นราธิวาส พบชายวัย 48 ติดเชื้อ ‘โควิด’ คาดติดจากมาเลย์ ลอบนั่งเรือข้ามแม่น้ำขึ้นฝั่งที่ตากใบ มีน้องชาย-น้องสะใภ้ไปรับ นั่งกระบะมีผู้โดยสารร่วม 5 คน
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

เมื่อวันที่ 7 ม.ค.64 ที่ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย นายแพทย์วิเศษ สิรินทรโสภณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัส (COVID-19) จังหวัดนราธิวาส ครั้งที่ 2 โดยศูนย์ EOC COVID-19 สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส
นายเจษฎา กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาส ดำเนินการในการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสอย่างเข้มข้นมาโดยตลอด จนทำให้จังหวัดนราธิวาสไม่มีผู้ป่วยใหม่มาแล้วเป็นระยะเวลา 208 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม ถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2563 มีผู้ป่วยสะสม 43 ราย สำหรับการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่จังหวัดนราธิวาส ครั้งนี้เป็นรายที่ 2
โดยเมื่อวันที่ 5 ม.ค.64 จังหวัดนราธิวาส พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 ราย เป็นผู้ป่วยอยู่ในศูนย์กักกันตัว (LQ) ตลาดกลางการเกษตรเพื่อการส่งออก จังหวัดภาคใต้ชายแดน อำเภอยี่งอ ซึ่งเดินทางมาจากรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย โดยผ่านช่องทางธรรมชาติ เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.63 เข้ารับการกักตัวที่ศูนย์กักกันตัว และได้รับการตรวจหาเชื้อจนมีผลยืนยันในวันที่ 5 ม.ค.64 นับเป็นผู้ป่วยสะสมรายที่ 45
ขณะนี้กำลังพักรักษาตัวในโรงพยาบาลยี่งอเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา และเพื่อเป็นการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดนราธิวาส โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนราธิวาส จึงได้ออกคำสั่งจังหวัดนราธิวาส 3 ฉบับ ลงวันที่ 4 มกราคม 2564 ดังนี้
ฉบับที่ 1 คำสั่งที่ 11/2564 เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 ฉบับที่ 2 คำสั่งที่ 12/2564 เรื่อง มาตรการควบคุมตลาดและถนนคนเดิน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 และฉบับที่ 3 คำสั่งที่ 13/2564 เรื่อง จัดตั้งด่านตรวจ/จุดสกัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
ทั้งนี้มาตรการที่กล่าวมาทั้งหมดจะสำเร็จไม่ได้ หากไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะภาครัฐ ภาคเอกชน และที่สำคัญอย่างยิ่งภาคประชาชน ชาวจังหวัดนราธิวาส ขอให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ที่จังหวัดกำหนดอย่างเคร่งครัด หากไม่มีความจำเป็นในระยะนี้ ให้ชะลอการเดินทางข้ามเขตจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พร้อมกันนี้ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการเดินทางของประชาชนตามด่านตรวจต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
ด้านนายแพทย์วิเศษ สิรินทรโสภณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส กล่าวถึงกรณีที่พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มอีก 1 ราย นับเป็นผู้ป่วยสะสมรายที่ 45 เมื่อวันที่ 5 ม.ค.64 ซึ่งเป็นผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่รายที่ 2 ของจังหวัดนราธิวาส ขณะนี้กำลังพักรักษาตัวในโรงพยาบาลยี่งอเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา
สำหรับผู้ป่วยใหม่รายนี้ เป็นเพศชาย อายุ 48 ปี ไม่มีไข้ มีอาการไอ จากการสอบสวนพบว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม 2563 เดินทางไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย ณ โรงเรียนสอนศาสนา เมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน และ วันที่ 27 ธ.ค.63 เวลาประมาณ 20.00 น. เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ (โดยสารเรือข้ามแม่น้ำ) ที่อำเภอตากใบ มีน้องชายและน้องสะใภ้เดินทางไปรับ
ซึ่งได้ประสานผู้ใหญ่บ้านและสาธารณสุขอำเภอตากใบ เพื่อไปเข้าพักยังจุดพักคอยที่สนามกีฬามหาราช อำเภอสุไหงโก-ลก ต่อมาวันที่ 28 ธ.ค.63 เดินทางจากสนามกีฬามหาราช ไปยังจุดตรวจคัดกรอง ณ ด่านสุไหงโก-ลก โดยสารรถกระบะตอนเดียว มีผู้โดยสารร่วมด้วยจำนวน 5 คน
หลังจากนั้นส่งตัวไปยัง LQ ตลาดกลางการเกษตรเพื่อการส่งออก อำเภอยี่งอ มีผู้กักกันที่ตลาดกลางการเกษตรฯ อำเภอยี่งอ จำนวนทั้งหมด 21 คน ซึ่งในวันที่ 2 ม.ค.64 ได้เก็บตัวอย่างตรวจครั้งที่ 1 ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ทั้งหมด 21 คน พบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำนวน 1 ราย และเมื่อวันที่ 5 ม.ค.64 ได้รับผลยืนยันจากห้องปฏิบัติการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จังหวัดสงขลา ว่าพบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งน่าจะเป็นการติดเชื้อจากประเทศมาเลเซีย
จากกรณีดังกล่าว การเดินทางกลับจากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค เช่น รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย จะด้วยการผ่านด่านที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือผ่านช่องทางธรรมชาติ ยังคงมีความเสี่ยงที่อาจนำเชื้อเข้าประเทศโดยไม่รู้ตัว
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนราธิวาส ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนชาวนราธิวาส ช่วยกันสอดส่อง เฝ้าระวัง ผู้ที่ลักลอบเข้าประเทศโดยไม่ผ่านการคัดกรอง หรือผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงภายในประเทศ มาจากจังหวัดที่มีการประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ให้รายงานตัวกับบุคลากรสาธารณสุขในอำเภอที่ท่านอาศัยอยู่ และปฏิบัติตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
และขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างเคร่ง ด้วยการ D Distancing : เว้นระยะห่างกัน 1-2 เมตร M Mask wearing : สวมหน้ากากทุกครั้งเมื่อออกจากบ้านไปในที่สาธารณะ H Hand washing : ล้างมือให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ T Testing : ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ก่อนเข้า-ออกทุกสถานที่ หรือตรวจหาเชื้อ (เฉพาะผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน) T Thai cha na : ลงชื่อสแกนไทยชนะทุกสถานที่ที่ไป หากมีการระบาดในสถานที่นั้นๆ จะได้ตามตัวได้
ซึ่งการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ ในจังหวัดนราธิวาส จะไม่ขยายวงกว้าง ถ้าหากชาวนราธิวาสทุกคนให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขขอความร่วมมือ และตามมาตรการที่จังหวัดนราธิวาสกำหนดอย่างจริงจัง คาดว่าแนวโน้มการป่วยด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกใหม่ของจังหวัดนราธิวาส จะเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ และไม่สูงมากตามที่คาดการณ์ไว้ และโรงพยาบาลสามารถรองรับผู้ป่วยในได้ตามมาตรฐานและเพียงพอ
แต่ถ้าหากประชาชนยังไม่ให้ความร่วมมือในการป้องกันการติดเชื้อโรค เช่น ไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า มีการไปร่วมกิจกรรมที่มีคนจำนวนมาก โดยไม่มีการเว้นระยะห่าง ไม่ล้างมือให้สะอาด เป็นต้น คาดว่าในอนาคตจะมีผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น การปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันอย่างเคร่งจะเป็นตัวช่วยอย่างดีที่จะทำให้คนนราธิวาสปลอดโรค จังหวัดนราธิวาสปลอดภัยจากโควิด