ผู้ก่อตั้งเทวาลัยพระแม่กาลียื่นหลักฐานเพิ่ม หลังสภาทนายความฯ สั่งแจงปมทนายหญิงทำข้อมูลรั่วไหล ส่อเอี่ยวฝ่ายคู่กรณี
จากกรณีที่ นายพรหมมาศหฤษฎ์ กฤตทยาวีร์ อายุ 47 ปี ผู้ก่อตั้งเทวาลัยพระแม่กาลี จังหวัดชัยภูมิ (เทวาลัยทุ่งดอกกระเจียว)ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อสภาทนายความฯ เมื่อวันที่ 6 พ.ค.69 เพื่อขอให้ตรวจสอบมรรยาททนายความของทนายหญิงรายหนึ่ง หลังสงสัยว่ามีการนำความลับและข้อมูลเชิงลึกของคดีไปเปิดเผยให้ฝั่งคู่กรณี จนนำไปสู่การถูกข่มขู่คุกคามตามที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้นั้น
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 มิ.ย.69 ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ นายพรหมมาศหฤษฎ์ ผู้ร้องเดินทางมายื่นเอกสารหลักฐาน พร้อมกับเปิดเผยว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการมรรยาททนายความ สภาทนายความฯ มีหนังสือให้ชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยว่าสมควรรับเป็นคำกล่าวหาหรือไม่
วันนี้ตนมายื่นเอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาใน 2 ประเด็นหลัก คือเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่ทนายความหญิงคนดังกล่าว ยังไม่ส่งคืนให้กับตน และ ประเด็นการกระทำอย่างไรที่เห็นว่าเป็นพฤติการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อตน อย่างไร และเมื่อใด เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่เพียงพอต่อการวินิจฉัย

นายพรหมมาศหฤษฎ์ ได้เล่าย้อนปมขัดแย้ง จากความไว้ใจ 10 ปี สู่ชนวนเหตุข้อมูลรั่วของทนายความหญิงรายนี้ว่าเมื่อธ.ค.68 ตนนำเอกสารสำคัญและบทสนทนาเข้าปรึกษาคดีกับทนายความหญิงรายนี้ที่สำนักงานใน กทม. พร้อมจ่ายค่าปรึกษาเบื้องต้น (แม้ยังไม่ได้เซ็นตั้งทนายเป็นทางการ) เพราะไว้วางใจที่เคยใช้บริการกันมากว่า 10 ปี โดยทนายแนะนำให้ “อดทน” และยังไม่ต้องฟ้อง

ต่อมา ม.ค.69 ตนเริ่มถูกกลุ่มคู่กรณีข่มขู่ ดูหมิ่นทางออนไลน์ โดยใช้ข้อมูลส่วนตัวเชิงลึกที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ต่อมา เม.ย.69 พบภาพถ่ายทนายความรายนี้ปรากฏตัวร่วมกับกลุ่มคู่กรณี ที่หน้าอาคารหน่วยงานรัฐด้านคดีพิเศษแห่งหนึ่ง ทำให้ผู้ร้องมั่นใจว่าข้อมูลรั่วไหล และเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน จึงนำเรื่องมาร้องเรียนเพื่อเอาผิดทางวินัย และมรรยาทวิชาชีพกับทนายหญิงรายนี้ให้ถึงที่สุด