รถยนต์หนึ่งคันอาจเริ่มต้นจากการเป็นพาหนะ แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำและการใช้ชีวิตของผู้คน ตั้งแต่การขับรถพาครอบครัวออกท่องเที่ยวในวันหยุด การรับส่งลูกไปโรงเรียนทุกเช้า การเดินทางไปเที่ยวในช่วงเทศกาล ไปจนถึงการบรรทุกสินค้าเพื่อสร้างรายได้หรือขับเคลื่อนธุรกิจในแต่ละวัน ทุกกิโลเมตรล้วนถูกบันทึกเรื่องราวและช่วงเวลาสำคัญของชีวิต ตลอด 65 ปีที่ผ่านมา “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส” คือหนึ่งในแบรนด์ที่เติบโตเคียงข้างสังคมไทย และในวาระครบรอบ 65 ปี บริษัทฯ ประกาศก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะ “Life Enhancer” ภายใต้แนวคิด “ENJOY THE RIDE จอยได้ทุกเส้นทาง” พร้อมเปิดตัว “MITSURU” คาแรกเตอร์ใหม่ที่สะท้อนความสุขและพลังบวกของการเดินทาง
ท่ามกลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่วันนี้ดุเดือดกว่าที่เคย ทั้งคู่แข่งหน้าใหม่ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็วจนตามแทบไม่ทัน และผู้บริโภคที่ไม่ได้มองหาแค่ “รถดี” แต่อยากได้แบรนด์ที่ “เข้าใจชีวิต” ของตัวเองจริงๆ มิตซูบิชิที่เริ่มต้นจากผู้จัดจำหน่ายรถสามล้อและรถนั่งขนาดเล็กเมื่อ 65 ปีก่อน วันนี้เติบโตจนกลายเป็นฐานการผลิตและส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่มบริษัทนอกประเทศญี่ปุ่น และเลือกจังหวะสำคัญนี้ในการพลิกโฉมตัวเองครั้งใหญ่เพื่อฉลองปีที่ 65 ในไทยอย่างสมศักดิ์ศรี มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จึงจัดงานใหญ่แห่งปีในชื่อ “Enjoy The Ride จอยได้ทุกเส้นทาง กับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส” ขึ้น ประกาศทิศทางใหม่ของแบรนด์อย่างเป็นทางการ พร้อมส่งสัญญาณชัดเจนว่าต่อจากนี้ มิตซูบิชิจะไม่ใช่แค่แบรนด์ที่ผลิตรถยนต์ แต่จะเป็นเพื่อนร่วมทางในทุกช่วงชีวิตของคนไทย

จากผู้ผลิตรถยนต์สู่การเป็น “แบรนด์ที่เติมเต็มชีวิต“
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมา สิ่งที่แบรนด์ภาคภูมิใจไม่ได้มีเพียงการส่งมอบรถยนต์คุณภาพสูงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความไว้วางใจจากลูกค้า การสร้างการจ้างงาน และการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจไทยนับตั้งแต่ปี 2504 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เติบโตเคียงข้างสังคมไทยมาโดยตลอด ด้วยปรัชญาการทำงานที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ทั้ง “KOE” (声) การรับฟังเสียงลูกค้า และ “KANDO” (感動) การสร้างความประทับใจในทุกรายละเอียด จนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของไทย และเป็นฐานการผลิตสำคัญของมิตซูบิชิระดับโลก ด้วยยอดผลิตสะสมกว่า 7 ล้านคัน และส่งออกไปแล้วกว่า 5 ล้านคัน ใน 120 ประเทศทั่วโลก

ทว่าท่ามกลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่แข่งขันดุเดือดขึ้นทุกวัน ทั้งคู่แข่งหน้าใหม่และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็ว ผู้บริโภคยุคนี้ไม่ได้มองหาแค่ “รถที่ดี” แต่ต้องการแบรนด์ที่เข้าใจชีวิต ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง มิตซูบิชิจึงเลือกจังหวะครบรอบ 65 ปีนี้ ปรับมุมมองจากการพูดถึงแค่ตัวรถ ไปสู่การพูดถึงชีวิตของผู้ใช้รถให้มากขึ้น พร้อมประกาศบทบาทใหม่ในฐานะ “Life Enhancer” หรือแบรนด์ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การใช้เวลากับครอบครัว หรือการออกไปสร้างความทรงจำใหม่ๆ
แม้จะปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยและใกล้ชิดผู้บริโภคมากขึ้น มิตซูบิชิยังคงยึดมั่นใน DNA ดั้งเดิมที่สร้างความไว้วางใจมาตลอด นั่นคือความเชี่ยวชาญด้านสมรรถนะและเทคโนโลยีการขับขี่ ภายใต้แนวคิด “Expert in Any Road Condition” หรือผู้เชี่ยวชาญในทุกสภาพถนน ซึ่งผ่านการพิสูจน์จริงด้วยการทดสอบรถบนถนนเมืองไทยกว่า 100,000 กิโลเมตร อย่างมิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอสยูวี รวมถึงประสบการณ์จากสนามแข่งระดับโลกอย่างเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ (AXCR) ที่นำข้อมูลเชิงเทคนิคมาต่อยอดพัฒนาเทคโนโลยี ทั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Super Select 4WD-II และแนวคิด MITSUBISHI e:MOTION ในกลุ่มรถยนต์ไฮบริดที่ผสานโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ เข้ากับระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง เพื่อมอบประสบการณ์ขับขี่ที่สนุก ปลอดภัย และมั่นใจในทุกเส้นทาง

“MITSURU” ตัวแทนพลังบวก เชื่อมโยงหัวใจคนทุกเจเนอเรชัน
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของการรีแบรนด์ครั้งนี้คือการเปิดตัว “มิตซูรุ” (MITSURU) คาแรกเตอร์แบรนด์แอมบาสเดอร์ใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ “The Energetic Boy” เด็กหนุ่มพลังงานสูงผู้รักการเดินทางและการผจญภัย ชื่อ MITSURU มาจากคำว่า “MITSU” ที่คนไทยคุ้นเคยและใกล้ชิดกับแบรนด์มายาวนาน ผสานกับ “RU” เสียงลงท้ายสไตล์ญี่ปุ่นที่สะท้อนรากเหง้าความเป็นแบรนด์ญี่ปุ่น พร้อมความรู้สึกถึงความสมบูรณ์และความน่าเชื่อถือมิตซูรุไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพียงเพื่อเป็นมาสคอตประดับงานอีเวนต์ ทว่าถูกวางบทบาทให้เป็นตัวกลางสำคัญที่ช่วยถ่ายทอดแนวคิด “Enjoy The Ride” ให้จับต้องได้ง่ายขึ้น ด้วยความเป็นมนุษย์ ความสดใส และเข้าถึงง่าย กลายเป็นสะพานเชื่อมทางอารมณ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาแบรนด์ที่มีตัวตนชัดเจนและเป็นกันเอง

ควบคู่ไปกับภาพลักษณ์ใหม่ มิตซูบิชิยังคงยืนยันหัวใจของการดูแลลูกค้าผ่านจิตวิญญาณบริการแบบญี่ปุ่น “Omotenashi” (おもてなし) การดูแลด้วยความใส่ใจ จริงใจ และพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายกว่า 180 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ลูกค้าตลอดการเป็นเจ้าของรถ

และในปีนี้ มิตซูบิชิยังเตรียมส่งต่อจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยผ่าน “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” ที่มีกำหนดเปิดตัวครั้งแรกของโลกในไตรมาสที่ 3 นี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเสนอยนตรกรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยยกระดับและเติมเต็มการใช้ชีวิตของคนไทย
การประกาศทิศทางแบรนด์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการฉลองครบรอบ 65 ปีตามธรรมเนียม แต่คือจุดเริ่มต้นบทใหม่ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในฐานะเพื่อนร่วมทางที่พร้อมเดินเคียงข้างคนไทยไปในทุกเส้นทางของชีวิต ไม่ว่าถนนข้างหน้าจะราบเรียบหรือขรุขระเพียงใดก็ตาม