ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เผยผลการวิจัยวัคซีน ต่อสายพันธุ์ต่างๆ ในแต่ละประเทศ บางยี่ห้อ ลดป่วยน้อย แต่ลดตายได้สูง
รศ.นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ กล่าวในงานเสวนา “วัคซีนโควิด ไทยจะเดินต่อไปอย่างไร” ถึงประเด็น ประสิทธิภาพของ “ซิโนแวค” ซึ่งเป็นชนิดเชื้อตายจากจีน ว่า ขณะนีมีการศึกษาข้อมูลจากการใช้จริงของไทยใน 4 แห่ง เชียงราย ภูเก็ต สมุทรสาคร และฐานข้อมูลกรมควบคุมโรค มีประสิทธิผลป้องกันโรค 71-91% คนที่ติดเชื้อมีอาการน้อย
ส่วนผลการศึกษาจากเมืองหนึ่งของประเทศบราซิลที่มีสายพันธุ์ P1 ประชากร 7-8 หมื่นคน ฉีดครอบคลุม 80-90% อัตราตายลดลง 95% ส่วนซิโนแวคต่อสายพันธุ์เดลตามีรายงานเมื่อ 4-5 วันที่แล้ว ในสื่อจีนที่รายงานข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา ว่า กวางโจวมีผู้ติดเชื้อ 166 คนเป็นเดลตาทั้งหมด เมื่อไปดูคนสัมผัสผู้ติดเชื้อ พบว่า ช่วยลดการติดเชื้อในผู้สัมผัสลง 69% ลดปอดอักเสบ 73% ลดเป็นโรครุนแรงหรือเสียชีวิตถึง 95% ส่วนซิโนแวคต่อสายพันธุ์เบตายังไม่มีข้อมูล
ส่วนวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ามีผลต่อสายพันธุ์อัลฟา 70-90% ถือว่าดี แต่ยังรอข้อมูลในไทย เพราะการฉีดยังไม่มากพอ ผลต่อสายพันธุ์เดลตา ข้อมูลจากเมืองหนึ่งของประเทศอินเดีย พบว่า มีประสิทธิผล 97% ลดการตายไปเยอะ ส่วนการศึกษาในที่อื่นๆ ยังมีประสิทธิผล 80-90% จะเห็นว่า แอสตร้าฯ ต่อสายพันธุ์เดลตายังใช้ได้ดี และการจับเชื้อใกล้เคียงกับวัคซีนชนิด mRNA แต่สายพันธุ์เบตา (แอฟริกาใต้) มีข้อมูลจากแอฟริกาใต้ได้แค่ 10.4% ต้องจับตามองต่อไป
สำหรับชนิด mRNA ที่หลายคนบอกว่าทำไมไม่สั่งเข้ามา ผลการกระตุ้นภูมิคุ้มกันดีมาก อย่างโมเดอร์นาสูง 94% และไฟเซอร์สูง 95% แต่ปัญหาใหญ่คือกลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ โดยสัปดาห์ที่แล้ววัคซีน mRNA ของเยอรมัน ชื่อ “เคียวร์แวค” ศึกษาในอาสาสมัครที่ยุโรปและลาตินอเมริกา 4 หมื่นคน ประสิทธิผลการป้องกันลดลงเหลือ 48% แต่ลดป่วยหนักและตายยัง 100% สาเหตุน่าจะเป็นเพราะเชื้อกลายพันธุ์
รศ.นพ.ทวีกล่าวว่า ส่วนการต่อสู้กับสายพันธุ์เดลตา ตนคิดว่า 3 เดือนข้างหน้าเป็นช่วงวิกฤต คือ 1.ปริมาณวัคซีนเพียงพอหรือไม่ แต่ทุกวิกฤตมีทางออก 2.คุณภาพ ซึ่งสายพันธุ์เดลตามาแทนที่ใน 3 เดือนแน่นอน แอสตร้าเซนเนก้าใช้ได้ ส่วนซิโนแวคเริ่มเห็นข้อมูลรางๆ แต่ยังไม่เห็นข้อมูลเชิงประจักษ์ ต้องศึกษาก่อน แต่คงไม่ช้า แต่การฉีดสลับเข็มหรือเข็ม 3 จะดีขึ้นหรือไม่ เป็นคอนเซ็ปต์ทั้งหมด ถึงจะมีการวิจัยและออกมาเป็นคำแนะนำและการปฏิบัติ ต้องรอก่อนโรงเรียนแพทย์ ที่กำลังวิจัย รวมถึงการเอา mRNA มาเป็นเข็มสอง หรือเข็มสาม ก็ติดต่อทางบริษัท ปัญหาคือไม่มีวัคซีนให้เราเอามาวิจัย แม้จะขอแค่พันเข็มเพื่อวิจัยให้ได้ข้อมูล เขาก็ยังไม่รับปาก ทางออกเรื่องวัคซีน สรุปว่า หาๆๆ ฉีดๆๆ ให้ตรงเป้าที่จะฉีด
“สำหรับวัคซีนในเด็กนั้น เด็กมีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่าผู้ใหญ่ และไม่ค่อยมีอาการ การเสียชีวิตต่ำ ระลอกนี้ติดเชื้อเป็นหมื่น เสียชีวิต 4-5 คน แต่ผู้สูงอายุเสียชีวิต 10% แตกต่างอย่างมหาศาล เวลาเอาวัคซีนมาพิจารณาในเด็ก ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เรากังวลความปลอดภัย เพราะเป็นวัคซีนใหม่ ที่มีการใช้ในเด็กคือจีนใช้ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม ในอายุ 3-17 ปี และอินโดนีเซียกำลังเอาอย่าง ประเทศไทยจึงต้องขอดูข้อมูล ส่วนไฟเซอร์มีข้อบ่งในเอกสารกำกับยาว่า กลุ่มวัยรุ่นอาจก่อผลข้างเคียงของกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และมักเกิดในเข็มสอง ในเด็กผู้ชาย อัตราเกิด 2 ต่อแสนโดส ถ้าเรามีวัคซีนหรือใกล้มีวัคซีน กลุ่มกุมารแพทย์คงต้องพิจารณาอย่างละเอียดและรอบคอบ” รศ.นพ.ทวีกล่าว
