ศบค. รายงานสถานการณ์ โควิดวันนี้ เสียชีวิตนิวไฮ พบยอดดับสูงกว่าเส้นคาดการณ์แล้ว ป่วยปอดอักเสบยังเพิ่มขึ้น เผย 10 จังหวัดติดเชื้อสูง

วันที่ 10 มี.ค.2565 พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผอ.สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค เป็นตัวแทนศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า องค์การอนามัยโลกระบุโควิดทำให้เสียชีวิตทั่วโลกแล้วกว่า 6 ล้านราย สหรัฐอเมริกาติดเชื้อสะสมและเสียชีวิตสูงสุดในโลก คือ ติดเชื้อสะสมมากกว่า 78 ล้านราย เสียชีวิต 951,348 ราย

สำหรับประเทศไทยวันนี้ติดเชื้อจาก RT-PCR จำนวน 22,984 ราย จาก ATK 49,494 ราย รวม 72,478 ราย เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ จำนวนนี้ติดเชื้อจากต่างประเทศ 47 รายเท่านั้น ถือว่าลดลงเรื่อย ๆ กำลังรักษา 220,334 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในศูนย์แยกกักชุมชน รพ.สนาม และ HI 162,880 ราย อยู่ในรพ. 58,254 ราย มีอาการหนัก 1,238 ราย 1 ใน 3 ใส่ท่อช่วยหายใจ 420 ราย ดังนั้น ที่รักษาอยู่คืออาการไม่หนัก 57,016 คน คิดเป็น 97.8% ถ้าเป็นไปได้ให้กลุ่มนี้ไปรักษาที่บ้านจะดีกว่า เพื่อสงวนเตียงให้อาการปานกลางและหนัก

ทั้งนี้ ผู้ป่วยปอดอักเสบ เพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ ส่วนผู้เสียชีวิตสูงขึ้นชัดเจน วันนี้สูงสุดนิวไฮ 74 ราย ต้องศึกษาเพิ่มเติมว่าปัจจัยมาจากอะไร ส่วนอัตราเสียชีวิตของระลอกนี้อยู่ที่ 0.20% ส่วนผู้ติดเชื้อรายวันเฉลี่ย 2 สัปดาห์ ยังเพิ่มขึ้นแบบทรง ๆ ไม่สูงมาก

ผู้เสียชีวิตวันนี้ 74 ราย อายุน้อยสุด 26 ปี มากสุด 97 ปี อายุกลาง 73 ปี โดยมาจากภาคใต้เยอะสุด 20 ราย กทม. 12 ราย ภาคกลาง 12 ราย อีสาน 12 ราย ปริมณฑล 10 ราย และเหนือ 8 ราย ปัจจัยเสี่ยงคือ 95% อายุ 60 ปีขึ้นไป มีโรคเรื้อรัง ที่พบคือมะเร็งระยะสุดท้าย ไตวายเรื้อรัง อ้วน หลอดเลือดสมอง หัวใจ และติดเตียง ปัจจัยติดเชื้อจากคนรู้จักและครอบครัว หรืออาศัยในพื้นที่การระบาดของโรค การลดอัตราเสียชีวิตคือการรับวัคซีน ซึ่งผู้เสียชีวิต 74 ราย พบว่า 48% ไม่ได้รับวัคซีนเลย รับเข็มเดียว 6% รับ 2 เข็มเกิน 3 เดือน 35% รับ 2 เข็มไม่เกิน 3 เดือน 9% และรับ 3 เข็ม 1%

การคาดการณ์การเสียชีวิตของประเทศไทย ทิศทางยังสูงขึ้นเรื่อย ๆ สูงกว่าเส้นคาดการณ์ทั้ง 3 เส้น สูงกว่าเส้นคาดการณ์ที่แย่ที่สุด เป็นการเตือนว่าผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นต้องมีการจัดการ โดยนำผู้ที่เสี่ยงเสียชีวิตไปรับวัคซีนไม่ว่าเข็ม 1 2 หรือ 3 ก็ตาม รวมถึงผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ที่มีรายงานทุกวันคือไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย มะเร็ง อ้วน ติดเตียง หากฉีดครบ 2 เข็มเกิน 3 เดือนมารับเข็มกระตุ้น จะได้ลดป่วยหนักและเสียชีวิต

สำหรับการฉีดวัคซีนโควิด ความครอบคลุมเข็ม 1 และ 2 เป็นไปตามเป้า โดยเข็ม 1 ครอบคลุม 77.8% และเข็มสองครอบคลุม 71.8% ส่วนขณะนี้การระบาดของโอมิครอน จำเป็นต้องรับเข็มกระตุ้น หากรับเข็มสองครบ 3 เดือน ซึ่งจะลดป่วยหนักและเสียชีวิตถึง 96% โดยขณะนี้การฉีดเข็มกระตุ้นอยูเพียง 30% ถือว่ายังต่ำมาก หรือประมาณ 19.6 ล้านคนในเข็ม 3 และ 1.8 ล้านคนในเข็ม 4

ผู้ติดเชื้อสูงสุด 10 จังหวัด ได้แก่

  • 1.กทม. 3,192 ราย
  • 2.นครศรีธรรมราช 1,228 ราย
  • 3.ชลบุรี 978 ราย
  • 4.สมุทรปราการ 927 ราย
  • 5.นนทบุรี 794 ราย
  • 6.สมุทรสาคร 759 ราย
  • 7.พระนครศรีอยุธยา 550 ราย
  • 8.ภูเก็ต 523 ราย
  • 9.ฉะเชิงเทรา 493 ราย
  • 10.ปทุมธานี 475 ราย

ส่วนพื้นที่ กทม.พบคลัสเตอร์ใหม่ คือ โรงเรียนเขตบางบอน ส่วน 5 เขตที่ติดเชื้อสูงสุด คือ สะพานสูง 170 ราย บางแค 152 ราย ป้อมปราบศัตรูพ่าย 128 ราย บางกอกน้อย 122 ราย และหนองแขม 121 ราย

พญ.สุมนี กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม สธ. และ ศบค. พูดคุยเรื่องการรณรงค์เร่งรัดฉีดวัคซีนผู้สูงอายุที่เสี่ยงเสียชีวิตจากโควิด โดยตั้งเป้าว่าก่อนสงกรานต์นี้กลุ่ม 607 ควรรับวัคซีนครอบคลุมอย่างน้อย 70% โดยกำหนดสัปดาห์รณรงค์ฉีดเข็มกระตุ้น 21-31 มี.ค. กลุ่มเป้าหมายอายุ 60 ปีขึ้น

ขอความร่วมมือประชาชนและกรรมการโรคติดต่อจังหวัดทุกจังหวัดทำแผนเชิงรุกร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และฝ่ายปกครองในพื้นที่สำรวจคนยังไม่ได้รับวัคซีนให้มารับโดยเร็ว คนที่ฉีดเข็มกระตุ้นแล้วก็ยังต้องเคร่งครัดมาตรการป้องกันตนเองสูงสุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ การฉีด 2 เข็มลดเสียชีวิตลง 6 เท่า 3 เข็มลดลง 41 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ไม่ได้รับวัคซีน ขอให้มาฉีดเพื่อกลับบ้านสงกรานต์กันอย่างปลอดภัย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน