เมื่อวันที่ 23 ก.พ. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น. พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส. พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์ พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล พ.ต.ท.นราธิป คงเพ็ชร์ รอง ผกก.ดส. พ.ต.ท.วรพล สมประสงค์ สว.กก.ดส. ร.ต.อ.รติภัทร แก้วสมบุญ รอง สว.กก.ดส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.ดส. ได้ร่วมทำการจับกุมตัว
นายวิษณุ หรือบิ๊ก อายุ 36 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 400,000 เม็ด คีตามีน 7 กิโลกรัม รถยนต์ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เครื่องชั่งดิจิตอล 1 เครื่อง กุญแจบ้านที่เกิดเหตุ 1 พวง บริเวณริมถนนภายในซอยทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งในต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. วันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งมีชายไทยชื่อบิ๊ก ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นมี่จ.สมุทรสาคร โดยใช้รถยนต์ ฮอนด้า วีออส สีขาว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนต่อไป จนทราบชื่อนามสกุลของนายบิ๊ก และทราบว่า นายวิษณุ หรือบิ๊ก พักอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในต.พันท้ายนรสิงห์ อเมืองสมุทรสาคร

เจ้าหน้าที่ตำรวจพบ นายวิษณุ หรือบิ๊ก ขับรถยนต์มาจอดที่ริมถนนภายในซอยทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง จากนั้นเดินถือถุงสีดำมีน้ำหนักมากลงมาจากรถฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ จึงได้แสดงตัวเข้าทำการตรวจค้น พบยาบ้าอยู่ภายในถุงฯ ซึ่งนายวิษณุหรือบิ๊กฯ รับว่าเป็นของตนเอง โดยกำลังจะนำมาส่งมอบให้ลูกค้าทั่วไป และจากการตรวจค้นทีกระโปรงหลังรถยนต์ฯ พบ ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน อยู่อีกจำนวนหนึ่ง จากการสอบถาม นายวิษณุฯ ให้การรับว่า ตนเองเก็บซุกซ่อนยาเสพติดอีกจำนวนเงินหนึ่ง ไว้ที่ภายในบ้านพักของตนเองและตนเองเช่าบ้านอีกหลังหนึ่งไว้เพื่อเก็บยาเสพติด ซึ่งบ้านทั้ง 2 หลังอยู่ภายใน ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าทำการตรวจค้นบ้านทั้งสองหลัง พบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) รวมทั้งสิ้นประมาณ 400,000 เม็ด และวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) จำนวน 7 กิโลกรัม

เบื้องต้นแจ้งข้อหา 1.จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และ ทำให้กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และ 2.จำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภทที่ 2 (คีตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ก่อนนำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน