อภ. เผย ผลทดลอง วัคซีนโควิด HXP-GPOVac ในอาสาสมัครระยะที่ 1 เร่งศึกษาต่อสายพันธุ์เบตาและ เดลตา ผลทางการจะออก ก.ค.นี้ เผย จะเลือก 2 สูตรที่ดีที่สุด

วันที่ 25 มิ.ย.2564 นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการศึกษาวิจัยวัคซีนโควิด 19 ชนิดเชื้อตายในมนุษย์ระยะที่ 1 ว่า การพัฒนาวัคซีน HXP-GPOVac เป็นความร่วมมือระหว่างคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ อภ. เริ่มทดลองในอาสาสมัครระยะที่ 1 เมื่อ มี.ค.ที่ผ่านมา จากนั้น ได้ส่งตัวอย่างไปตรวจในแล็บที่ได้มาตรฐานจากหลายสถาบัน เช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และแล็บต่างประเทศ

นพ.วิฑูรย์ กล่าวต่อว่า ผลเบื้องต้นพบว่า ค่อนข้างดี มีภูมิคุ้มกันตอบสนองดี เป็นที่น่าประทับใจ โดยมีการรายงานผลการทดสอบอย่างเป็นทางการใน ก.ค.นี้ และจะเลือกวัคซีน 2 สูตรที่ให้ผลดีที่สุด จากที่ทดลองไป 5 สูตร เพื่อมาทำการทดลองในอาสาสมัคร 250 คนในระยะที่ 2 ราว ๆ ส.ค. และ เลือก 1 สูตรที่ดีที่สุดเพื่อทดลองในระยะที่ 3 ต่อไป

อภ. เผย ผลทดลอง วัคซีนโควิด HXP-GPOVac ในอาสาสมัครระยะที่ 1 เร่งศึกษาต่อสายพันธุ์เบตาและ เดลตา

อภ. เผย ผลทดลอง วัคซีนโควิด HXP-GPOVac ในอาสาสมัครระยะที่ 1 เร่งศึกษาต่อสายพันธุ์เบตาและ เดลตา

นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่า ปัจจุบันวัคซีนโควิด 19 ทุกชนิดพัฒนามาจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์อู่ฮั่น ซึ่งวัคซีน HXP-GPOVac ก็เป็นการทดลองกับเชื้อไวรัสสายพันธุ์อู่ฮั่น แต่ใช้เทคโนโลยีล็อกโปรตีนไวรัส 6 ตำแหน่ง เมื่อเทียบกับวัคซีนตัวอื่นที่มีการล็อกโปรตีนไวรัส 2 ตำแหน่งนั้น การล็อกตำแหน่งโปรตีนหลายจุด ทำให้ร่างกายจดจำเชื้อได้หลากหลายกว่า สร้างภูมิคุ้มกันได้กว้างกว่า ผลการทดสอบของเราที่ออกมาพบว่า ภูมิคุ้มกันขึ้นดีมาก เมื่อนำมาทดสอบกับสายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) ให้ผลลัพธ์ค่อนข้างดี ภูมิคุ้มกันไม่ได้ลดลงมากนัก

“ขณะนี้อยู่ระหว่างทดสอบกับสายพันธุ์เบตา (แอฟริกาใต้) และ สายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) และ ส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อดูว่าวัคซีนตอบสนองกับสายพันธุ์ใดบ้าง สำหรับเทคโนโลยีนี้ในรุ่นต่อไปจะมีการเปลี่ยนหัวเชื้อ เปลี่ยนเชื้อต้นแบบ ซึ่งอาจจะมีการนำเชื้อหลายสายพันธุ์มารวมกัน เอาสไปค์โปรตีนของแต่ละสายพันธุ์รวมกัน เพื่อดูประสิทธิภาพของวัคซีน” นพ.วิฑูรย์ กล่าว

วัคซีน HXP-GPOVac

วัคซีน HXP-GPOVac

เมื่อถามถึงด้านความปลอดภัยในกลุ่มอาสาสมัครระยะที่ 1 นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่า วัคซีนมีความปลอดภัยและกลุ่มอาสาสมัครเองก็ปลอดภัย อยู่ในเกณฑ์ดีหมดทุกคน อาจมีบางรายที่ตั้งครรภ์และออกจากการศึกษาไป และยังไม่มีผู้ที่แพ้วัคซีนรุนแรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การทดลองฉีดวัคซีนในคนระยะที่ 1 เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2564 อาสาสมัครต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพดี ไม่มีประวัติติดเชื้อโควิดมาก่อน และไม่มีการตั้งครรภ์ จำนวน 210 คน อายุ 18-59 ปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน