“อนุทิน” เผย วัคซีนโควิด แพ้ได้ เป็นเรื่องปกติ วอนประชาชนอย่ากังวล แจงหากรอชัวร์ 100% อาจไม่ได้ของ ยัน ทุกอย่างต้องปลอดภัย
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 18 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีข้อกังวลเรื่องการฉีดวัคซีนจะไม่ปลอดภัยหลังการฉีดที่ประเทศนอร์เวย์และประเทศจีน ว่า ข้อมูลทุกวันนี้ได้มาจากสื่อต่างชาติ ยังไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานของรัฐใดๆ การใช้วัคซีนและมีปัญหาว่าจะเกิดอันตรายหรือไม่หรือควรที่จะต้องยกเลิกการใช้หรือไม่ในส่วนของประเทศไทยการจัดวัคซีนและฉีดให้ประชาชน ยืนยันว่ารัฐบาลจะดูแลประชาชนอยู่แล้วและต้องเป็นวัคซีนที่ได้รับการยืนยันว่าปลอดภัยในภาพรวม ต้องยอมรับว่าหากฉีดคนเป็นล้านคนต้องมีอาการแพ้บ้าง และเป็นเรื่องปกติทางการแพทย์
ทางสธ.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาบริหารจัดการเรื่องวัคซีน ว่าใครเป็นกลุ่มเสี่ยงและได้รับการฉีดก่อนหรือกลุ่มไหนเป็นกลุ่มเฝ้าระวัง ซึ่งได้เริ่มฏิบัติงานแล้วตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมาและหากมีอะไรก็จะให้คณะกรรมการชุดนี้ออกมาแถลงอย่างเป็นทางการ พวกเราพร้อมสนับสนุนโดยคำนึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ
- นอร์เวย์เตือน วัคซีนโควิด-19 เสี่ยงในกลุ่มผู้สูงอายุ พบดับหลังฉีดวัคซีน 23 ราย
- คลอดแล้ว แผนฉีดวัคซีน โควิด จัดลำดับ ใครบ้างต้องได้ฉีดก่อน
- ประยุทธ์ เผยดีเดย์ ฉีดวัคซีนโควิด บริษัทสัญชาติไทย กลางปีนี้ ย้ำขอให้ประชาชนมั่นใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่าในประเทศไทยต้องมีกลุ่มตัวอย่างทดลองวัคซีนกลุ่มแรกก่อนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เวลาขึ้นทะเบียนยา ทะเบียนวัคซีน ต้องใช้ผลการทดลองของประเทศผู้ผลิตมาเป็นองค์ประกอบ เราไม่ทำอะไรที่มันแปลกแยก เพราะจะมีประเด็นอื่นแทรกเข้ามา เพราะทุกอย่างต้องทำด้วยกัน และเวลาก็สำคัญ เพราะหากจะต้องรอปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีอาการแพ้ไม่มีอาการข้างเคียงเลย กลัวว่าเราจะไม่ได้วัคซีนกัน เราต้องยึดถึงหลักทางการแพทย์และองค์การอนามัยโลกยอมรับ เรามีทั้งคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ คณะกรรมการโรคติดต่อ มีทั้งแพทย์ทยสภาที่จะต้องระดมกำลังกันเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประชาชน
“เรื่องวัคซีนไม่ต้องกังวล กระทรวง สธ.มีอย.ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จะต้องทำการตรวจสอบเอกสาร แต่ละยี่ห้อส่งเข้ามาเป็นหมื่นหน้า กว่าจะตรวจสอบและอนุมัติได้ ต้องใช้เวลาและการพิสูจน์เยอะแยะไปหมด ซึ่งถือว่ามีมาตรฐานการพิสูจน์อยู่แล้วและการอนุมัติการใช้วัคซีน เพื่อแก้โควิด-19 ใช้ในมาตรฐานของมาตรการฉุกเฉิน ไม่ได้ใช้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งโรงพยาบาลเอกชนยังไม่สามารถสั่งเข้ามาได้ เพราะในการใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินรัฐบาลต้องเป็นผู้กำหนดอยู่ในการควบคุมของรัฐบาล”
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้พูดคุยกับนายกฯก่อนหรือไม่ว่าจะเป็นผู้ทดสอบฉีดวัคซีนก่อน นายอนุทิน กล่าวว่า ประเด็นนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ เอาเรื่องของความปลอดภัยเป็นที่ตั้งและเวลาที่เราจะได้วัคซีนมาเป็นที่ตั้ง เพราะนโยบายของเราต้องฉีดให้กับประชาชนทั่วไป แต่เราไปบังคับเขาไม่ได้ ซึ่งเราก็ต้องให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่สุดให้ประชาชนได้พิจรณา เราก็จะจัดระดับความสำคัญในการฉีด และต้องใช้เวลา ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้ และในประมาณเดือนมิถุนายน วัคซีนที่เราซื้อไปเริ่มให้บริการครอบคลุมกับจำนวนคนส่วนใหญ่ของประเทศได้