อดีตผู้บริหารเปิดใจไม่ได้เมา โต้ชนแล้วหนี จับแขนคู่กรณีเหตุกลัวถูกทำร้าย แจงปมไปผิด 3 โรงพัก เนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่รอยต่อของ 3 สน.

เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 13 พ.ค.2569 อดีตผู้บริหารค่ายมือถือ เปิดใจหลังเดินทางพบตำรวจ สน.ลาดพร้าว เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหา

โดยเปิดเผยว่า ยืนยันวันเกิดเหตุ ถูกฝ่ายผู้เสียหายชกเข้าบริเวณด้านหลังศีรษะ รวมถึงหลายจุดตามร่างกาย แต่ยอมรับว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากรถเฉี่ยวชนกัน ยอมรับพูดจาไม่เหมาะสมและท้าทายกันจริง ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนพร้อมรับผิดชอบต่อความเสียหายทั้งหมด แต่อะไรที่มองว่าเกินกว่าเหตุ ขอใช้สิทธิ์ตามกฎหมายเช่นกัน

อดีตผู้บริหาร เผยว่า หลังถูกชกจึงมีอาการมึนตามที่ปรากฏในคลิป ยืนยันไม่ได้ดื่มสุราขณะขับรถ และไม่ได้อยู่ในอาการมึนเมา ส่วนที่มีภาพเข้าไปจับแขนคู่กรณีนั้น เป็นเพราะไม่ทราบว่าอีกฝ่ายจะหยิบสิ่งใดออกมา เนื่องจากอยู่ในระยะประชิดตัว จึงต้องระมัดระวังเพื่อความปลอดภัย

อดีตผู้บริหาร เผยว่า นอกจากนี้ยังมองว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีเล็กน้อย แต่ได้รับความสนใจจากสื่อ เนื่องจากตนเคยทำงานอยู่กับบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง ทั้งที่ลาออกมาแล้วกว่า 3 ปี จึงไม่ควรนำบริษัทดังกล่าวเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดส่วนบุคคลของตนเอง

“ผมไม่ได้รู้จักกับตำรวจที่ สน.ลาดพร้าว เป็นการส่วนตัวแม้แต่นายเดียว และเพิ่งมารู้จักหลังเกิดคดีขึ้น ส่วนคดีจราจรที่ถูกแจ้งข้อหานั้น พร้อมให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย”อดีตผู้บริหาร เผย

“ยืนยันวันเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่นานกว่า 20 นาที และรอจนแฟนของผู้เสียหายเดินทางมาถึง แต่ที่ตัดสินใจขับรถออกมาก่อน เพราะมองว่ามีคนเริ่มมุงดูจำนวนมาก จึงกังวลเรื่องความปลอดภัย อีกทั้งมองว่าเป็นอุบัติเหตุเล็กน้อยที่สามารถให้บริษัทประกันดำเนินการแทนได้”

“ไม่มีเจตนาขับรถชนแล้วหลบหนี พร้อมตั้งคำถามว่า “จะหนีไปทำไม” โดยยืนยันให้การกับพนักงานสอบสวนตามข้อเท็จจริงทั้งหมด และจากนี้ก็ให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย”

อดีตผู้บริหาร เผยว่า ส่วนประเด็นที่เดินทางไปผิดสถานีตำรวจนั้น ยอมรับว่าเกิดขึ้นจริง เนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่รอยต่อของ 3 สน. ได้แก่ สน.โคกคราม สน.ลาดพร้าว และ สน.คันนายาว โดยในวันที่ 8 ม.ค. ได้เดินทางไปที่ สน.โคกคราม ก่อนจะทราบภายหลังว่าเป็นคนละพื้นที่รับผิดชอบ จึงเดินทางมาที่ สน.ลาดพร้าว ในวันที่ 9 ม.ค.

ชายคู่กรณี เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้ไม่มีประเด็นบาดหมางส่วนตัวกับฝ่ายผู้เสียหาย ส่วนเรื่องค่าเสียหายหรือข้อเรียกร้องต่างๆ สามารถพูดคุยเจรจากันได้ แต่ในส่วนของคดีอาญานั้น คงไม่สามารถยอมความกันได้ ซึ่งเชื่อว่าอีกฝ่ายก็คงมีจุดยืนเช่นเดียวกัน หากมีประเด็นใดที่สามารถตกลงกันได้ ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการพูดคุยตามที่ตำรวจนัดหมาย

ผู้สื่อข่าวถามทิ้งท้ายว่า หากฝ่ายผู้เสียหายติดต่อมาพูดคุย จะพร้อมเปิดใจหรือไม่ ชายคู่กรณี ตอบว่า ที่ผ่านมาอีกฝ่ายมีเบอร์โทรศัพท์ของตนอยู่แล้ว แต่ไม่เคยติดต่อมา อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหลังจากนี้น่าจะสามารถหาทางออกร่วมกันได้

จากนั้นได้โชว์ใบรับรองแพทย์มาแสดงต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่า มีบาดแผลฟกช้ำบริเวณด้านหลังศีรษะ ร่วมกับบาดแผลฉีกยาวประมาณ 0.6 เซนติเมตร รวมถึงมีรอยฟกช้ำที่โหนกแก้มซ้าย ศอกทั้งสองข้าง หน้าอกด้านขวา สะโพกขวา และมีบาดแผลถลอกขนาดเล็กอีกหลายแห่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน