เลขา ป.ป.ส. เตือนไรเดอร์เก๋ง ที่ส่งกระเป๋า บรรจุพัสดุเฮโรอีน ให้แอร์สาวที่คอนโด ให้รีบเข้าให้ข้อมูล หากยังนิ่งเฉย ไม่ให้ความร่วมมือ จะออกหมายเรียก รู้ทะเบียนรถแล้ว

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 1 ก.ค.ที่สำนักงาน ป.ป.ส.(ดินแดง) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีน้องไรเดอร์ซึ่งเป็นผู้ชาย ที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.69 โดยได้มีการนำส่งพัสดุให้แก่ “น้องมินา” แอร์โฮสเตสสาวชาวไทย ยังคอนโดมิเนียม แต่ ไม่ใช่ไรเดอร์คนเดียวกันกับที่นำส่งพัสดุซึ่งบรรจุเฮโรอีน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยอีกว่า จากการขยายผลตรวจสอบกล้องวงจรปิด เรายังพบว่าพาหนะที่มีการนำส่งพัสดุให้กับ แอร์ฯสาว ที่คอนโดมิเนียม ในวันที่ 22 มิ.ย.69 ที่เราสงสัยและต้องการตัวมาสอบปากคำ จะเป็นรถยนต์สีดำเข้ม แต่ยังไม่สามารถบอกยี่ห้อรถ ทะเบียนเลขรถ และเส้นทางการขับได้ เพราะเราต้องใช้ในการขยายผล

และขอประชาสัมพันธ์ให้คนที่นำส่งพัสดุดังกล่าวรายนี้ เดินทางให้ความร่วมมือให้ข้อมูลกับ ป.ป.ส. โดยเร็ว ก่อนที่เราจะมีการขยับมาตรการออกหมายเรียก หากยังคงเงียบและไม่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลใด ๆ

ตอนนี้เรายังคงเร่งตรวจสอบและประสานความร่วมมือการทำงานอย่างใกล้ชิดทั้งกับตำรวจนครบาล ตำรวจสำนักงานปราบปรามยาเสพติด เพื่อไล่กล้องวงจรปิดทุกส่วน ว่ารถยนต์คันดังกล่าวที่นำส่งพัสดุยาเสพติดในวันที่ 22 มิ.ย.69 เป็นใคร และมีความเชื่อมโยงกับต้นทางยาเสพติดอย่างไรหรือไม่ และเป็นการรับของมาจากที่ใด ส่วนการแถลงข่าวของตนก่อนหน้านี้ ที่ระบุว่ามีไรเดอร์เป็นแกร็บ มาส่งพัสดุให้ในวันที่ 22 ม .ย.69 นั้น ได้แถลงจากบันทึกที่ทางนิติกรของคอนโดฯ ซึ่งได้บันทึกไว้ในรายงานของคอนโดฯ ว่าใครเป็นคนมาส่งพัสดุ แต่เราก็ยังไม่ได้ปักใจเชื่อทั้งหมด

ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ว่ากล่องพัสดุที่บรรจุยาเสพติดเฮโรอีนมาในกล่อง จะเป็นคนละบริษัทกับที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพราะว่ากล่องแพ็คเก็จพัสดุภัณฑ์เหล่านี้ ผู้ส่งสามารถซื้อได้ตามร้านส่งทั่วไป แล้วค่อยนำส่งสินค้าถึงผู้รับก็เป็นไปได้

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวอีกว่า ถ้าไรเดอร์ตัวจริงที่นำส่งพัสดุยาเสพติด ไม่เข้ามาให้ข้อมูลแก่ ป.ป.ส. จะมีความผิดหรือไม่นั้น ตนขอเรียนว่า ถ้าท่านมีส่วนร่วม และมีเจตนาที่จะปกปิดในการกระทำผิดในการส่งยาเสพติดครั้งนี้ ก็มีความผิดแน่นอน แต่ถ้าหากท่านแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่าไม่เกี่ยวข้องและชี้แจงเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน ก็ไม่มีความผิดอะไร จึงอยากประชาสัมพันธ์ หากใครมีคนรู้จัก หรือเป็นคนใกล้ชิดกับบุคคลที่เราต้องการตัว ก็ฝากบอกเขาให้รีบเข้ามาให้ข้อมูลโดยเร็วด้วย

โดยเราได้ภาพรวมชัดเจนของรถยนต์ที่นำส่งพัสดุยาเสพติดไปยังคอนโดคอนโดมิเนียมของน้องแล้ว เราจะมีการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อช่วยกันแจ้งเบาะแสมายังเรา แต่หากเจ้าตัวยังคงไม่แสดงตน เราก็จะมีการขยับมาตรการเรื่องการออกหมายเรียกต่อไป

เมื่อถามว่าหากท้ายสุดแล้ว ทางการออสเตรเลียมีการยกฟ้อง เพราะไม่พบการกระทำความผิดโดยตรง ว่าเชื่อมโยงกับกระบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ทางการไทยจะสามารถให้ความช่วยเหลือหรือให้ความเป็นธรรม ในเรื่องของทะเบียนประวัติอาชญากรอย่างไรได้หรือไม่ พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า ตอนนี้ตนไม่อยากให้มองไกลถึงขนาดว่าจะมีการยกฟ้องหรือไม่ เพราะว่าแอร์สาวท่านนี้ยังอยู่ในข่ายที่เรียกว่าต้องสงสัย เนื่องจากเป็นคนนำพายาเสพติดล็อตนี้ไปยังประเทศออสเตรเลียโดยตรง ดังนั้น หลังจากนี้ ในการให้ความเป็นธรรมต่าง ๆ ก็ต้องรอการดำเนินการเป็นอันสิ้นสุดจากทางการออสเตรเลียก่อน

ตอนนี้หน้าที่หลักของ ป.ป.ส. คือหาต้นทางยาเสพติดให้ได้ และเรายังเชื่อว่าต้นตอจริง ๆ ตอนนี้ในชั้นต้นน่าจะเป็นคนไทยมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะอย่างน้อย คนส่งก็คือคนไทย และกระบวนการที่เราเคยจับมาก็มักมีคนไทยร่วมกระบวนการ แต่แค่ออเดอร์มาจากต่างประเทศเท่านั้น

ส่วนกรณีการตรวจสอบประวัติต้นทางของยาเสพติด หรือ Drug profile มันสามารถแบ่งออกได้สองลักษณะ คือ คือมีการบรรจุภัณฑ์อย่างเรียบร้อยแล้ว แล้วค่อยนำส่งพัสดุไปยังต่างประเทศ ส่วนอีกกรณีคือมีการบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทยเอง แล้วค่อยนำส่งออกต่างประเทศปลายทางที่สาม ซึ่งก็เป็นไปได้ว่ากระเป๋าลายปักผ้าช้างไทยที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ อาจจะบรรจุภัณฑ์เสร็จสิ้นมาจากต่างประเทศ ก่อนจะมาถึงน้อง และนำส่งไปยังต่างประเทศปลายทางที่สาม หรือไม่ก็อาจจะมีการบรรจุภัณฑ์ภายในประเทศประเทศไทย ก่อนนำส่งให้น้องมีนาในฐานะคนหิ้ว เพื่อไปส่งอย่างปลายทางที่สาม

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวอีกว่า สำหรับน้ำหนักยาเสพติดอย่างเป็นทางการในคดีน้องมีนา เนื่องด้วยทางการออสเตรเลียจับกุมของกลางเป็นกระเป๋าลายปักช้างไทย 2 ใบ จากจำนวน 12 ใบ และได้มีการกรีดหนึ่งในสองใบ และนำชั่งน้ำหนัก นำเข้าตรวจในแล็บ จึงพบว่ามีเฮโรอีนน้ำหนัก 900 กรัม ส่วนกระเป๋าอีกใบ มีการประมาณการณ์ว่าก็อาจจะน้ำหนัก 900 กรัมเช่นกัน จึงทำให้โดยรวมปริมาณน้ำหนักเฮโรอีนที่เกี่ยวข้องในคดีของน้องมีนา น่าจะอยู่ที่ 2 กิโลกรัม

เนื่องด้วยตอนนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบของทางการออสเตรเลีย จึงต้องรอการรายงานผลอย่างเป็นทางการในภายหลัง จึงไม่อยากให้มีการนำเสนอตัวเลขที่คลาดเคลื่อนออกไปก่อน ส่วนต้นตอของยาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับน้องมีนา เรายืนยันได้ว่าสามารถสืบสวนขยายผลเจออย่างแน่นอน ว่าเป็นยาเสพติดที่มาจากบริเวณสามเหลี่ยมทองคำประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ หรือมาจากที่ใด เพราะเราไม่ได้เน้นเพียงเฉพาะเนื้อยาตัวยาเท่านั้น แต่มันยังมีเรื่องของบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการหีบห่อ เราจะสืบสวนร่องรอยนี้ และขยายผลให้เจอ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน