หนีไม่รอด!!! สืบหัวหมาก ตามรวบสาววิ่งราวทอง ยืมรถแฟนก่อเหตุภายใน 7 ชั่วโมง อ้างจำนำเอาไปใช้หนีนอกระบบ
เมื่อเวลา 05.32 น. วันที่ 27 มิ.ย. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผบช.น. พล.ต.ต.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผบก.น.4 พ.ต.อ.วิชัย ณรงค์ รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ. ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.หัวหมาก และ พ.ต.อ.ธัญญพัทธ์ บุญสุข ผกก.สส.บก.น.4 ชุดสืบสวนชุดสืบสวนบก.น.4 สน.หัวหมาก ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา น.ส.รัชณีย์ อายุ 28 ปี ข้อหา“วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”
พร้อมของกลางในการตรวจยึด กระเป๋าสะพายสีน้ำตาลอ่อน 1 ใบ กางเกงขาสั้นสีดำ 1 ตัว รองเท้าแตะสีครีม 1 คู่ เงินสดจำนวน 23,150 บาท กุญแจรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ YAMAHA รุ่น GRAND FILANO 1 ดอก ตั๋วจำนำ จำนวนเงิน 171,900 บาท ตั๋วจำนำ จำนวนเงิน 106,000 บาท รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ YAMAHa รุ่น GRAND FILANO สีเทา หมายเลขทะเบียน 5 ขฎ 3571 กรุงเทพมหานคร 1 คัน จับกุมได้บริเวณภายในตลาดตะวันนาพัฒนารุ่งเรือง ซอยเคหะร่มเกล้า 12 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 69 เวลาประมาณ 15.30 น.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจาก ศูนย์วิทยุหัวหมากว่ามีเหตุ 121 ที่ร้านทองปากซอยรามคำแหง 53 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปตรวจสอบ พบ ผู้เสียหายแจ้งว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 15.20 น. ขณะผู้แจ้งให้บริการขายทองอยู่ในร้านห้างทองเยาวราช 53 ได้มีหญิงอายุประมาณ 28 ปี สวมเสื้อกีฬาแขนสั้นสีขาวลายดำ ด้านหลังเสื้อเบอร์ 26 สวมกางเกงขาสั้น สวมใส่รองเท้าแตะสีครีม เข้ามาขอดูสร้อยคอทองคำ และข้อมือ
โดยพูดว่าสร้อยคอทองคำ และข้อมือที่ขอดูเมื่อวานขอดูได้ไหม ทางผู้แจ้งได้หยิบสร้อยข้อมือน้ำหนัก 2 บาท ให้กับทางหญิงดังกล่าวสวมใส่ และบอกกับทางผู้แจ้งว่าขอดูสร้อยคอทองคำลายเดียวกับสร้อยข้อมือหน่อยทางผู้แจ้งจึงได้หยิบสร้อยคอทองคำคล้ายๆกับสร้อยข้อมือน้ำหนัก 3 บาท ให้กับทางหญิงดังกล่าวแล้ว หญิงดังกล่าวได้วิ่งออกจากร้านหลบหนีขึ้นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นแกรนด์ฟีราโน่ สีเทา ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนโดยมีผู้แจ้งวิ่งติดตามไปตามถนนรามคำแหง ขาออก และขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ทำให้ผู้แจ้งได้รับความเสียหายจึงมาแจ้งความ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษต่อไป ตาม ปจว.ลำดับที่ 26 ลงวันที่ 26 มิ.ย. 69 เวลา 17.10 น.
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกทำการสืบสวนทันทีโดยได้ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตรวจหาพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุ และบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุและได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามเส้นทางมาก่อเหตุและเส้นทางหลบหนีของคนร้าย จนกระทั่งสืบทราบว่าผู้ครอบครอง/ผู้ถือกรรมสิทธิ์ ของรถจักรยานยนต์คันหมายเลขทะเบียน 5 ขฎ 3571 กรุงเทพมหานคร ยี่ห้อ YAMAHA รุ่น GRAND FILANO สีเทา ผู้ครอบครอง/ผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือ นายณฤทธิ์ สงวนนามสกุล ได้ให้แฟนสาวยืมไป
ต่อมาขยายผลตรวจสอบข้อมูลสืบสวนคนก่อเหตุเป็นผู้หญิง ชื่อ น.ส.รัชณีย์ ได้มานั่งกับเพื่อนอยู่ที่บริเวณภายในตลาดตะวันนาพัฒนารุ่งเรือง ซอยเคหะร่มเกล้า 12 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ซึ่งตรงกับตำหนิรูปพรรณคนร้ายตามภาพจากกล้องวงจรปิด เมื่อทำการตรวจสอบรูปพรรณพบว่าตรงกันกับคนร้ายที่ก่อเหตุในคดีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจากนั้นจึงได้ให้หญิงคนดังกล่าวแสดงตัวปรากฎว่าหญิงคนดังกล่าวได้แสดงบัตรประจำตัวประชาขนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมตรวจดูจากการตรวจสอบ คือ น.ส.รัชณีย์
จากการสอบถาม น.ส.รัชณีย์ถึงรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวที่ใช้ในการก่อเหตุ น.ส.รัชณีย์ ให้การว่าก่อนก่อเหตุตนได้ไปยืมรถจากแฟนของตนมา เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2569 เวลาประมาณ 15.20 น.ตนได้ขับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไปก่อเหตุจริง และได้ให้การรับสารภาพว่า ตนเองได้ทำการขอดูสร้อยคอทองคำและข้อมือและทำทีขอพูดคุยกับเจ้าของร้านห้างทองเยาวราช
จากนั้นตนจึงได้หยิบสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 3 บาท จำนวน 1 เส้น และสร้อยข้อมือน้ำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น แล้วได้วิ่งออกจากร้านห้างทองเยาวราช บริเวณปากซอยรามคำแหง 53 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ไปขึ้นรถจักรยานยนต์ขับหลบหนีออกไป อีกทั้งสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 3 บาท จำนวน 1 เส้น และสร้อยข้อมือน้ำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น ตนได้ซุกซ่อนเก็บไว้ในกระเป๋าสะพายข้างสีน้ำตาลอ่อน ได้นำทองคำของกลางในคดีไปจำนำกับร้านทองแถวแฟลตเคหะร่มเกล้า ได้เงินมาประมาณ 170,000 บาท จากนั้นจึงได้นำเงินที่ได้ไปใช้ชำระหนี้นอกระบบจนหมดจากการตรวจสอบประวัติต้องโทษคดีอาญา
เจ้าหน้าที่แจ้งกล่าวหาว่า “วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” จากนั้น น.ส.รัชณีย์ฯ ให้การอีกว่าตนได้นำของกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ไปตรวจยึดไว้เป็นของกลาง จากนั้นนำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
การจับกุมในครั้งนี้สะท้อนถึงความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก และสืบ 4 ที่สามารถเร่งรัดสืบสวน ติดตามจับกุมผู้กระทำผิดได้อย่างทันท่วงที เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่ประชาชน ***