บุกรวบกลางไร่อ้อย มือปืน ลำดับที่ 143 ประกาศสืบจับ ยกพวกยิงถล่มคู่อริหน้าสถานบันเทิงชื่อดังเมืองกาญจนบุรี ก่อนหลบหนีหมายจับนานกว่า 4 เดือน
วันที่ 27 ก.ค.2569 พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.กิตติบดินทร์ กิมเซียะ สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายนครินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 246/2569 ลงวันที่ 12 มี.ค.2569
ในข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง และยิงปืนโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน” ซึ่งยังเป็นผู้ต้องหาตามประกาศสืบจับและให้สินบนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลำดับที่ 143 โดยสามารถจับกุมได้บริเวณไร่อ้อย ต.สนามแย้ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

บุกรวบกลางไร่อ้อย มือปืน ลำดับที่ 143 ประกาศสืบจับ ยกพวกยิงถล่มคู่อริหน้าสถานบันเทิงชื่อดังเมืองกาญจนบุรี ก่อนหลบหนีหมายจับนานกว่า 4 เดือน
จากการจับกุมทราบว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่าง นายภูวเดช (ขอสงวนนามสกุล) ผู้เสียหาย กับฝ่ายนายชลทิตย์ (ขอสงวนนามสกุล) และ นายนครินทร์ ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันมาก่อน
กระทั่งคืนวันที่ 27 ธ.ค.2568 ทั้งสองฝ่ายต่างพาพวกฝ่ายละ 6 คน และเข้าไปเที่ยวยังสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง อ.เมืองกาญจนบุรี และก็นั่งอยู่ใกล้กันอีกด้วย ระหว่างนั้นต่างฝ่ายต่างเขม่นมองหน้ากันตลอดเวลา แต่ไม่มีใครลงมือ
ต่อมาเมื่อสถานบันเทิงปิด ทั้งสองกลุ่มต่างเดินทางกลับ ฝ่ายนายชลทิตย์ใช้รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ส่วนฝ่ายนายภูวเดชใช้รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เมื่อมาถึงบริเวณลานจอดรถหน้าโรงแรม นายภูวเดชลงจากรถและเดินเข้าไปหากลุ่มคู่กรณีก่อน พร้อมอ้างว่าเห็นฝ่ายตรงข้ามชักอาวุธปืนขึ้นมาเล็ง จึงชักปืนพกขนาด 9 มม. ที่พกติดตัว ยิงใส่กลุ่มนายชลทิตย์ เป็นเหตุให้ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากยิงตอบโต้กันอย่างดุเดือด
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นายภูวเดชได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืน ขณะที่ฝ่ายนายชลทิตย์พร้อมพวกหลบหนีไป ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง และติดตามจับกุมนายนครินทร์ไว้ได้ในที่สุด
สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ก่อนเจ้าหน้าที่นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

