สิบเอกฉีดไฟเซอร์ เปิดใจ ได้มีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ไปรับวัคซีน ยืนยันว่าทำงานด่านหน้า ปฏิบัติหน้าที่เสี่ยง อยู่ใกล้ชิด สัมผัสผู้ป่วย

9 ส.ค. 2564 – จากกรณีที่มีผู้โพสต์เฟซบุ๊กทหารยศสิบเอกนายหนึ่ง โพสต์แสดงเอกสารเข้ารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ที่โรงพยาบาลเลย วันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย เนื่องจากไม่ใช่แพทย์ด่านหน้า หรือเข้าข่ายตามเกณฑ์ที่จะได้รับวัคซีนดังกล่าว

นายปรีดา วรหาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย กล่าวว่า ตามแนวทางการบริการจัดการวัคซีนไฟเซอร์ในล็อตแรกที่เข้ามาในจังหวัดเลยจำนวน 2,212 โดสนั้น ได้กำหนดไว้ให้เฉพาะกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทุกคน รวมทั้งนักศึกษาและเจ้าหน้าที่ที่ต้องสัมผัสผู้ป่วยโควิด-19 จากการปฏิบัติงาน เช่น แผนกผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลสนาม เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สอบสวนโรค เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในสถานกักกัน หรือปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับภารกิจดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ตามพิจารณาของสถานพยาบาลหน่วยงานต้นสังกัด

จากการตรวจสอบทหารที่ได้รับการฉีดวัคซีนตามที่เป็นข่าว พบว่าเป็นทหารที่ดูแลผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลสนามที่มณฑลทหารบกที่ 28 ซึ่งระบุในเอกสารการเข้ารับวัคซีนว่าเป็นสิทธิโครงการพิเศษ ซึ่งทุกรายก็จะมีข้อความนี้ระบุไว้ทั้งหมด เนื่องจากเป็นวัคซีนที่จัดให้ฟรี ไม่มีค่าบริการใด ๆ

ด้าน ส.อ.นพดล มณีชื่น ทหารรายที่ตกเป็นข่าว ได้ชี้แจงกับผู้สี่อข่าวว่า ตนเป็นนายสิบพยาบาลสังกัดหมวดพลเสนารักษ์ โรงพยาบาลค่ายศรีสองรัก ปฏิบัติหน้าที่อยู่ด่านหน้า จุดคัดกรองที่โรงพยาบาลสนามจังหวัดเลยแห่งที่ 3 ภายในหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ได้มีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ไปรับวัคซีนเมื่อวานนี้ เพราะตนปฏิบัติหน้าที่เสี่ยง อยู่ใกล้ชิด สัมผัสผู้ป่วย

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน