สธ.ปรับให้ยาฟาวิพิราเวียร์เร็วขึ้นเฉพาะกลุ่ม ย้ำมีผลข้างเคียงกินทุกคนไม่ได้

6 พ.ค. 2564 - 16:04 น.

สธ.สรุปแนวทางรักษาโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ กลุ่มที่ไม่มีอาการแต่มีโรคร่วม หรือปัจจัยเสี่ยง แต่ติดเชื้อไม่มีอาการไม่มีโรคร่วม ยังไม่ต้องให้ยา ย้ำไม่จำเป็นต้องให้ทุกคน

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

วันที่ 6 พ.ค. นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วกรมการแพทย์ ร่วมกับอาจารย์แพทย์ คณะแพทยศาสตร์ต่างๆ สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย และสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย หารือถึงผลการรักษาโรคโควิด 19 ของทั้งสามระลอกที่มีการระบาดด้วยสายพันธุ์ที่แตกต่างกัน ได้ข้อสรุปแนวทางการรักษา ดังนี้ 1.ผู้ติดเชื้อยืนยันไม่มีอาการและไม่มีโรคร่วม ไม่มีวิธีการรักษาเฉพาะ คือยังไม่ให้ยา 2.ผู้ติดเชื้อยืนยัน มีอาการเล็กน้อย หรือไม่มีอาการแต่มีโรคร่วม ซึ่งเดิมไม่ได้ให้ยา แต่แนวทางใหม่สามารถให้ยาฟาวิพิราเวียร์ได้เลยตามดุลพินิจของแพทย์

3.ผู้ติดเชื้อยืนยัน มีอาการเล็กน้อยและมีความเสี่ยง หรือมีอาการปอดอักเสบเล็กน้อย ให้ยาฟาวิพิราเวียร์ และ การให้สเตียรอยด์ในรายที่รุนแรง จะช่วยลดอาการรุนแรงในอนาคตที่ต้องใช้ท่อช่วยหายใจได้มาก และ 4.ผู้ติดเชื้อยืนยัน ปอดอักเสบ ออกซิเจนต่ำกว่า 96% หรือปอดอักเสบรุนแรง ให้ยาฟาวิพิราเวียร์ โลพินาเวียร์ หรือริโทนาเวียร์ และสเตียรอยด์ในรายที่รุนแรง ซึ่งกรณีนี้เหมือนเดิม

“เรียกว่าเราให้ยาเร็วขึ้น แต่ไม่ถึงกับให้ทุกคน หลายคนถามทำไมไม่หว่านแห การหว่านแหมีผลเสีย เพราะยามีผลข้างเคียง และจะเกิดเรื่องเชื้อดื้อยา เราไม่อยากหว่านแห เพราะผู้ติดเชื้อยืนยันประมาณ 30-40% ไม่มีอาการและไม่มีโรคร่วม โดยกลุ่มนี้พบว่า 80-90% อาการจะไม่เปลี่ยนเป็นแดง คือไม่จำเป็นต้องกินยา หรือต้องให้ยาโดยเปล่าประโยชน์” นพ.สมศักดิ์กล่าว

นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า สำหรับภาวะโรคร่วมหรือปัจจัยเสี่ยงที่ให้ยาฟาวิพิราเวียร์แม้ไม่มีอาการ ได้แก่ อายุมากกว่า 60 ปี โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง รวมโรคปอดเรื้อรังอื่นๆ โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมโรคหัวใจแต่กำเนิด โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ ภาวะอ้วน น้ำหนักมากกว่า 90กิโลกรัม ตับแข็ง ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ และเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ น้อยกว่า 1 เซลล์ต่อพันลูกบาศก์มิลลิเมตร และภาวะอื่นๆ ที่แพทย์พิจารณาว่าเป็นภาวะเสี่ยง

นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า ส่วนการจำหน่ายผู้ป่วยโควิด 19 ออกจาก รพ. โดยหลักการอยากให้รักษาอย่างน้อย 14 วัน แต่ถ้าพื้นที่ไหนมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการเตียง อาจจำหน่ายออกไปได้วันที่ 10 แต่ให้ไปกักตัวที่บ้านอีก 4 วัน จนครบ 14 วัน หากยังมีอาการอยู่ให้อยู่รักาจนไม่มีอาการแล้วอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง

ส่วนการบริหารจัดการยาฟาวิพิราเวียร์ กระจายไปทั่วประเทศแล้ว 2 ล้านเม็ดกระจาย จะมีเข้ามาอีก 3 ล้านเม็ด โดยขณะนี้ใช้ยาประมาณ 5 หมื่นเม็ดต่อวัน ยา 5 ล้านเม็ดจะพอใช้ประมาณ 3 เดือนกว่าๆ ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. ขอให้มีสต๊อกยา 2 ล้านเม็ดไปเรื่อยๆ ขณะนี้มีการกระจายยาทุกจังหวัดทั่วประเทศ จากเดิมที่เคยสต๊อกไว้ที่จังหวัดใหญ่ๆ ส่วน กทม.กระจายยาทุกเครือข่าย รพ.แล้ว รวทมถึง รพ.สนามและฮอสปิเทลด้วย หากผู้ติดเชื้อไม่มีอาการแต่มีโรคร่วมสามารถให้ยาได้เลย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ สธ.ปรับให้ยาฟาวิพิราเวียร์เร็วขึ้นเฉพาะกลุ่ม ย้ำมีผลข้างเคียงกินทุกคนไม่ได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง