดับต่ำแล้วก็ตาม สุดท้ายโหมด Comfort ดูจะตอบโจทย์ที่สุด
ขณะที่โหมด Snow เหมาะกับถนนเปียก ช่วยให้ยึดเกาะถนนดีขึ้น โหมด Custom เลือกได้เองว่าต้องการแบบไหน และโหมด Super Eco มีไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เพราะจะดึงไฟสำรองจากแบตเตอรี่มาใช้ได้อีก 80 ก.ม.

เอ็มจี IM6 ออกแบบได้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบรถอีวี SUV ผลงานการดีไซน์ร่วมกันของนักออกแบบจาก SAIC MOTOR CORPORATION และ University of Art London ภายใต้คอนเซ็ปต์ Gentle Sculpture เน้นความโค้งมน ดูพลิ้วไหว
ไฟหน้าแบบ L Shape ทำให้รถดูโฉบเฉี่ยว พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน ไฟท้ายพาดยาวแบบ Skyline Taillights และการออกแบบเส้นสายให้ดูโค้งโอบล้อมเข้ากับช่วงท้ายรถ

ภายในดีไซน์เน้นความเรียบหรู คอนโซลหน้าวัสดุบุนุ่ม พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง เบาะนั่ง POPO Sofa ทรงขนมปัง หุ้มด้วยวัสดุสังเคราะห์ เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง มาพร้อมระบบนวด และระบายความร้อน
หน้าจอสัมผัส 2 จอขนาดใหญ่ จอแสดงผลแบบดิจิทัล 26.3 นิ้ว และหน้าจอกลางระบบสัมผัส 10.5 นิ้วไว้สั่งการระบบต่างๆ ในตัวรถ ระบบแอร์แยกโซนอิสระ พร้อมช่องลมแอร์สำหรับเบาะนั่งแถวหลัง เบาะหลังปรับเอนได้ 18 องศา และพับพนักพิงแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ

ความปลอดภัยจัดเต็มด้วยระบบ ADVANCED DRIVER ASSISTANCE SYSTEM (ADAS) อาทิ ระบบช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากมุมอับสายตา ทำงานประสานกันทั้งระบบช่วยเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist) ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระบบช่วยเบรกขณะถอย RCTB (Rear Cross Traffic Braking) และระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning) เป็นต้น เรียกว่ามั่นใจได้ทุกขณะที่อยู่บนเจ้าเอ็มจี IM6 คันนี้
ส่วนจะคุ้มค่าคุ้มราคา 1.299 ล้านบาทหรือไม่นั้นต้องแวะไปพิสูจน์ ด้วยการทดลองขับที่โชว์รูมเอ็มจี ทั่วประเทศ
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ