"อนุทิน" ลั่นไม่เคยดึงเรื่องวัคซีนบริจาค วอนพ่อแม่ให้ลูกมาฉีดไฟเซอร์ ยันปลอดภัย-มาตรฐานสูง

25 ก.ย. 2564 - 13:19 น.

“อนุทิน” ลั่นไม่เคยดึงเรื่องวัคซีนบริจาค หากสหรัฐฯ แจ้งเงื่อนไข พร้อมสนองทันที วอนพ่อแม่ให้ลูกมาฉีดไฟเซอร์ ให้กลับไปเรียนได้ ยันวัคซีนปลอดภัย-มาตรฐานสูง

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

วันที่ 25 ก.ย.64 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงการฉีดวัคซีนโควิด 19 ในเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปว่า จากนี้วัคซีนจะทยอยเข้ามามากเพียงพอ เพื่อเร่งฉีดให้ครอบคลุมประชาชนทุกกุ่มได้ โดยเฉพาะ mRNA ของไฟเซอร์ที่จัดซื้อมา 30 ล้านโดส จะเริ่มทยอยมาตั้งแต่สิ้น ก.ย.นี้จนถึงสิ้นปี

โดยไฟเซอร์สามารถฉีดให้ลูกหลานอายุ 12 ปีขึ้นไป ขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอายุ 12-18 ปีในวัยเรียน ซึ่งมีประมาณ 6 ล้านคน ให้พิจารณาให้น้องๆ มารับวัคซีนไฟเซอร์ เพื่อสามารถไปเรียนหนังสือได้ และทางโรงเรียนจะได้เปิดการเรียนการสอนให้เป็นปกติโดยเร็วที่สุด เราพร้อมฉีดไฟเซอร์ที่จะมาถึงไทยสิ้นเดือนนี้ให้กับอายุ 12 ปีขึ้นไปโดยทันที เพื่อให้ครอบคลุมมากที่สุด การฉีดมีประโยชน์และคุ้มค่ากว่าการไม่ฉีด

สธ.ขอยืนยันการฉีดวัคซีนมีผลที่เป็นประโยน์คุ้มค่ามากกว่าที่ไม่ได้รับ วัคซีนที่นำมาให้ทุกวัยทุกเพศ มีความปลอดภัย มาตรฐานสูง ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ในการป้องกันคุกคามจากโรคโควิดได้ ไม่ว่าจะเป็นติดเชื้อแพร่เชื้อ เจ็บป่วยหรือเสียชีวิต การมารับวัคซีนอย่างถ้วนหน้าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการทำความปลอดภัยให้แก่ตนเอง ควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดโควิด” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า เราได้รับความร่วมมือจากประเทศทั้งหลายที่มีสัมพันธ์อันดี ทั้งสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน มีการบริจาควัคซีนจำนวนหนึ่งให้ประเทศไทยมาโดยตลอด และมีการสวอปหรือหยิบยืมวัคซีนจากสิงคโปร์และภูฏานที่มีแอสตร้าเซนเนก้าที่ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ เราเจรจานำมาใช้ก่อน เมื่อถึงเวลาก็จะนำวัคซีนกลับไปคืน ซึ่งมีการบันทึกข้อตกลงชัดเจน


สธ.ยืนยันจัดหาวัคซีนปีหน้าจะมีความเพียงพอแน่นอน และนำมาใช้ฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ไม่ต้องไปฉีด 2 เข็มแบบปีนี้อีกต่อไป วัคซีนที่มาจากนี้เป็นต้นไป สธ.จะนำมาฉีดกระตุ้นภูมิประชาชนไปเรื่อยๆ จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น โรคโควิดก็จะลดความสามารถในการคุกคามประชาชน ลดความรุนแรง เพราะเรามีวัคซีน ใช้มาตรการต่างๆ ป้องกันแพร่เชื้อได้ดี ทุกคนจะควบคุมสถานการณ์ได้ในที่สุด แนวโน้มทั้งหลายเป็นไปได้ด้วยดี

ขอบคุณความร่วมมือคณะแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ ทั้งในและนอก สธ. ที่มุ่งมั่นตั้งใจ ทุ่มเททำงานเต็มที่เพื่อประชาชนปลอดภัยจากโรคระบาดนี้ คาดหวังว่าจะควบคุมสถานการณ์ในเวลาไม่นานจากนี้ วันนี้พิสูจน์ให้เห็นในหลายมิติว่า กำลังความสามารถขีดสามารถให้บริการกับประชาชน ในเรื่องวัคซีน การรักษาพยาบาล ยา เวชภัณฑ์ต่างๆ เรายังมีความพร้อมเสมอ และหวังว่าความร่วมมือประชาชนจะทำให้ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดีที่สุด

เมื่อถามถึงกรณีทูตไทยประจำสหรัฐฯ มาเจรจารัฐบาลไทยและ สธ.เรื่องการบริจาควัคซีนอีก 1 ล้านโดส นายอนุทิน กล่าวว่า ตนติดตามข่าวพร้อมๆ กับผู้สื่อข่าวว่า มีข่าวเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกาชี้แจงมาว่า จะมีการเริ่มเปิดการเจรจาในวัคซีนบริจาคของไฟเซอร์ที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะให้กับประเทศไทย แต่ตอนนี้รายละเอียดยังไม่ถึงมือ สธ.

แต่ถ้าเป็นข่าวที่ถูกต้องจากท่านเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐฯ ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี สธ.พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในทุกด้าน อย่างที่เรียนไป ขั้นตอนการบริจาควัคซีนระหว่างรัฐต่อรัฐ ต้องเริ่มจากกระทรวงการต่างประเทศ ที่จะแจ้งเงื่อนไขรายละเอียดมายัง สธ. โดย สธ.จะรีบตอบสนองเจตนารมณ์ผู้บริจาคโดยเร็วในทุกครั้ง ไม่เคยมีการดึงเรื่องให้ล่าช้าหรือเสียเวลา ตรงกันข้ามมีแต่จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด

ซึ่งก็เห็นหลายครั้งแล้วจากการบริจาคที่ผ่านมา ทั้งสหรัฐฯ จีน อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เราพร้อมดำเนินการรวดเร็ว ขอให้มั่นใจว่า เมื่อขั้นตอนถูกเริ่มขึ้นมาเมื่อไร จะรีบตอบรับโดยเร็ว และให้ความร่วมมือนำวัคซีนมาให้ประชาชนโดยเร็วเท่าที่ทำได้

นายอนุทิน กล่าวว่า ให้ความมั่นใจว่าศักยภาพการฉีดเราเกิน 1 ล้านเข็ม ถ้าวัคซีนเข้ามาอย่างเพียงพอ อย่าง ต.ค. คาดว่าเข้ามา 24 ล้านโดส หากหาร 30 วัน ก็เฉลี่ยฉีดวันละ 8 แสนโดส เมื่อวานเราฉีดได้ 1.3 ล้านโดส ศักยภาพเกินจำนวนวัคซีนถึง 5 แสนโดส ความมั่นใจที่จะฉีดตามแผนเกิดขึ้นแน่นอน และถ้ามีวัคซีนบริจาคมาเพิ่มเติม การจัดส่งวัคซีนเข้ามามากกว่าที่คาดการณ์หรือวางแผนไว้ ก็จะไม่เป็นอุปสรรคปัญหา จะฉีดอย่างรวดเร็วแก่ประชาชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ "อนุทิน" ลั่นไม่เคยดึงเรื่องวัคซีนบริจาค วอนพ่อแม่ให้ลูกมาฉีดไฟเซอร์ ยันปลอดภัย-มาตรฐานสูง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง