กองปราบ รวบอดีตโบรกเกอร์สาว จอมตุ๋น ก่อคดีมาเพียบ ตัวเลขความเสียหายกว่า 80 ล้านบาท ยอมรับเงินที่ได้มา เอาไปหมดกับพนันออนไลน์

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

วันที่ 26 ม.ค.64 ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป.สั่งการให้ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2บก.ป. พ.ต.ท.กรกช ยงยืนรอง ผกก.2บก.ป. พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ สว.กก.2บก.ป. พร้อมกำลังเข้าจับกุม น.ส.วีรญา ศิริวัฒน์ อายุ 40 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 328/2562 ลง 21 พ.ค.62 ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน”

จากการจับกุมทราบว่า เมื่อประมาณปี 2553 ต่อเนื่องถึงปี 2556 ขณะนั้นผู้ต้องหาประกอบอาชีพเป็นโบรกเกอร์ (Broker) ได้ชักชวนกลุ่มผู้เสียหาย 17 คน ให้มาร่วมลงทุนโครงการคอนโด หรืออาคารชุดพักอาศัย ซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่าตนเป็นพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่ง มีหน้าที่ดูแลและรับจ้างดูแลโครงการคอนโดต่างๆ ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด มีโควตาซื้อขายห้องพักของบริษัทฯ ทุกโครงการ จำนวน 250 ยูนิต จึงชักชวนผู้เสียหายมาลงทุนทำสัญญาซื้อขายเพื่อเก็งกำไร ที่จะได้ถึงห้องละ 1 แสนบาท มีผู้หลงเชื่อร่วมลงทุนไปทั้งหมด 11 โครงการ ทุกโครงการจะต้องจ่ายเงินลงทุนให้ผู้ต้องหาประมาณห้องละ 497,300 บาท

ช่วงแรกก็มีผลกำไรจากการลงทุนจริง กลุ่มผู้เสียหายเกิดความไว้วางใจ มาลงทุนเพิ่มอีกกว่า 129 ห้อง รวมเป็นเงินถึง 65 ล้านบาท แต่ในรอบนี้หลังจากที่ลงทุนไปแล้ว กลับไม่มีการจ่ายเงินผลกำไรตามที่ได้ตกลงกันไว้ เมื่อติดตามทวงถามก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด จนกระทั่งผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าไม่ได้เอาเงินไปลงทุนใดๆเลย ส่วนผลกำไรในช่วงแรกที่ได้รับ ก็เอาเงินของผู้เสียหายมาจ่ายให้นั่นเอง ก่อนที่จะขาดการติดต่อไปในที่สุด

กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมต้องเร่งรัดลงพื้นที่สืบสวนติดตาม เนื่องจากเป็นคดีมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายสูงกว่า 65 ล้านบาท จนสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ก่อนเข้าจับกุมไว้ได้ในที่สุด

จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหายังพบอีกว่า เคยก่อเหตุลักษณะฉ้อโกงอีกหลายคดี และหลายท้องที่ หลากหลายวิธีการ คือ เมื่อปี 2558 ผู้ต้องหาอ้างตัวเป็นผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศของบริษัทฯ แห่งหนึ่ง ได้เสนอแผนการขยายบริษัทฯ ไปยังต่างประเทศ โดยได้ขอเบิกเงินไปเกือบ 15 ล้านบาท เพื่อไปก่อตั้งสถานที่ให้บริการ หรือการเซอร์วิสลูกค้า แต่กลับไม่มีความคืบหน้าอะไร เมื่อตรวจสอบก็พบว่าไม่มีการขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง จึงมีการแจ้งความดำเนินคดี กับผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลแขวงพระนครใต้ ที่ จ 339/2560 ข้อหา ฉ้อโกง (หมายจับต้องการตัว)

ต่อมาเมื่อปี 2561 ผู้ต้องหายังได้ไปหลอกหลวงให้ผู้เสียหายที่เป็นเพื่อนสนิทให้ไปร่วมลงทุนซื้อนาฬิกาหรู (Patek Philippe) จากต่างประเทศ เพื่อนำมาขายเก็งกำไร แต่ปรากฏภายหลังว่าไม่มีการซื้อขายลงทุนจริง มูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท โดยผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดี ตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 156/2561 ในข้อหาฉ้อโกง อีกด้วย

สอบสวน น.ส.วีรญา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และยอมรับด้วยว่า เงินที่ได้มาจากการหลอกผู้อื่น ส่วนใหญ่แล้วตนจะหมดไปกับการพนันออนไลน์ จึงส่งตัวให้พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ดำเนินคดีต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน