เสียงสะท้อนจาก รพ.ธรรมศาสตร์ วิกฤตวัคซีนหมด ถึงขั้นต้องยืม รพ.อื่น ไหนที่บอกว่าพอสำหรับทุกคน? ผู้มีอำนาจเมิน พวกเราทำงานหนักในสงครามครั้งนี้ไปเพื่ออะไรกัน

วันที่ 14 ส.ค.64 “โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์” ได้โพสต์สถานการณ์โควิดในโรงพยาบาลสนาม โดยตอนหนึ่งระบุถึงวัคซีนแอสตร้าฯ ที่กำลังจะหมดลง โดยระบุว่า วันนี้ที่ยิม 4 เราฉีดแอสตร้าฯที่ยังเหลือไม่มากนักให้กับผู้ที่รอคอยได้อีก 1,921 คน คงจะพอมีวัคซีนไปได้อีกเพียง 3 วัน และคงต้องยุติการให้วัคซีนชัว่คราวกับคนที่รอความหวังจากเรา จะทำอย่างไรได้ เมื่ออยากจะให้ความช่วยเหลือผู้คน แต่ไม่มีใครที่มีอำนาจจัดสรรวัคซีน เรามีและจัดหาเตรียมการมาให้ได้ทุกอย่าง นอกจากวัคซีนเท่านั้นที่ต้องพึ่งพากลไกของรัฐและกระทรวงสาธารณสุข ถ้าเขาไม่มีให้ หรือไม่อยากให้เราช่วยเหลือผู้คน เราก็คงดลบันดาลอะไรให้ดีกว่านี้ไม่ได้หรอก

ที่จริงเราอยากจะบอกด้วยว่าวัคซีนแอสตร้าฯ จะหมดในวันอาทิตย์พรุ่งนี้ แต่ก็จะพยายามยืดเวลามันออกไปให้มากที่สุด จึงบากหน้าไปขอยืมวัคซีนแอสตร้าฯจากโรงพยาบาลอื่นที่ยังพอมีเหลือ มาใช้ฉีดได้อีก 2-3 วัน จำนวน 5,000 โดส และเมื่อได้วัคซีนมาก็จะส่งคืนกลับไปยังโรงพยาบาลที่ยืมมา

ยิ่งมีการระบาดร้ายแรงและมีผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตมากขึ้น ก็ยิ่งได้เห็นผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาขอรับความช่วยเหลือเรื่องวัคซีนจากเรามากขึ้นทุกที แต่ในทางตรงกันข้าม เมื่อเกิดสถานการณ์เช่นนี้ วัคซีนก็ดูจะมีมาให้น้อยลงไปเรื่อยๆ อยากจะถามดังๆ จริงๆ ว่า ไหนล่ะวัคซีนที่ผลิตได้ในประเทศไทย? ไหนล่ะคือวัคซีนที่เราประกาศว่าได้สั่งซื้อเอาไว้มากกว่าหกสิบล้านโดสแล้ว และจะมีเพียงพอสำหรับทุกๆ คน?

พวกเราคนไทยที่รู้สึกเดือดร้อน หวาดวิตกและกังวลกับโอกาสรอดชีวิตของเราเอง จะมีสิทธิ์จะได้รับคำอธิบายหรือชี้แจงจากใครๆ ที่มีหน้าที่บริหารประเทศ บริหารชีวิตของประชาชนไหมนะ ว่าสิ่งที่เขาพูด ที่สัญญากับเราไว้ ทำไมจึงไม่เป็นเช่นนั้น?และพวกเราที่ตั้งตารอคอยกันอยู่ จะมีโอกาสได้รับวัคซีนเมื่อไหร่กันแน่นะ? อยากรู้จริงจริงนะ ว่าใครกันที่บริหารประเทศอยู่ และหัวใจเขาทำด้วยอะไร

จากนั้นยังทิ้งท้ายด้วยว่า เหนื่อยนะ กับงานที่เสี่ยงภัย และยืดเยื้อมากว่าห้าเดือน และจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ กับหน้างานใหม่ๆ ที่พวกเราพยายามจะเปิดให้มีขึ้นเพื่อช่วยรองรับดูแลผู้ที่เดือดร้อนเจ็บป่วยให้มากที่สุด แต่ที่ทำให้เหนื่อยมากกว่าก็คือ เมื่อมองกลับไปข้างหลัง ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครที่มีอำนาจหน้าที่ มาคอยช่วยเหลือสนับสนุนอะไรให้พวกเราได้มาก เท่าทันกับสถานการณ์การระบาด และจำนวนผู้ป่วยที่มากขึ้นเลย

อย่างเดียวที่ทำให้พวกเรายังคงมีขวัญและกำลังใจที่จะต่อสู้ต่อไป ก็คือผู้คนธรรมดาสามัญทั้งหลาย ซึ่งเป็นประชาชนทั่วไปที่ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบอะไรเลย ที่คอยสนับสนุน ส่งกำลังใจและสิ่งของ ตลอดจนอาหารการกินที่หลั่งไหลมาจากที่ต่างๆ มาจากน้ำใจของพวกเราคนไทยด้วยกันเองนี่แหละ ที่ทำให้พวกเราตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่า พวกเราทำงานหนักในสงครามครั้งนี้ไปเพื่ออะไรกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน