พณ.งดขายหน้ากากอนามัยในร้านธงฟ้า-ห้างดัง เจอปัญหาของรั่วไหล-ตรวจสอบยาก

โควิด – หน้ากากอนามัย / วันที่ 23 มี.ค. นายสุชาติ สินรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ลงนามในคำสั่งถึงพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เรื่องการจัดสรรหน้ากากอนามัยให้ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น สาระสำคัญคือให้พาณิชย์จังหวัดตรวจสอบและติดตามสถานการณ์หน้ากากอนามัยอย่างใกล้ชิด หลังมีคำสั่งตามมติคณะอนุกรรมการศูนย์บริหารจัดการสินค้าหน้ากากอนามัยเมื่อ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ให้ยกเลิกการจัดสรรสินค้าหน้ากากอนามัยผ่านช่องทางร้านค้าธงฟ้าฯ และการกระจายผ่านร้านสะดวกซื้อ (7-11) และห้างสรรพสินค้า เช่น เทสโก้โลตัส แม็คโคร BIG C วิลล่ามาร์เก็ต TOPs เดอะมอลกรุ๊ป และโฮมโปร โดยจะมีการจัดสรรหน้ากากฯ รอบการส่งสุดท้ายวันที่ 16 มี.ค.63

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ให้พาณิชย์จังหวัดออกตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัยอย่างใกล้ชิดเป็นประจำทุกวัน โดยดำเนินการตรวจสอบผู้ประกอบการ ร้านขายยา ร้านค้าปลีก และห้างสรรพสินค้า ติดตามภาวะราคา ปริมาณการจำหน่ายของหน้ากากอนามัย รวมถึงการชี้แจงสร้างความเข้าใจในการปฎิบัติตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เพื่อให้มีการปิดป้ายแสดงราคาอย่างชัดเจน ตรวจสอบการขายเกินราคาควบคุม และป้องกันปราบปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าแพงเกินสมควร หรือทำการกักตุนสินค้าหน้ากากอนามัย

“ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าหน้ากากอนามัยมี 2 ประเภทคือหน้ากากอนามัยทั่วไป และหน้ากากทางการแพทย์ ดังนั้นหน้ากากทางการแพทย์ควรส่งให้บุคลากรทางการแพทย์ได้มีใช้อย่างเพียงพอ ส่วนประชาชนทั่วไปสามารถใช้หน้ากากทางเลือก ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจตราอย่างเข้มงวดไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปต้องปรับการทำงานให้เหมาะสม ซึ่งหวังว่าประชาชนจะเข้าใจและให้ความร่วมมืออย่างดี” นายสุชาติกล่าว

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในคำสั่งดังกล่าว ได้สั่งให้พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า และแหล่งจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ อย่างใกล้ชิด หากมีสถานการณ์ผิดปกติ เช่น พบการกักตุนสินค้า สินค้าเริ่มขาดตลาด มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าให้แจ้งกระทรวงฯทันที

นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในได้ปรับเปลี่ยนการจัดสรรหน้ากากอนามัยใหม่ โดยจะเน้นไปยังกลุ่มเสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของโรงพยาบาล ร้านขายยา ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนกรณีทีมีประกาศสำนักงานปลักกระทรวงพาณิชย์ ระบุถึงการยกเลิกการจัดสรรหน้ากากอนามัย ผ่านร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค.2563 เป็นต้นไป เป็นการปรับเปลี่ยนการกระจายหน้ากากอนามัย เพื่อให้มีความเหมาะสมมากขึ้น

“เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปของการระบาดของโรคโควิด-19 ดังนั้นต้องมีการกระจายสินค้าไปยังกลุ่มที่มีความต้องการมากและมีความจำเป็นก่อน”

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า การจัดสรรหน้ากากไปยังร้านธงฟ้าฯ ก่อนหน้านี้พบปัญหาหลายด้าน ทั้งการรั่วไหลของหน้ากากที่อาจรั่วไหลตั้งแต่ต้นทางจัดส่ง หรือรั่วไหลเมื่อไปถึงร้านค้าต่างๆแล้ว เพราะระบบการค้าของร้านธงฟ้าฯ ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการจำหน่ายไปเท่าไหร่ ช่วงเวลาใด หรือแม้แต่ราคาเท่าไหร่ เนื่องจากไม่มีระบบบันทึกข้อมูลดังกล่าว

ขณะที่การจำหน่ายผ่านห้างสรรพสินค้า หรือร้านสะดวกซื้อ สามารถตรวจสอบได้ หรือแม้แต่การสั่งให้จำหน่ายในช่วงเวลาใด การจำกัดการจำหน่ายแต่ละบุคคลไม่ให้เกินเท่าไหร่ ก็สามารถทำได้ เพราะมีระบบบันทึกข้อมูลตรวจสอบย้อนกลับได้ นอกจากนี้ ไม่ว่าจะจำหน่ายในช่องทางใดก็พบว่า การรีแพคเกจหน้ากากฯเพื่อบรรจุให้ได้ 4 ชิ้นต่อ 1 ซอง ในราคาซองละ 10 บาท นั้น เป็นการเสียเวลาและกำลังแรงงานมาก ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน