ตำรวจปลอมตัวเป็นคณะเชิดสิงโตจับขโมย “โจโจ้โจรย่องเบา” สารภาพนำเงินไปเสพยา พบประวัติอื้อทั้งยาเสพติด-ลักทรัพย์ 9 คดี

วันที่ 19 ก.พ. 2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ศักดิเดช กัมพลานุวงศ์ ผกก.สน.ประชาชื่น, พ.ต.ท.วิทวัส แสงเพิ่ม รอง ผกก.สส.สน.ประชาชื่น, พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.ประจบ ศรีแสง สว.สส.สน.ประชาชื่น และ พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. และฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น

ร่วมกันจับกุม นายอดิศักดิ์ หรือ “โจโจ้” อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.963/2569 ลงวันที่ 18 ก.พ. 2569 ในข้อหา “ลักทรัพย์ในเคหสถาน และบุกรุกเคหสถาน” โดยสามารถจับกุมได้ที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เมื่อเวลา 19.15 น. วันเดียวกัน และขยายผลชุดสืบสวนได้ยึดของกลางได้หลายรายการ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2569 เวลา 22.00 น. นายตำรวจระดับ ผกก. สังกัด บช.น. เข้าแจ้งความที่ สน.ประชาชื่น หลังกลับถึงบ้านพักย่านถนนประชาชื่นแล้วพบทรัพย์สินสูญหายหลายรายการ อาทิ พระเครื่องจำนวนมาก พระบูชาขนาด 12 นิ้ว 2 องค์ รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท และพบร่องรอยการงัดแงะ ต่อมาคนร้ายได้ย้อนกลับมาก่อเหตุซ้ำครั้งที่ 2

กระทั่งเช้าวันที่ 7 ก.พ. ผู้เสียหายวางแผนซุ่มจับกุมเอง แต่คนร้ายไหวตัวทัน วิ่งหลบหนีเข้าไปในชุมชนบ่อฝรั่ง แขวงจตุจักร เขตจตุจักร ทั้งยังปรากฏภาพยิ้มให้กล้องวงจรปิดระหว่างหลบหนี ภายหลังฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น และชุดยาเสพติด บช.น. เร่งแกะรอย กระทั่งทราบเบาะแสผู้ต้องหาฉายา “โจโจ้” ตระเวนขายพระในพื้นที่บางบัวทอง และมักไปตามวัดใน จ.นนทบุรี โดยคนร้ายก่อเหตุรวม 3 ครั้ง

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น และชุดยาเสพติด บช.น. (ศอ.ปส.บช.น.) ลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามคนร้ายในพื้นที่ชุมชนบ่อฝรั่งแต่คนร้ายไหวตัวทัน ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหานัดหมายเพื่อนเพื่อเสพยาเสพติดภายในงานวัดแห่งหนึ่ง จึงวางแผนปลอมตัวเป็นคณะเชิดสิงโตแฝงตัวในงาน ก่อนเข้าประชิดและจับกุมตัวได้ในที่สุด

จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พบว่าก่อเหตุรวมทั้งสิ้น 9 คดี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2562 ถูกจับกุมในคดีเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 จำนวน 2 ครั้ง ในพื้นที่ สน.ประชาชื่น เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 62 และในพื้นที่ สน.สายไหม เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 62

ต่อมาในปี 2564 มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับคดีลักทรัพย์หลายครั้ง ได้แก่ วันที่ 9 พ.ค. 64 และ 7 มิ.ย. 64 ก่อเหตุลักทรัพย์ในเวลากลางคืนในพื้นที่ สน.ประชาชื่น และวันที่ 13 ก.ค. 64 ก่อเหตุร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน ในพื้นที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี

กระทั่งปี 2568 ก่อเหตุร่วมกันบุกรุกเคหสถานในพื้นที่ สภ.เมืองนนทบุรี เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 68 และล่าสุดในเดือน ก.พ. 2569 ได้ก่อเหตุลักทรัพย์และบุกรุกบ้านพักนายตำรวจระดับ ผกก. ในพื้นที่ สน.ประชาชื่น รวม 3 ครั้งติดต่อกัน ระหว่างวันที่ 4–7 ก.พ. 69 ซึ่งเป็นคดีสำคัญที่นำไปสู่การติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

หลังจับกุมตัวได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายและทำการขยายผลเพื่อติดตามทรัพย์สินคืนผู้เสียหายต่อไป

โดยในชั้นจับกุม นายอดิศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า ตนหนีออกจากบ้านตั้งแต่ 11 ปี ติดยาเสพติด ไม่ได้เรียนหนังสือ และไม่มีบัตรประชาชน ทำให้ไม่สามารถสมัครงานได้ ก่อเหตุขึ้นบ้านผู้เสียหายรวม 3 ครั้ง โดยทรัพย์สินที่ได้มานำไปขายหมดแล้ว

สาเหตุที่ก่อเหตุเพราะเสพยาบ้าจนเกิดอาการคึกคะนอง ต้องการหาเงินไปซื้อยาและเล่นการพนัน ส่วนที่ยิ้มให้กล้องวงจรปิดเป็นเพราะเหนื่อยจากการวิ่งหนี พร้อมขอความเมตตาหลังพ้นโทษให้ช่วยทำบัตรประชาชน เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่และยืนยันจะไม่กลับไปกระทำผิดอีก

พล.ต.ต.ธีรเดช ระบุว่า คดีดังกล่าวสะท้อนปัญหายาเสพติดที่เป็นต้นเหตุอาชญากรรม พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เคยได้รับความเสียหายจากบุคคลลักษณะดังกล่าวแจ้งเบาะแส เพื่อเร่งติดตามทรัพย์สินคืนผู้เสียหายและขยายผลตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน