11 สภาวิชาชีพผนึกกำลัง นำทักษะเฉพาะทางมาช่วย สธ. ร่วมสู้โควิด สภาสถาปนิกช่วยออกแบบ รพ.สนาม สถานที่ฉีดวัคซีน เภสัชกร ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ ช่วยฉีดวัคซีนโควิด

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2564 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย น.ส.ทัศนา บุญทอง นายกสภาการพยาบาล ในฐานะประธานสมาพันธ์สภาวิชาชีพ ร่วมกันแถลงข่าวสมาพันธ์สภาวิชาชีพรวมใจกู้ภัยโควิด 19

นายอนุทิน กล่าวว่า สภาวิชาชีพ 11 วิชาชีพผนึกกำลัง เพื่อแก้ปัญหาโควิด โดยนำทักษะเฉพาะด้านของสภาวิชาชีพต่างๆ มาช่วยสนับสนุนการทำงานของ สธ. อาทิ ทักษะด้านการออกแบบของสภาสถาปนิก มาออกแบบ รพ.สนาม หรือสถานที่ฉีดวัคซีน หรือรถโมบายโคฮอร์ท เพื่อให้ความปลอดภัย

หรือแม้แต่ทักษะการฉีดยา ทั้งเภสัชกร สัตวแพทย์ ทันตแพทย์ มาอบรมเพิ่มและช่วยฉีดวัคซีนให้ประชาชน เป็นต้น หากได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายวิชาชีพต่างๆ ที่มีสมาชิกมากกว่า 5 แสนคน ก็ช่วยเหลือสนับสนุนเชื่อว่าการฉีดวัคซีนให้กับคนไทยจำนวนมากจะเป็นไปตามเป้าหมาย

โดยการฉีดวัคซีนไม่ได้จำกัดแค่คนไทย แต่คนที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทยทุกคน ทั้งนี้ ขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ที่เสียสละ ทำงานท่ามกลางสถานการณ์ที่กดดัน น่ากลัว แต่ก็ยังทำงานอย่างต่อเนื่อง

ร่วมสู้โควิด

11 วิชาชีพ ร่วมสธ.สู้โควิด

น.ส.ทัศนา กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด 19 ระลอกใหม่ มีผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีก หากพวกเรายังไม่สามารถช่วยกันควบคุม จำนวนผู้ป่วยสะสมอาจเกินศักยภาพของระบบสาธารณสุขที่จะรับมือดูแลได้

นอกจากนี้ ยังพบบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ ทั้งแพทย์ พยาบาล และบุคลากรสุขภาพทุกสาขาต้องรับการรักษาตัว และถูกกักตัวเป็นระยะเวลา 14 วัน ซึ่งมีรายงานพยาบาลถูกกักตัวมีจำนวนเฉลี่ย รพ.ละ 20-30 คน

เฉพาะใน กทม. มี รพ.ที่ต้องกักตัวพยาบาล 17 แห่ง และ รพ.ที่มีพยาบาลถูกกักตัวมากที่สุด มีจำนวนถึง 78 คน ทำให้ รพ.แต่ละแห่งขาดแคลนกำลังคนมากยิ่งขึ้น สัดส่วนในการดูแลผู้ป่วยจากเดิมพยาบาล 1 คนต่อผู้ป่วย 20 เตียง ต้องเพิ่มเป็นพยาบาล 1 ต่อผู้ป่วยในบางแห่งถึง 100 เตียง

สมาพันธ์สภาวิชาชีพแห่งประเทศไทย ทั้ง 11 สภาวิชาชีพ ประกอบด้วย แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา สภาวิศวกร สภาสถาปนิก สัตวแพทยสภา สภาเทคนิคการแพทย์ สภากายภาพบำบัด และสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชปถัมภ์ ตระหนักถึงภาวะวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นดังกล่าว

จึงมีมติร่วมกันในการรวบรวม ผู้ประกอบวิชาชีพ ที่มีความรู้ และสามารถจัดสรรเวลาเพื่อมาเป็นอาสาสมัครร่วมปฏิบัติภารกิจที่จะสามารถปฏิบัติได้เพื่อช่วยแบ่งเบาการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข UHOSNET กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ

โดยมีหลักการร่วมกันว่า 1. การปฏิบัติภารกิจในสถานการณ์นี้ ไม่ถือว่าเป็นการก้าวล่วงการปฏิบัติของวิชาชีพอื่นที่มีกฎหมายกำกับอยู่ 2. ต้องมีการเตรียมความรู้ และความพร้อมให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและบุคลากรมีความปลอดภัย

ประเด็นที่บุคลากรของแต่ละสภาวิชาชีพ จะร่วมปฏิบัติได้ มีดังนี้ 1. การให้ข้อมูลและให้คำปรึกษา – ปฏิบัติได้ทุกสาขาวิชาชีพ 2. การฉีด Vaccine – วิชาชีพแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ ปฏิบัติได้ 3. การบริหารจัดการโรงพยาบาล/โรงพยาบาลสนาม/UHOSNET/ Hospitel – ปฏิบัติได้ทุกสาขาวิชาชีพ

4. การให้บริการ การดูแลในหอผู้ป่วยอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ผู้ป่วย COVID- 19 – วิชาชีพการพยาบาล ปฏิบัติได้ 5. การตรวจคัดกรอง และ swab เพื่อหาเชื้อ COVID-10 – ปฏิบัติได้ทุกสาขาวิชาชีพสุขภาพที่ได้รับการอบรมเพิ่มเติม

6. การจัดเตรียมโรงพยาบาล/โรงพยาบาลสนาม ดัดแปลงอาคาร ห้องความดันลบ เครื่องช่วยหายใจ เครื่องมือและปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงการบริหารจัดการพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีความปลอดภัย – วิชาชีพวิศวกร สถาปนิก ปฏิบัติได้

ทั้งนี้ แต่ละสภาวิชาชีพ ได้โพสต์แบบรับลงทะเบียนอาสาสมัครในเว็บไซต์ของแต่ละสภาวิชาชีพ ในหัวข้อ “สมาพันธ์สภาวิชาชีพรวมใจ สู้ภัยโควิด-19”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน