CHANGAN ชูกลยุทธ์ ‘In Thailand, For Thailand’ เปิดตัว 2 รุ่นใหม่ลุยตลาด DEEPAL NEW S07 – DEEPAL HUNTER K50 REEV Max AWD หวังดันยอดทั้งปีแตะ 2 หมื่นคัน

นายเซิน ซิงหัว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซาท์อีส เอเชีย จำกัด และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเดินหน้าภายใต้กลยุทธ์ ‘In Thailand, For Thailand’ โดยมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจที่ครอบคลุมรอบด้าน ชูความสำเร็จในตลาดควบคู่กับความมุ่งมั่นระยะยาวต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทยและการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต

โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าจะมียอดขายที่ระดับ 20,000 คัน และภายในระยะเวลา 5 ปีจากนี้ จะมียอดขายติดอันดับ 3 ของ ค่ายรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดในประเทศไทยภายในปี 2573

หลังจากได้ลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท สร้างโรงงานแห่งแรกนอกประเทศจีนที่จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับภูมิภาคครอบคลุมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

โดยเริ่มผลิตรถยนต์ DEEPAL S05 เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในประเทศและได้เริ่มมีการส่งออกโดยรถรุ่นนี้ ใช้ชิ้นส่วนและอะไหล่ที่ผลิตภายในประเทศมากกว่า 60% และเพิ่มเป็น 80% ภายในปี 2573 และในอีก 3 ปีข้างหน้า บริษัท มีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่อีกมากกว่า 7 รุ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยล่าสุดเปิดตัว DEEPAL NEW S07 ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ LFP ขั้นสูง รองรับการชาร์จเร็วจาก 30% เป็น 80% ในเวลาเพียง 15 นาที มีระบบกันสะเทือนสไตล์ยุโรปช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่และความแม่นยำในการควบคุมรถ เสริมด้วยดีไซน์ล้อใหม่และความละเอียดอ่อนในการปรับรูปลักษณ์ภายนอกที่สะท้อนถึงวิวัฒนาการการออกแบบที่สดใหม่

โดย CHANGAN เปิดตัว DEEPAL NEW S07 ในราคาคาดการณ์ 1,219,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัวในราคา 1,099,000 บาท และ DEEPAL HUNTER K50 REEV Max AWD ที่มาพร้อมการอัปเกรดดีไซน์ทั้ง ราวหลังคา ไฟสปอร์ตบนหลังคา ประตูท้ายอเนกประสงค์ สปอร์ตบาร์ กันชนเหล็กด้านล่าง และระบบล็อกเฟืองท้ายทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ภายในมาพร้อมเพดานสีดำและโทนสีดำ-ส้มเฉดใหม่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและพรีเมียม พร้อมยกระดับความสะดวกสบายด้วย USB Type-C 2 พอร์ตและ Type-A 1 พอร์ต ส่วนระบบ V2L ใหม่สามารถรองรับเอาต์พุต DC 22 กิโลวัตต์ เพื่อความคล่องตัวที่มากขึ้นสำหรับการจ่ายพลังงานขณะเดินทาง

DEEPAL HUNTER K50 REEV Max AWD เปิดตัวในตลาดประเทศไทยด้วยราคาคาดการณ์ 1,249,000 บาท

ส่วนอีกรุ่นได้แก่ AVATR 11 Royal Edition ที่โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบมอเตอร์คู่ ช่วงล่างใช้เทคโนโลยี Magnetorheological Dampers แบบเดียวกับซูเปอร์คาร์ ช่วยปรับการหน่วงในเสี้ยววินาทีเพื่อการควบคุมที่แม่นยำและความสบายสูงสุด มีตัวถัง 2 โทนสีเทาและดำตกแต่งด้วย เส้นขอบสีเงินสตาร์ไลน์สุดหรู เสริมด้วยล้อแม็กที่หล่อเป็นรูปดาว 7 แฉกขนาด 22 นิ้ว

ส่วนภายในห้องโดยสารที่ออกแบบมาสำหรับผู้บริหารระดับสูงห้อมล้อมด้วยหนังแท้แบบกึ่งอนิลิน (Semi-aniline leather) สี Rose-White พร้อมที่นั่ง VIP 4 ที่นั่ง รวมถึงพื้นที่พักผ่อนด้านหลังซึ่งมาพร้อมที่วางแขนแบบลอยตัว ฟังก์ชันนวด 8 จุด

AVATR 11 Royal Edition ระบบชาร์จไร้สาย 50 วัตต์ พร้อมการควบคุมด้วยระบบสัมผัส ซึ่งพร้อม เปิดตัวภายในพฤศจิกายน 2568 นี้

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน