เตรียมเพิ่มเตียงโควิดสีแดง 7 รพ. ทั้งรัฐ-เอกชน-มหาลัย ส่วนบุคลากรเล็งนำทั้งแพทย์ทหาร สาธารณสุขต่างจังหวัด หมอจบใหม่มาช่วยดูแลผู้ป่วย
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.64 พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) กล่าวว่า การจัดการเตียง กทม.และปริมณฑล ที่ประชุมหารือกันมาต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ นายกรัฐมนตรีและ ผอ.ศบค. กำกับเน้นย้ำทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเหลือ กทม. ปริมณฑลในการเพิ่มศักยภาพการขยายเตียง ซึ่งน่าห่วงเตียงที่ดูแลอาการรุนแรงสีเหลือง สีแดง ทั้งนี้ ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน โดยมี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ที่ปรึกษาคณะกรรมการบูรณาการการดูแลโรคระบาดโควิด 19 กทม.และปริมณฑล
มีการพูดคุยข้อเสนอแนะ 2-3 ประการ คือ การเพิ่มเตียงสีแดง รพ. มีการพูดถึง รพ.บางขุนเทียน และ รพ.ราชพิพัฒน์ ที่จะยกระดับรองรับผู้ป่วยรุนแรงมากขึ้น และหารือรพ.เอกชน โดยปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มอบหมายให้ทุกภาคส่วนของ สธ.ระดมสรรพกำลังเพิ่มประสิทธิภาพ กทม.และปริมณฑล หารือ รพ.มงกุฎวัฒนะ และ รพ.ธนบุรี พยายามปรับ รพ.พื้นที่ให้รองรับอาการรุนแรงมากขึ้น และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ม.มหิดล และวชิรพยาบาล 3 ส่วนนี้ระดมบุคลากรให้เปิดเตียงรองรับได้อีกกว่า 50 เตียงภายในมิ.ย.นี้
“เรามีสถานที่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ ข้อจำกัดคือระดมบุคลากร พูดคุยกันว่าจะระดมบุคลากรทุกภาคส่วน เช่น ทหาร สาธารณสุขในต่างจังหวัด หรือแพทย์จบใหม่เพิ่งสอบเสร็จ จะระดมมาดูแลในกทม.และปริมณฑล เพื่อการจัดการเตียงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับผู้ป่วยมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอาการรุนแรง และยังพูดถึงการเพิ่มทีมสอบสวนโรคด้วย เพราะเมื่อพบผู้ติดเชื้อพื้นที่ใดกลุ่มก้อนใด การสอบสวนโรคเป็นกลไกสำคัญค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูง มีโอกาสกลายเป็นผู้ป่วย เพื่อแยกออกจากครอบครัวชุมชน ป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดกระจายเป็นวงกว้าง” พญ.อภิสมัย กล่าว
ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวว่า นอกจากนี้ มีการหารือกันเรื่องอนุญาตผู้ป่วยเลือกดูแลตนเองที่บ้าน หรือ Home Isolation มีรายละเอียดมากมาย แต่ยังเอามาเป็นข้อสรุปไม่ได้ มีอันตรายที่เป็นความเสี่ยงการพิจารณาหลายจุด ต้องประเมินที่แม่นยำ อาการเหลืองหรือแดง ไม่สามารถรับการดูแลตนเองที่บ้าน ต้องเฉพาะสีเขียวเท่านั้น
การปฏิบัติตัวของผู้ป่วย บุคลากรต้องประเมินว่าจะร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองที่ปลอดภัยหรือไม่ และประเด็นละเอียดอ่อน เรื่องการกักกันตนเองอย่างไรไม่นำเชื้อไปติดต่อยังบุคคลในครอบครัว เพื่อนบ้าน ชุมชน และต้องติดตามวิดีโอคอลพูดคุย เพื่อเฝ้าระวังการเจ็บป่วยนั้น หากอาการเปลี่ยนแปลงต้องส่งต่อให้ได้ปลอดภัย เป็นรายละเอียดที่หารือกันวันนี้ ขอให้ติดตามการดูแลเปลี่ยนแปลงจาก กทม.และ สธ.
พญ.อภิสมัย กล่าวต่อว่า มีการประชุมทางไกลจากผู้ว่าฯ ในเขตปริมณฑล คือ นครปฐม รายงานสถานการณ์ที่เราติดตามคือการแพร่ระบาดกระจายในสถานที่ชำแหละสัตว์จากที่หนึ่งไปอีกหลายที่ พบว่ามาจากการเคลื่อนย้ายแรงงาน และมีปัญหาในพื้นที่แรงงานต่างด้าว
ตอนนี้จังหวัดพยายามระดมบูรณาการทุกภาคส่วนจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ หารือผู้ประกอบการหารือกำชับมาตรการ ตระเตรียมสถานที่ รพ.สนามแห่งที่ 4 เอ่ยถึงการกระจายวัคซีนของนครปฐม ซึ่ง ศบค.ชุดเล็ก สธ.ก็รับข้อเสนอ ตอนนี้อาจมีการติติงหลายภาคส่วน เรามีวัคซีนค่อนข้างจำกัด กระจายไม่ทั่วถึงล่าช้า แต่ สธ.พยายามรับไปและปรับให้เร็วขึ้น กระจายมากขึ้น ทุกจังหวัดตอนนี้กระจายวัคซีนจะเป็นอย่างมากขึ้นใน ก.ค.นี้ เพราะมีวัคซีนมากขึ้น ฝากทุกจังหวัด ศบค.ไม่ได้ทอดทิ้งจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง ให้ความสำคัญทุกพื้นที่ กระจายติดตามพื้นที่เสี่ยงสูงเป็นหลักด้วย