จับแล้ว สาวเวียดนาม ต้นทางจ้างวานหิ้วพัสดุซุกยาไอซ์ ทำสาวไทยถูกจับที่ญี่ปุ่น เปิดเส้นทางขบวนการนี้ ด้านเหยื่อสาวเผย ขนาดตรวจสอบดีแล้วยังพลาด อยู่ในคุกญี่ปุ่น 20 วันแบบไม่รู้ชะตากรรม ขอบคุณตำรวจไทยที่ช่วย ลั่นจากนี้ไม่เอาอีกแล้ว
จากกรณี น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี พร้อมแฟนหนุ่มรับจ้างหิ้วของไปประเทศญี่ปุ่น ก่อนถูกจับกุมที่สนามบินฟุกุโอกะ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสัมภาระ น.ส.เอ แล้วพบว่ามียาไอซ์ซ่อนอยู่ในซองกาแฟ ต่อมาอัยการญี่ปุ่นมีคำสั่งไม่ฟ้อง น.ส.เอ ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ภายหลังพิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเชื่อมโยงว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด
เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 1 ส.ค.69 พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1, พล.ต.ต.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผบก.ปส.2, พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.ธีระ ทองระยับ ผบก.ปส.4, พล.ต.ต.วันชนะ บวรบุญ ผบก.ขส. ทางการญี่ปุ่น และสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมสืบสวนขยายผลจนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาเป็นชาวเวียดนาม โดยทำเป็นขบวนการ
พล.ต.ท.อาชยน กล่าวว่า ภายหลังจาก น.ส.เอ ถูกจับกุมที่ประเทศญี่ปุ่น บช.ปส. และ ป.ป.ส. จึงได้ร่วมดำเนินการสืบสวนประสานข้อมูลกับประเทศญี่ปุ่น ก่อนขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายแบงค์ และ น.ส.โฮ (นามสมมติ) สัญชาติเวียดนาม ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้โอนเงินค่าจ้างหิ้วให้กับ น.ส.เอ ก่อนที่จะสามารถจับกุม น.ส.โฮ ได้เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่วน นายแบงค์ หลบหนีไปได้
จากการสืบสวนทราบว่า นายแบงค์ เดินเข้ามาทาง จ.มุกดาหาร ในวันที่ 8 ก.ค. ต่อมาในวันที่ 10 ก.ค. นายแบงค์ ได้ไปซื้อของที่ห้างแห่งหนึ่งที่บางกะปิ กทม. โดยนำของที่ซื้อมาแพ็ครวมกับซองกาแฟ และจ้างคนส่งพัสดุไปส่งที่บ้าน น.ส.เอ ในวันที่ 10 ก.ค. เวลา 21.20 น.
ซึ่งขบวนการนี้ มี นายถัง ชาวเวียดนาม เป็นคนดูแลเรื่องเงิน และเป็นคนสั่งให้ นายแบงค์ โอนเงินค่าของและค่าพัสดุทั้งหมด นอกจากนี้ นายถัง ยังเป็นพี่สามีของ น.ส.โฮ และ น.ส.โฮ ก็ร่วมมือในขบวนการนี้ด้วย ซึ่งพบว่า น.ส.โฮ อยู่ในประเทศไทยและเปิดบัญชีของไทยเพื่อใช้ในการโอนเงิน การตรวจสอบบัญชีของ น.ส.โฮ พบมีเงินหมุนเวียน 1 ปี 12 ล้านบาท ขณะที่เจ้าตัวให้การภาคเสธ รับว่ามีการดำเนินผ่านบัญชีของตัวเองจริง แต่ไม่มีความเกี่ยวข้อง
พล.ต.ท.อาชยน กล่าวอีกว่า บช.ปส. และ ป.ป.ส. จะต้องเข้มงวดในเรื่องของการตรวจสอบเรื่องนี้ให้มากขึ้น และขอเตือนประชาชนว่า 1.การส่งของประเภทนี้จะใช้ชื่ออวตารทั้งหมด และไม่ใช้ชื่อจริง 2.จะใช้เวลาระยะกระชั้นชิด เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายมีเวลาตรวจสอบสินค้า 3.ต้องดูลักษณะสินค้าที่ส่งว่าน่าส่งหรือไม่ และหาซื้อได้ง่ายในประเทศปลายทางหรือไม่ 4.ไม่แนะนำให้รับหิ้วเพราะจะมีกฎหมายหลายตัวเข้ามาพัวพัน เช่น กฎหมายทางศุลกากร หรือกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด
ด้าน น.ส.เอ กล่าวว่า ขอบคุณตำรวจ ปส. ที่ช่วยเหลือ ก่อนหน้านี้ตนได้รับการติดต่อจ้างงานผ่านทางไลน์ ให้หิ้วของไปส่งประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทำมา 2 ครั้ง ยืนยันว่า ตนได้ตรวจสอบสินค้าแล้วเห็นว่าเป็นประเภทของกิน และขนมปกติ จึงไม่ได้เอะใจ แต่ขณะเดียวกันคำพูดที่สื่อสารในแชตบางครั้งค่อนข้างแปลก ลักษณะเหมือนมาจากการแปลภาษา ไม่ใช่คนไทย เช่น เวลาโอนเงินส่งข้อความมาบอกว่า ฉันจะโอนเงินให้คุณเดี๋ยวนี้
“อยากฝากเตือนคนที่รับหิ้วของว่า หากเป็นไปได้ควรจะซื้อของแล้วนำมาแพ็คส่งเอง ไม่ควรรับของที่มีการแพ็คมาให้แล้ว อย่างตนติดคุกอยู่ที่ญี่ปุ่นถึง 20 วัน โดยไม่รู้ชะตากรรมว่าจะถูกจับอีกนานแค่ไหน มองย้อนกลับไปแล้วไม่คุ้มกับเงินที่ได้รับมาเลย หลังจากนี้คงไม่รับอีกแล้ว“ น.ส.เอ กล่าว