พบตลาดติดโควิด 132 แห่ง รวม 1.4 หมื่นคน ครอบคลุม 23 จังหวัด เตือนจุดสัมผัสเสี่ยง ไม่แนะนำให้ฉีดแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อในอาหาร
เมื่อวันที่ 23 ส.ค.64 นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย แถลงมาตรการป้องกันการระบาดของโควิด-19 ในตลาดว่า การระบาดเป็นกลุ่มก้อนมักพบในสถานที่ที่มีคนมารวมกลุ่มกันใกล้ชิด แออัด ซึ่งตลาดเป็นบริบทหนึ่งที่มีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน เนื่องจากมีผู้คนมากและหลายกิจกรรม ทั้งการค้า การขนส่ง รวมถึงลักษณะสถานที่ตลาด ที่มีแบบเก่าแก่ เปิดใหม่ ใกล้ชิดชุมชน และที่สำคัญคนทำงานในตลาดบางกลุ่มมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. – 10 ส.ค.64 พบผู้ติดเชื้อในตลาด 132 แห่ง จำนวน 14,678 ราย ครอบคลุม 23 จังหวัด โดยตลาดที่พบผู้ติดเชื้อไม่ได้ประเมินตลาดตามที่กรมอนามัยจัดทำแนวทางผ่านแพลตฟอร์ม Thai Stop COVID19 ถึง 70% โดยมี 5% ที่เข้าประเมินแต่ผลไม่ผ่าน สำหรับตลาดที่ประเมินแล้วปรับปรุงให้เป็นไปตามเกณฑ์มีติดเชื้อเพียง 25% แสดงให้เห็นว่า หากตลาดทั้งหมดศึกษาแนวทาง ประเมินตนเอง ข้อไหนไม่ผ่านก็ให้ปรับปรุงจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อการระบาดในพื้นที่ตลาด
นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า การควบคุมโรคในตลาดต้องทำใน 2 ลักษณะคือ 1.ตลาดที่ยังไม่พบการติดเชื้อ เน้นปฏิบัติตามมาตรการเคร่งครัด เฝ้าระวังความเสี่ยงหากพบผู้ติดเชื้อ หรือเมื่อระบาดต้องปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) กำหนด คือ สอบสวนควบคุมโรค และทำความสะอาดสุขาภิบาล หากไม่พบการติดเชื้อ 14 วัน สามารถกลับมาเฝ้าระวังได้
และ 2.ตลาดที่พบการติดเชื้อจำนวนมาก สามารถทำ Bubble and seal เพื่อให้ดำเนินการภายใต้มาตรการควบคุมป้องกันโรค เพราะหลายครั้งพบว่า หากปิดตลาดโดยไม่มีมาตรการรองรับ จะยิ่งทำให้ผู้ติดเชื้อไม่มีอาการเคลื่อนย้ายไปตลาดอื่น จังหวัดอื่น นำไปสู่การแพร่เชื้อสู่ชุมชน ครอบครัว ที่ทำงานอื่นๆ ตามมา
“แผนเผชิญเหตุ เราจำเป็นต้องค้นหาผู้ติดเชื้อและผู้สัมผัสเสี่ยงสูง จึงกำหนดให้ขึ้นทะเบียนผู้ขาย แรงงานและสุ่มตรวจหาเชื้อ หากไม่พบผู้ติดเชื้อสามารถเปิดตลาดโดยเฝ้าระวังต่อไป หากพบ 1 รายให้ปิดเฉพาะแผงค้า หยุดทำความสะอาดพร้อมกับค้นหาผู้ติดเชื้อเสี่ยงสูง หากพบติดเชื้อมากกว่า 2 แผง มากกว่า 2 รายขึ้นไป ต้องค้นหาผู้ติดเชื้อทั้งตลาด หากพบติดเชื้อไม่เกิน 10% จะหยุดทำความสะอาดและปรับปรุงสุขาภิบาล เน้นปิดแผงค้าที่ติดเชื้อให้ครบ 14 วัน เฝ้าระวังผู้คนที่ยังไม่พบการติดเชื้อ หากติดเชื้อมากกว่า 10% ต้องปิดตลาด 14 วัน” นพ.สุวรรณชัยกล่าวและว่า การปิดตลาดโดยไม่มีมาตรการรองรับจะยิ่งซ้ำเติมสภาพปัญหา จำเป็นต้องทำคู่กับการสำรวจชุมชนรอบตลาด เพื่อหาผู้ติดเชื้อและผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ทำมาตรการแยกกักในชุมชน และพิจารณาการให้วัคซีนชุมชนรอบตลาดและผู้ค้าที่ยังไม่ติดเชื้อ
นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า การยกระดับมาตรการป้องกันโควิดในตลาด คือ 1.ป้องกันคน คัดกรองร่างกายก่อนเข้าตลาด หรือมาตรการเสริมด้วยการตรวจหาเชื้อด้วย ATK ทุกคนในตลาด หรือสุ่มตรวจ 10% ในผู้ค้า แรงงานและเพิ่มการตรวจในผู้ที่อาศัยชุมชนโดยรอบ และผู้ใช้บริการตลาดทุกสัปดาห์ ฉีดวัคซีน 2 เข็มไม่น้อยกว่า 14 วัน และแสดงหลักฐานว่าเคยติดเชื้อไม่น้อยกว่า 14 วัน 2.ป้องกันสถานที่ ประเมินตลาดผ่าน Thai Stop COVID19 Plus เช่น จัดจุดทางเข้าออกทางเดียว คัดกรองอาการไข้ ตรวจประวัติเสี่ยง เป็นต้น จัดมาตรการ DMHTT จัดระบบสุขาภิบาลในตลาด จัดระบบผู้เข้าใช้บริการ และลดกิจกรรมสัมผัสใกล้ชิด
และ 3.จัดระบบเฝ้าระวังควบคุมโรค สุ่มตรวจหาเชื้อในคนและสิ่งแวดล้อมหรือน้ำเสีย หากพบเชื้อโควิด ก็แสดงว่าน่าจะมีผู้ติดเชื้อในตลาด นำมาสู่การค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกต่อไป และทุกตลาดต้องร่วมกับ อปท. จัดทำแผนเผชิญเหตุ มีผู้รับผิดชอบและการซักซ้อมแผน โดยแผนจะปรับเปลี่ยนตามพื้นที่ ลักษณะตลาดและบริบทผู้คน นอกจากนั้น ให้เตรียมสถานที่แยกกักสำหรับผู้ที่มีผลตรวจ ATK เป็นบวก
“การสุ่มตรวจด้วย ATK 10% ต่อสัปดาห์ ต้องเตรียมรองรับว่า ผลลบ ไม่ได้มีความปลอดภัย 100% แต่สามารถออกเอกสารเป็นหลักฐานเข้าออกตลาด ส่วนผลบวก ต้องค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก การแยกกักที่บ้านหรือชุมชน แต่ต้องมีการตรวจ RT-PCR ก่อน ซึ่งหากตรวจซ้ำแล้วให้ผลลบก็จะต้องเฝ้าระวังต่อไป แต่หากผลบวก จะต้องเอกซเรย์ปอด เพื่อนำผู้ติดเชื้อเข้าระบบแยกกักในชุมชน” นพ.สุวรรณชัย กล่าว
เมื่อถามว่า สามารถพ่นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อลงในอาหารได้หรือไม่ นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า เมื่อซื้อของกลับมาบ้าน สิ่งแรกคือเราต้องทำความสะอาดตัวเอง ล้างมือ สวมหน้ากาก และทำความสะอาดของตามลักษณะและทิ้งบรรจุภัณฑ์ หลังจากนั้นให้จัดเก็บในภาชนะที่บ้านตัวเอง อุ่นอาหารให้สุก ร้อนก่อนรับประทานอาหาร
“เราเข้าใจว่าอาหารที่เราซื้อมา และสามารถฉีดแอลกอฮอล์ลงไป แต่ต้องเรียนว่าแอลกอฮอล์ที่เอามาฉีด เป็นชนิดเอทิลแอลกอฮอล์ (ethyl alcohol) ที่มากกว่า 70% เพื่อฆ่าเชื้อโรค โดยปกติไม่แนะนำให้ฉีดพ่นอาหาร เพราะอาจไม่ทั่วถึงอาหาร และอาจไม่มีผลการฆ่าเชื้อได้ ที่สำคัญในบางครั้งมีการใส่สารอื่นในแอลกอฮอล์ เช่น สี กลิ่น ฉะนั้นจึงไม่แนะนำให้ฉีด แม้ว่าผู้ผลิตบางรายบอกว่าเป็น ฟู้ดเกรด ที่มีคุณภาพในระดับหนึ่ง แต่ไม่มีคำแนะนำให้ฉีดฆ่าเชื้อในอาหาร แต่เราสามารถล้างทำความสะอาด หรือการปรุงสุกมากกว่า 70 องศาเซลเซียสนานกว่า 5 นาที เชื้อโควิดก็จะตายหมด” นพ.สุวรรณชัย กล่าว
เมื่อถามว่าความเสี่ยงที่ประชาชนต้องระวังขณะเข้าตลาด นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า จุดที่เป็นพื้นผิวสัมผัสร่วม จุดแรกคือ ห้องน้ำ ที่ต้องจับประตู ก๊อกน้ำ ที่กดชักโครก เราจึงต้องสวมหน้ากากอนามัย จะให้ดีก็ควรใส่ 2 ชั้น คือ ด้านในเป็นแบบทางการแพทย์และด้านนอกเป็นหน้ากากผ้า รวมถึงการล้างมือให้สะอาด และขอว่าอย่าถอดหน้ากาก อย่านำมือที่ยังไม่ได้ล้างด้วยแอลกอฮอล์มาสัมผัสใบหน้า อีกจุดหนึ่งคือ ภาชนะสัมผัสร่วมกันที่ต้องผ่านมือหลายคน จึงเน้นย้ำว่า หากจะไปตลาดให้วางแผน และมุ่งไปซื้อตามแผน
“เราคงไม่สามารถปฏิบัติตามเดิม คือไปเดินตลาด ดู หยิบ จับเลือกซื้อ ต่อรองราคา อันนั้นเป็นวิถีปกติ แต่ตอนนี้มีความเสี่ยง เราก็ต้องวางแผน เช่นเดียวกับผู้ค้าต้องจัดแลปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค ลดโอกาสที่ทำให้ผู้คนมาสัมผัสกันหลายจุด” นพ.สุวรรณชัย กล่าว