ลูกสาวโต้! พาพ่อวัย 80 ติดโควิดทิ้งวัด เผยความจริงอีกมุม ตัวเองก็ติดเชื้อด้วย รับตอนนี้เครียดและตกใจที่มีข่าวออกมาในแนวว่าทิ้งพ่อ
จากกรณีโลกโซเชียลเผยแพร่ภาพคุณตาวัย 80 ปี อ้างถูกทิ้งไว้ที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา ก่อนมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยเหลือและส่งต่อการรักษามาที่รพ.ขอนแก่น เนื่องจากชายคนดังกล่าวเป็นชาวอ.พล จ.ขอนแก่น จนกระทั่งถูกกระแสวิจารณ์และต่อว่าคนในครอบครัว โดยอ้างว่าลูกสาวนำคุณพ่อมาทิ้งไว้ที่วัด ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น
สำหรับความคืบหน้า เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 28 ก.ค.64 นายกิตติโชติ เตรียมเวชวุฒิไกร นายกเทศมนตรีเมืองเมืองพล จ.ขอนแก่น นำทีมสอบสวนโรคและฝ่ายพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงพื้นที่ทำการสอบสวนโรค พร้อมมอบถุงยังชีพให้ครอบครัว เนื่องจากต้องกักตัว 14 วันตามแนวทางการสอบสวนโรค
ขณะที่คุณตาวัย 80 ปีนั้นทราบว่าใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่กรุงเทพฯ และเมื่อไม่สามารถประกอบอาชีพได้ เนื่องจากอายุมาก จึงให้ลูกสาวมาส่งที่วัด อ.บัวลาย จ.นครราชีมา แต่ด้วยการที่อายุมาก ป่วยและเกิดเป็นลม จึงนอนอยู่ในจุดที่คนไปพบจนกลายเป็นกระแสโซเชียลเกิดขึ้น
“เรามีโครงการคนเมืองพล เราไม่ทิ้งกัน ซึ่งหลังทราบเรื่องคณะทำงานร่วมทุกฝ่ายได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือครอบครัวนี้ทันที แต่ด้วยการที่เสี่ยงจะสัมผัส เนื่องจากบุตรชายที่อยู่อ.พล ได้เดินทางไปหาพ่อ แม้จะไม่เอาตัว แต่ก็อยู่ในจุดที่คุณพ่อนั้นอาศัยอยู่และเป็นจุดที่ทีมกู้ชีพได้เข้าไปช่วยเหลือ ดังนั้นมาตรการป้องกันและควบคุมโรคตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุข จึงจำเป็นจะต้องดำเนินการอย่างเข้มงวดทีนที ด้วยการสั่งกักตัวทั้งครอบครัว โดยเทศบาลฯจะสนับสนุนด้านอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ รวมทั้งการประสานงานร่วมรพ.ขอนแก่น และรพ.พล แจ้งถึงความคืบหน้าอาการของคุณพ่อ”
ขณะที่น.ส.จรรยา ลูกสาวของคุณตา เปิดเผยว่า ไม่ทราบว่าพ่อติดโควิดมาก่อน ซึ่งตนโทรศัพท์คุยกับหลวงน้าแล้ว เพราะพ่ออยากไปหา ซึ่งหลวงน้ารับรู้และยินดีให้มา เพราะจำวัดอยู่รูปเดียว จึงพาพ่อไปหาหลวงน้าที่วัด
“ตอนนี้เครียดและตกใจที่มีข่าวออกมาในแนวว่าทิ้งพ่อ ยืนยันไม่เคยคิดทิ้งพ่อและดูแลพ่ออย่างดี แต่พ่ออยากจะไปหาหลวงน้าที่สนิทกัน จึงพาพ่อไปตามที่ต้องการ กระทั่งมีกระแสข่าวออกมาและเพิ่งทราบว่าพ่อติดโควิด หลังทราบก็ไปตรวจพบว่าติดโควิดด้วยเช่นเดียวกัน ทำให้ตอนนี้ยิ่งเครียดหนักไปกว่าเดิม แต่ยืนยันไม่เคยทอดทิ้งพ่อ และดูแลพ่ออย่างดีมาโดยตลอด จึงขอให้ทุกคนนั้นได้เข้าใจใหม่ด้วย”